playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

การจัดการกองทุนชุมชน และธนาคารที่ดิน
กรณี “กองทุนรักษาบ้านรักษาดินเมืองตาก” อำเภอเมือง   จังหวัดตาก

เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองตาก : เขียน
เอกราช   ทาชนะ  :  เรียบเรียง

ความเป็นมา
หัวใจหลักอีกอย่างของการดำเนิน  “โครงการบ้านมั่นคง”  นอกจากความมั่นคงในเรื่องของการจัดการที่ดิน  คือ เรื่องการออมทรัพย์ของชุมชน ที่มองมิติในประเด็นการเกิดกองทุนในระดับฐานล่าง  โดยการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ตามโครงการบ้านมั่นคง  เป็นเครื่องมือ  สำคัญที่นำไปสู่เรื่องกระบวนการออม    การเชื่อมคน  การสร้างทุน   การสร้างวินัย  ของกลุ่มผู้เดือดร้อนเอง  และเกิดการเชื่อมโยงสู่เรื่องประเด็นอื่น ๆ เช่น  การจัดสวัสดิการ   อาชีพ  การแก้ไขปัญหาหนี้สิ้น  การต่อรอง  ฯลฯ      สุดท้ายคือเรื่อง ของการเกิดความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนนั่นเอง

                   การดำเนินโครงการบ้านมั่นคงของภาคเหนือ  ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน พบว่า  ได้มีการดำเนินงาน ครอบคลุมทั้งหมด 14  จังหวัด (ยกเว้น จังหวัดลำพูน)  93 โครงการ 256  ชุมชน  10,889  ครัวเรือน  ซึ่งปัจจุบัน ในเบื้องต้นระดับภาคเหนือ  มีกองทุนที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของพี่น้องที่เดือดร้อนที่อยู่อาศัย ประมาณ  1,383,455.44 บาท (ข้อมูล ณ เดืดน กันยายน  2553 ) โดยแยกเป็น ออมทรัพย์สัจจะ  385,805  บาท  สวัสดิการชุมชน 152,513.44 บาท ออมเพื่อชื้อที่ดินและสร้างบ้าน  812,182 .00 บาท  และกองทุนประกันความเสี่ยง  32,955.00 บาท

          ด้วยแนวทางการทำงานที่ผ่านมาตลอด 7 ปี ที่มีการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง ระยะแรกเน้น ชุมชนเป็นหลัก เพื่อสร้างความเข้มแข็งในระดับล่างก่อน  และต่อมาได้พัฒนา  เป็นการเน้นการทำงานระดับเมือง / ตำบล เป็นหลัก   แต่ทั้งนี้การสร้างกองทุนยังอยู่ในระดับชุมชน / โครงการอยู่    ดังนั้นเพื่อเป็นการยกระดับการสร้างกองทุนของชุมชน   โดยมองที่การเกิด  “ กองทุนในระดับเมือง”   หรือที่เรียกอีกอย่างว่า  “กองทุนสวัสดิการเพื่อที่อยู่อาศัยเมือง”   โดยหลักการสำคัญ คือ

หลักคิดสำคัญ  

  • เป็นการสร้างสวัสดิการในระบบของชุมชน   และขบวนชุมชน   เพื่อนช่วยเพื่อน ดูแลกัน ช่วยเหลือเกื้อกูล
  • เป็นสวัสดิการที่คุ้มครองได้มากขึ้น  เพื่อรักษาบ้านและที่ดิน
  • เป็นระบบกองทุนสวัสดิการเน้นกระจายการทำงานและการบริหารจัดการที่ฐานเมือง/เครือข่าย ให้มีบทบาทสำคัญในการดำเนิน

วัตถุประสงค์ 

  • ส่งเสริมให้ชุมชนและขบวนเครือข่ายชุมชน  จัดระบบการดูแลรักษาและป้องกันความเสี่ยงอันอาจเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสีย ที่ดินและที่อยู่อาศัย ดูแล ครอบคลุมปัญหาหนี้สิ้น  และ การจัดที่อยู่อาศัยทดแทนที่อยู่อาศัยเดิมที่สูญเสียไป
  • เพื่อป้องกันความเสี่ยงของกลุ่มออมทรัพย์/สหกรณ์ของชุมชนในการการบริหารสินเชื่อภายในชุมชน
  • เพื่อเชื่อมโยงกองทุนสวัสดิการเพื่อที่อยู่อาศัยกับระบบประกันความเสี่ยงของพอช. สร้างระบบร่วมกันระหว่างชุมชน  เครือข่าย และ พอช.  โดยการจัดตั้งกองทุนที่อยู่อาศัยในระดับเมือง  ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่ละเมืองเอง
  •  

          การจัดตั้งกองทุนเพื่อที่อยู่อาศัยระดับเมืองตาก  ภายใต้ชื่อ  “กองทุนรักษาบ้านรักษาที่ดินเมืองตาก” เป็นอีกกองทุนหนึ่ง ที่เป็นโครงการนำร่องของภาคเหนือ คู่กับ กองทุนระดับเมืองเชียงราย   การดำเนินโครงการบ้านมั่นคงที่ผ่านมาของ จังหวัดตาก  มีทั้งหมด  5  เมือง   9  โครงการ  1,195  ครัวเรือน

 
กองทุนเมืองตาก เป็นการรวมตัวของกลุ่มผู้เดือดร้อนที่อยู่อาศัยทั้งหมด 7 โครงการ   ได้แก่  บ้านมั่นคงชุมชน 72 ห้อง  สหกรณ์รุ่งเรืองทรัพย์  สหกรณ์เคหสถานตากสินจำกัด  กลุ่มออมทรัพย์รวมใจมั่นคง    กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนไม้งาม    กลุ่มออมทรัพย์บ้านปุยตก(อบต.ย่านรี)   และ บ้านมั่นคงป่ามะม่วง  โดยรายละเอียดด้านการเงินในเบื้องต้น สามารถแจกแจงดังนี้

    

กระบวนการทำงานของชุมชน
กองทุนรักษาบ้านรักษาที่ดินจังหวัดตาก  มีที่มาจากการร่วมกองทุนใน 3 ประเภท ซึ่งเป็นกองทุนที่มีอยู่ภายในชุมชนเองและมาจากการสนับสนุนจากภายนอก  ได้แก่ (1) กองทุนชาติ 40% , (2)กองทุนสวัสดิการ ที่มาจากการจัดสวัสดิการ 30 บาท/เดือน,(3)กองทุนรักษาบ้านรักษาที่ดินซึ่งมาจาก 2 ส่วน คือ ทุนประกันความเสี่ยง 200 บาท สัดส่วน 60% และมาจากเงินบริจาค,(3)กองทุนเงินออมหมุนเวียนซึ่งมาจาก 3 ส่วน คือ เงินออมหุ้น 10% ต่อราย,  เงินออมสมาชิก วันละ 1 บาท, เงินอุดหนุน 2%

เป็นการจัดการกองทุนในรูปแบบที่ผสมผสานที่มาจากกองทุนระดับชาติ,กองทุนเครือข่ายระดับจังหวัดและระดับพื้นที่,กองทุนเดินในชุมชน,กองทุนที่ได้จาการรวมกลุ่มทำกิจกรรม เช่น การบริจาค,การออมทรัพย์ เป็นต้น

          โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการกองทุนจังหวัดทำหน้าที่ในการกำกับดูแล ซึ่งเป็นตัวแทนที่มาจากกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย,สหกรณ์เพื่อที่อยู่อาศัย,กองทุนสวัสดิการชุมชน,กองทุนสวัสดิการชุมชน,กลุ่มออมทรัพย์

    และกลุ่มอื่นๆ ซึ่งตัวแทนเหล่านี้เป็นคนที่อาศัยอยู่ภายในชุมชนเป้าหมายต่างๆที่เข้ามารวมตัวกันภายใต้กลไกระดับจังหวัด ได้แก่ ชุมชน 72 ห้อง,ชุมชนรุ่งเรืองทรัพย์,ชุมชนตากสิน,ชุมชนบัวคูณ แม่สอด,ชุมชนย่านรี,ชุมชนรวมใจ,ชุมชนราษฎร์ แม่สอด,ชุมชนป่ามะม่วง และชุมชนไม้งาม   มีบทบาทมีบทบาทในการประสานงานเครือข่าย,วางแผนพัฒนา,ประสานให้เกิดการขับเคลื่อนงานตามแผนที่วางไว้ โดยมีโครงสร้างการบริหารจัดการดังนี้

    นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดระเบียบข้อบังคับและกติกา เพื่อให้การบริหารจัดการมีความเป็นมาตรฐานเดียวกัน คือ ระเบียบ/เกณฑ์การจ่ายเงินสวัสดิการ ประกันความเสี่ยง  ประกอบด้วย (1)ระเบียบการเป็นสมาชิกและเกณฑ์การจ่ายเงิน คือ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 200 บาท(กลุ่มฯ/สหกรณ์ฯ), ต้องเป็นสมาชิกครบ 3 เดือน และคณะกรรมการ วาระละ 2 ปี ไม่เกิน 2 วาระ  (2)กองทุนเงินออมหมุนเวียน  คือ สมาชิกต้องมีการออมสมาชิกออมในนามสหกรณ์ กลุ่มออมทรัพย์ และการกู้สมาชิกกู้ในนามสหกรณ์ กลุ่มออมทรัพย์ โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย 2 ประเภท คือ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 2% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 4% ต่อปี

การจัดประโยชน์ของกองทุน
โดยจะจ่ายให้กับสมาชิกที่มีอายุการจ่ายสมทบครบ 3 เดือน จะได้รับผลประโยชน์   ดังนี้

  • สมาชิกเจ็บป่วย เข้า รพ. ปีละ 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 3 วัน วันละ 200 บาท
  • สมาชิกคลอดบุตร รายละ 500 บาท
  • สมาชิกประสบอัคคีภัย ไม่เกิน 5,000 บาท/ต่อครั้ง ต่อปี
  • สมาชิกเสียชีวิต ได้รายละ 4.500 บาท
  • อัคคีภัย 5,000 บาท ต่อครั้ง ต่อปี
  • วาทภัย อุทกภัย ดินถล่ม  1,000 บาท  ต่อครั้ง ต่อปี

ตารางแสดงรายละเอียดการช่วยเหลือสมาชิกกองทุนรักษาบ้าน รักษาที่ดิน(ประกันความเสี่ยง)

กรณี

เกณฑ์การพิจารณา

การช่วยเหลือ

1. เสียชีวิต/การเจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ถาวร (เจ็บป่วย/พิการ/ทุพพลภาพ)
หมายเหตุ บุคคลที่เป็นหลักของครอบครัวในการประกอบอาชีพหรือหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวและรับภาระหนี้สินของครอบครัว

  • ไม่มีทายาทหรือมีทายาทที่ไม่สามารถหารายได้เลี้ยงตนเองได้/ไม่สามารถรับภาระ (พิการ/เป็นผู้เยาว์ไม่สามารถหารายได้/อยู่ในวัยเรียน)
  • มีทายาทหรือสมาชิกในครอบครัวที่สามารถหารายได้เลี้ยงตนเองได้/สามารถรับภาระ
  • ช่วยผ่อนชำระหนี้เรื่องที่อยู่อาศัยกับสหกรณ์แทนตามวงเงินสินเชื่อคงเหลือตลอดระยะเวลาสัญญา
  •  ช่วยแบ่งเบาชำระหนี้เรื่องที่อยู่อาศัยกับสหกรณ์แทน ในจำนวนร้อยละ 50 ของวงเงินสินเชื่อคงเหลือตลอดระยะเวลาจนครบสัญญา

2. การเจ็บป่วย/สูญเสียอาชีพในช่วงระยะหนึ่ง
หมายเหตุ บุคคลที่เป็นหลักของครอบครัวในการประกอบอาชีพหรือหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวและรับภาระหนี้สินของครอบครัว

  • ไม่มีทายาทหรือมีทายาทที่ไม่สามารถหารายได้เลี้ยงตนเองได้/ไม่สามารถรับภาระ(พิการ/เป็นผู้เยาว์ไม่สามารถหารายได้/อยู่ในวัยเรียน)
  • มีทายาทหรือสมาชิกในครอบครัวที่สามารถหารายได้เลี้ยงตนเองได้/สามารถรับภาระ
  • ช่วยชำระหนี้ 100% ของยอดชำระคืนต่อเดือนตามระยะเวลาที่ป่วยและเข้ารับการรักษาตัวแต่ไม่เกิน 6 เดือน เว้นแต่ได้รับความเห็นจากเครือข่าย
  • ช่วยชำระหนี้แทนจำนวน 100 % ของยอดชำระคืนแต่ละเดือน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน

              (กรณีสูญเสียอาชีพ)

  •  ช่วยแบ่งเบาชำระหนี้แทน 50% ของยอดชำระคืนต่อเดือนตามระยะเวลาที่ป่วยและเข้ารับการรักษาตัวแต่ไม่เกิน 6 เดือน เว้นแต่ได้รับความเห็นจากเครือข่ายหรือกรรมการเมือง
  • ช่วยชำระหนี้แทนจำนวน 50% ของยอดคืนแต่ละเดือน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน (กรณีสูญเสียอาชีพ)

3. ประสพภัยพิบัติ (ดินถล่ม น้ำท่วม ไฟไหม้)

  • เข้าร่วมกองทุนและใช้สินเชื่อ
  • เข้าร่วมกองทุนและไม่ใช้สินเชื่อ

กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง

  • ช่วยชำระหนี้แทน 100% ของหนี้ที่เหลือตามระยะสัญญา

กรณีบ้านเสียหายบางส่วน

  •  ช่วยเงินซ่อมแซมบ้านไม่เกิน 10,000 บาทตามจำนวนครัวเรือน โดยบริหารจัดการร่วมกัน

กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง

  • ช่วยเหลือปลูกสร้างบ้านใหม่ไม่เกิน 15,000 บาท ตามจำนวนครัวเรือน โดยบริหารจัดการร่วมกัน

กรณีบ้านเสียหายบางส่วน
* ช่วยเงินซ่อมแซมบ้านไม่เกิน 5,000 บาทตามจำนวนครัวเรือน โดยบริหารจัดการร่วมกัน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter