playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

การจัดการที่ดินร่วม
กรณีชุมชนริมทางรถไฟ พญาเสือ 2   อ.เมือง จ.พิษณุโลก

คณะทำงานชุมชนริมทางรถไฟ : เขียน
นภาพร  สุวรรณศักดิ์ : เรียบเรียง

ความเป็นมา
     ชุมชนพญาเสือ 2  อยู่ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก  ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก  ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดพิษณุโลก   เป็นชุมชนเก่าแก่ซึ่งอาศัยมาอย่างน้อย  80  ปี  พื้นที่อยู่ทางทิศตะวันตกของรางรถไฟ  และมีทั้งหมด 3 ชุมชน คือ  ชุมชนพญาเสือ, ชุมชนสุพรรณกัลยา และชุมชนวัดน้อยพัฒนา ซึ่งมีลักษณะภูมิทัศน์เหมือนกัน  และต่างได้ปลูกอาคารรุกล้ำเข้าในเขตของการรถไฟแห่งประเทศไทย

     ชุมชนพญาเสือ 2 ได้การรวมตัวของ สมาชิกมาตั้งแต่ปี    2547   มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น รวม 102 คน   แยกเป็น ชาย41 คน หญิง 46 คน   และเด็ก 15 คนมีผู้เดือดร้อนมีจำนวน 37  ครัวเรือน อาชีพส่วนใหญ่รับจ้างและค้าขายรายได้ ประมาณ 5,000 – 10,000 บาท/เดือนปัจจุบันได้มีการออมทรัพย์ของกลุ่มในระยะเวลา1 ปี เป็นเงิน 97,656 บาท

     ต่อมาทางชุมชนได้ทราบว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย  มีโครงการเปิดให้นายทุนมาประมูลที่ดังกล่าว  เพื่อสร้างอาคารพาณิชย์สองชั้น  ขายให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ก่อน  แต่จะขายในราคาแพง  ซึ่งราษฎรส่วนมากที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มีรายได้น้อยไม่สามารถซื้อได้

     ฉะนั้นราษฎรทั้งสามชุมชนจึงได้ทำหนังสือเรียนขอความอนุเคราะห์  ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกช่วยประสานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย

     วันที่  13  กรกฎาคม  2548  ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีหนังสือแจ้งยังผู้ว่าราชการ จ. พิษณุโลกมีข้อความว่า  “ หากราษฎรมีความประสงค์จะขอเช่าก็ให้ดำเนินการได้ ”    

      วันที่  25  กรกฎาคม  2548  ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก  จึงได้มีหนังสือแจ้งให้ราษฎรในสามชุมชนให้ดำเนินการเช่าต่อไป

     วันที่  12  เมษายน  2549  นายประโลม  พรมชู  ประธานชุมชนและประธานกลุ่มออมทรัพย์วัดน้อยพัฒนาได้เป็นตัวแทนของสามชุมชนทำหนังสือขอเช่าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งแต่  กม.รถไฟที่  390 + 581.00  ถึง  391 +783.00 ( ด้านซ้ายของรางรถไฟไปยังที่ทำการรถไฟแห่งประเทศไทยจังหวัดพิษณุโลก )  

     วันที่  7  พฤศจิกายน  2549  สารวัตรบำรุงทางเขตพิษณุโลก  ได้เรียกประชุมคณะกรรมการตรวจสอบพื้นที่  ได้ผลการพิจารณา ของคณะกรรมการแจ้งผลว่า “ พื้นที่ขอเช่า  ไม่มีอุปสรรค  และกีดขวางด้านการเดินรถ  และจึงได้ลงนามให้เช่า “

     ต่อมารองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เชิญคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์วัดน้อยพัฒนา  เข้าพบที่สำนักงานใหญ่กรุงเทพมหานคร  เพื่อขอทราบความจำนงของกลุ่ม  เมื่อท่านผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับฟังการชี้แจงจากคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์วัดน้อยพัฒนาแล้ว  ได้รับว่าจะขอเช่าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทยต่อไป  และท่านรองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย  ได้ให้คำปรึกษาว่าการขอเช่าควรจะเป็นกลุ่มออมทรัพย์เคหะสถานจะดีที่สุด

แนวคิดในการพัฒนา
      หลังจากได้ดำเนินการจัดเช่าที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้ว  การดำเนินการพัฒนาต่อไปคือ

  • ร้างบ้านพักอาศัย  ตามแบบที่สมาชิกส่วนใหญ่ตกลงเลือกในที่ประชุม
  • จัดทำสาธารณูปโภค  น้ำประปา  ไฟฟ้า  ท่อระบายน้ำ  เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ของชุมชน
  • จัดทำภูมิทัศน์  เพื่อสร้างทัศนียภาพ  ให้ชุมชนเป็น “ ชุมชนน่าอยู่  หน้าบ้านน่ามอง ”

 

กระบวนการทำงานของชุมชน

  • ประสานงานกับทางเทศบาลนครพิษณุโลกและการรถไฟในการขอเช่าที่เพื่ออยู่อาศัยกับการรถไฟฯ
  • ประชุมสมาชิกในชุมชน ทำความเข้าใจโครงการบ้านมั่นคง ร่วมกับคณะทำงานด้านที่อยู่อาศัยจังหวัดพิษณุโลกที่เป็นพี่เลี้ยง
  • สำรวจข้อมูลครัวเรือนในชุมชนและจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์
  • จัดตั้งทีมทำงาน แบ่งบทบาทหน้าที่กัน
  • ประสานเทศบาลในการแต่งตั้งชุดทำงานร่วมกับโครงการบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก (คณะกรรมการเมือง)
  • นำข้อเสนอของชุมชนไปร่วมกันปรึกษาหารือกับเทศบาลฯและการรถไฟ
  • การนำเสนอกระบวนการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภค

     ในด้านการบริหารจัดการ ได้จัดตั้งกลไกคณะทำงานในชุมชนพญาเสือ2  ได้แก่ ทีมจัดการกลุ่มออทรัพย์,ทีมประสานงานด้านที่ดินและทีมช่างชุมชน  มีการกำหนดบทบาทและแบ่งหน้าที่การทำงานรวมถึงจัดระบบการบริหารจัดการกลุ่ม  นอกจากนี้ยังทำหน้าทีในการกำหนดกฎเกณฑ์และระเบียบข้อบังคับของชุมชน ดังนี้

เกณฑ์การพิจารณาสิทธิ์คัดเลือกคนเข้ามาอยู่ร่วมกันในโครงการ

  • ผู้ที่ไม่มีบ้านและที่ดินเป็นของตนเอง  หรือมีความเดือดร้อนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
  • ต้องเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนอย่างน้อย  5 ปี
  • ต้องเป็นผู้ที่เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์อย่างน้อย  1  ปี
  • ต้องออมเงินหุ้นๆละ  10  บาท  อย่างน้อย  10  หุ้น  =  100  บาทต่อเดือนตลอดระยะเวลาที่ยังเป็นสมาชิกอยู่จนกว่าจะลาออก
  • ต้องออมเงินเพื่อที่อยู่อาศัยอย่างน้อยคนละ  200  บาทต่อเดือนตลอดระยะเวลาที่ยังเป็นสมาชิกอยู่จนกว่าจะลาออก
  • ต้องจ่ายค่ากองทุนสวัสดิการสังคม  30  บาทต่อเดือนต่อคนตลอดไป  และมีค่าตอบแทนเป็นเงิน สวัสดิการตามระเบียบการจ่ายเงินของกองทุนสวัสดิการวัดน้อยพัฒนา
  • ต้องมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ในการดำเนินชีวิตของตนเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม

เกณฑ์การอยู่ร่วมกันในอนาคตของผู้ที่อยู่ในชุมชนบ้านมั่นคง

  • ต้องรักษาความสามัคคี  และต้องมีเวลาให้กลุ่ม  เมื่อกลุ่มมีกิจกรรม  เช่น  ประชุมการพัฒนา
  • ต้องรักษาชื่อเสียงของกลุ่มในทางที่ดี  ช่วยแก้ข่าวร้ายกระจายข่าวดีให้สหกรณ์ฯ
  • ต้องรู้จักทำมาเลี้ยงชีพในทางสุจริต  ไม่ผิดกฎหมาย  เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม
  • ต้องไม่มั่วสุมการพนัน  ไม่ดื่มสุรา  ยาเสพย์ติดในชุมชน
  • ต้องช่วยกันคอยสอดส่องช่วยเหลือเรื่องการอยู่อาศัย 
  • ต้องมีความรักใคร่สามัคคีกลมเกลียวอย่างดีในกลุ่ม  ห้ามทะเลาะกันในกลุ่ม
  • ถ้ามีเหตุขัดแย้งในที่ตกลงกันไม่ได้  ให้คณะกรรมการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยทุกครั้ง

ผลการเปลี่ยนแปลง

  • ชุมชนเกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการที่ดินร่วมและการประสานความร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่ดิน
  • เกิดการเชื่อมประสานการทำงานกับหน่วยงานท้องถิ่น เข้าร่วมในกระบวนการจัดการที่ดินร่วม
  • เกิดกระบวนการจัดการที่ดินอย่างมีส่วนร่วม เช่น การแบ่งแปลงที่ดินในการปรับปรุงในที่ดินใหม่,การปรับปรุงและจัดระบบสาธารณูปโภค,การจัดผังชุมชน เป็นต้น
  • เกิดกลไกการขับเคลื่อนงานเมืองเพื่อจัดการที่ดินชุมชนทั้งระบบ
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter