playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

pislok200858.09ตำบลท้อแท้ ชื่อนี้หลายคนได้ยินได้ฟังแล้วก็ต้องอมยิ้มมุมปากพลางอดสงสัยไม่ได้ว่า นี่คือชื่อตำบลจริงๆ หรือ?

นี่คือชื่อตำบลจริงๆ อยู่ในเขตอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งที่มีการสร้างเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวปลอดภัยซึ่งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนให้การหนุนเสริมมาตั้งแต่ปี 2556

ตำบลท้อแท้ มีสมาชิกส่วนใหญ่ของชุมชนดำรงชีพด้วยวิถีเกษตรกรรม และเช่นเดียวกันกับประชากรไทยส่วนใหญ่ของประเทศที่หลายสิบปีที่ผ่านมานี้วิถีการเกษตรของพวกเขาต้องพึ่งพาสารเคมีเป็นหลัก ไม่ว่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า หรือการเร่งการเจริญเติบโตต่างๆ จนเป็นผลทำให้สุขภาพทั้งของพวกเขาและผู้บริโภคตกอยู่ภาวะอันตรายมากขึ้น

จนเมื่อสามปีที่แล้ว นายเวทย์ พลูหน่าย ซึ่งเป็นประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลท้อแท้ ได้เห็นถึงปัญหาเรื่องหนี้สินของเกษตรกรอันเนื่องมาจากต้นทุนการผลิตจากการซื้อสารเคมี ปุ๋ยเคมี ของเกษตรกรมีจำนวนสูง จึงได้นำเรื่องมาปรึกษาหารือกับสมาชิกในสภาองค์กรชุมชน และประมาณเดือนธันวาคม 2556 เครือข่ายเกษตรกรปลูกข้าวปลอดภัยจึงได้เกิดขึ้น โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนให้การสนับสนุนเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชน เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท

pislok200858.05สภาองค์กรชุมชนตำบลท้อแท้ได้ริเริ่มขยายกลุ่มผู้ผลิตข้าวปลอดภัย โดยมีการพาสมาชิกชุมชนไปดูงานพื้นที่รูปธรรมของจังหวัดลพบุรี สร้างแรงบันดาลใจในการผลิตแบบไร้สารเคมี กระทั่งทำให้สมาชิกชุมชนที่ได้เห็นเกิดแรงบันดาลใจ และกลับมาเป็นคนต้นแบบให้กับชุมชนทั้งหมด 8 คน

ผ่านไปหนึ่งปี คนต้นแบบเหล่านี้ได้เรียนรู้ทั้งความสำเร็จและล้มเหลว และนำมาถ่ายทอดให้สมาชิกชุมชนได้รับฟังซึ่งยังคงเห็นถึงความหวังในแนวทางการผลิตอาหารปลอดภัยนี้ว่า เป็นแนวทางที่ดีและสามารถประสบความสำเร็จได้ โดยกลุ่มผู้ผลิตที่เรียกว่า คนต้นแบบนี้ยังคงดำเนินการผลิตแบบไร้สารเคมีและขยายพื้นที่เพาะปลูกแบบไร้สารเพิ่ม

ความเติบโตของกลุ่มได้พัฒนาไปอีกขั้นเมื่อทางกลุ่มข้าวปลอดภัยได้ประกาศใช้ “ธรรมนูญชุมชนระบบการผลิตข้าวปลอดภัย” ขึ้นมา ซึ่งกลายเป็นข้อตกลงของกลุ่มผู้ปลูกข้าวและพืชผักปลอดภัย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2557 เพื่อขอความร่วมมือในการจัดการสิ่งแวดล้อมให้มีความปลอดภัย โดยธรรมนูญฉบับนี้จะไม่มีการบังคับใช้กับสมาชิกทุกคนในตำบล หากแต่จะใช้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมเพื่อขยายความร่วมมือไปอย่างละมุนละม่อม

และสำหรับปีนี้ทางกลุ่มข้าวปลอดภัยได้ขยายขยายแนวคิดไปยังเพื่อนบ้านคนอื่นๆ จนมีสมาชิกครบทั้ง 8 หมู่บ้าน และเข้าร่วมกลุ่มผลิตอาหารปลอดภัยอีกประมาณ 80 คน โดยมี แปลงนา แปลงผัก สวนผลไม้ปลอดภัยเป็นต้นแบบในชุมชนเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน อันมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือเพื่อให้ประชาชนในตำบลท้อแท้ได้บริโภคข้าวผลไม้ปลอดภัย เกษตรกรมีสารเคมีตกค้างในร่างกายลดลง

           pislok200858.08 20 กรกฎาคม 2558 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้จับมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างองค์การบริหารส่วนตำบลท้อแท้อีกครั้ง เพื่อพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเกษตรกรข้าวปลอดภัยภายใต้โครงการเศรษฐกิจและทุนชุมชนเข้มแข็ง โดยได้จัดเวทีสร้างแผนปฏิบัติการ “ข้าวปลอดภัย” ที่ห้องประชุมชั้นสองของอบต.ท้อแท้ เพื่อสรุปบทเรียนของการปลูกข้าวไร้สารในปีที่ผ่านมาและร่วมกันวางแผนในการปลูกข้าวปลอดภัยในปีต่อไป

แน่นอนว่าเกษตรกรซึ่งเริ่มต้นปลูกข้าวปลอดภัยไม่ได้ประสบความสำเร็จไปเสียทุกคน หนึ่งในแปดคนของคนต้นแบบที่กลับมาทำการเกษตรไร้สารเคมีอย่างหมอตู่ หรือ นายศรายุทธ พุนพิน นักวิชาการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลท้อแท้ ซึ่งมีความสนใจในอาหารปลอดภัยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ได้กลับมาทำนาไร้สารเคมีของตนเองประมาณ 3 ไร่ ปรากฏว่าเขาไม่ได้ข้าวเลย

หมอตู่เล่าว่า เขาได้ทดลองทำนาโยน ปรากฎว่า ต้นกล้าถูกกินจากทั้งนกเป็ดน้ำ ทั้งมด นับตั้งแต่เพาะกล้าแล้ว (เล่าไปหัวเราะไป) ต่อมาเมื่อข้าวขึ้นงอกงามดี ก็ปรากฏว่ามีหญ้าขึ้นเต็มไปหมด ความที่เขาไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าเขาก็ปล่อยให้หญ้าขึ้นเต็มไปหมด และเมื่อข้าวเท่าที่มีออกรวงมาหนูก็มากินอีก สรุปว่าเขาไม่ได้ข้าวเลย แต่เมื่อให้พี่สาวแฟนมาทำในปีต่อมา พี่สาวแฟนสามารถผลิตข้าวได้อย่างงดงามทั้งที่ทำนาปลอดภัยเหมือนกันpislok200858.12

“การทำนาไร้สารเคมี ไม่ได้ง่ายสำหรับทุกคน แต่คนที่ทำนาเป็นอยู่แล้ว อย่างไรเขาก็จะทำได้ แต่ผมไม่เคยทำนามาก่นอเลย ก็เลยไม่ประสบความสำเร็จ”

ดังนั้น ผลของการทำนาไร้สารที่ล้มเหลวไม่ได้แปลว่า การทำนาปลอดภัยจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเมื่อไปฟังคำตอบของคนต้นแบบคนอื่นๆ อาทิ นายพวง ดาวเรือง นางนุจรินทร์ ศรีชมพู นางซิ้ม เพชรดี ปรากฏว่าทุกคนได้ผลผลิตที่ดี ต้นทุนลดลง ทั้งยังมีวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ กันไป เช่น การจัดการหนู ใช้กับดักหนู การไล่นก ใช้หุ่นไล่กา มัดถุงพลาสติกติดไม้ปักกลางทุ่งนา หมั่นไปดูทุ่งข้าวบ่อยๆ หรือหากมีต้นหญ้าขึ้นก็ถอน

“สิ่งที่ทำ นอกจากจะช่วยให้ต้นทุนการเกษตรลดลง ยังทำให้สุขภาพผมดีขึ้น อาการชาที่เท้าของผมซึ่งเคยเป็นก่อนหน้านี้หายไป ผมมีความเชื่อมั่นในแนวทางนี้ แต่ผมไม่รู้ว่าทางภาครัฐจะช่วยสนับสนุนแค่ไหน เพราะปัญหาสำคัญคือตลาด”

ขณะที่นางนุจรินทร์ ศรีชมพู บอกว่า จำนวนข้าวไร้สารของเธอได้เมื่อเทียบกับการผลิตข้าวใช้สารเคมี เมื่อหักลบกลบหนี้แล้วถือว่าได้ผลลัพธ์ของค่าตอบแทนพอๆ กัน เพราะการทำนาไร้สารเคมีไม่ต้องใช้เงิน แต่ว่าสิ่งที่ได้เพิ่มมา คือ สุขภาพที่ดี อาจจะเหนื่อยขึ้นมาหน่อย อย่างต้นหญ้าต้องถอนเอง

pislok200858.14แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ เมื่อเทียบกับผลผลิตที่จากการทำนาใช้สารเคมี การทำนาอย่างหลังจะได้ผลผลิตมากกว่า รวมถึง เมล็ดข้าวปลอดสารนั้น จมีขนาดเมล็ดเล็กกว่า ดังนั้น หากต้องขายข้าวในราคาเดียวกับข้าวใช้สารเคมีแล้ว จะได้รับค่าตอบแทนที่น้อยกว่า เพราะถูกมองว่าเป็นข้าวคุณภาพต่ำ (เมล็ดเล็ก) ทุกคนจึงเห็นตรงกันว่า ต้องมีตลาดมารองรับเพื่อให้พวกเขาได้ผลิตข้าวปลอดภัยคุ้มค่ากับการผลิต

แนวทางการหาตลาดรองรับจะมีการเปิดเวทีปรึกษาหารืออีกครั้ง โดยองค์การบริหารส่วนตำบลจะมาช่วยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงทางหนึ่ง ขณะเดียวกัน เนื่องจากวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารอำเภอวัดโบสถ์มาร่วมด้วย 6 นาย นำโดยร้อยตรีรังฤษดิ์ คำนวณศร หัวหน้าชุดปฏิบัติการมวลชนอำเภอวัดโบสถ์ ก็ได้แสดงความเห็นต่อแนวทางชุมชนจัดการตนเองว่าเป็นแนวทางที่ดีและเห็นด้วยกับแนวทางของกลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวปลอดภัย ทั้งยินดีให้ความร่วมมือในการหาช่องทางตลาดให้ชาวบ้าน รวมถึงทาง รพสต.ตำบลท้อแท้ ก็พร้อมสนับสนุน แต่กระนั้นก็ยังอาจไม่รอบด้านเท่าใดนัก ซึ่งจะต้องมีการวางแผนร่วมกันอีกในการประชุมครั้งถัดไป เพื่อจะได้สร้างแผน “ทำนาปลอดภัย” ให้กับชุมชนได้อย่างครอบคลุมและผู้ผลิตสามารถดำรงอยู่ได้อย่างแท้จริง

pislok200858.07อนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตประการหนึ่งว่า เมื่อมีการถามสมาชิกทั้ง 80 คนที่มาร่วมประชุมในวันนี้ว่า มีใครซื้อข้าวกินบ้าง ปรากฏว่ามียกมือเป็นจำนวนมาก นั่นหมายความว่า คนปลูกข้าวได้ขายข้าว และก็ซื้อข้าวกิน แต่บางคนก็ถือว่า เมื่อตนเองปลูกข้าวต้องทำให้ตนเองพอกินก่อน ก็จะเก็บไว้ให้พอกินแล้วถึงจะขาย สิ่งเหล่านี้เองที่ชุมชนจะต้องเรียนรู้และมาจัดระบบวางแผนการผลิตร่วมกัน เพื่อหาทางลดหนี้สินของชุมชน

ซึ่งพอช. พร้อมจะให้การสนับสนุนในด้านวิชาการและการหนุนเสริมองค์ความรู้เพื่อให้ชุมชนได้จัดระบบเศรษฐกิจชุมชนของตนเอง เพราะหากว่าคนในชุมชนผลิตสิ่งใด ชุมชนใช้สิ่งนั้น มีเงินทุนหมุนเวียน และผู้ผลิตในพื้นที่มีความมั่นคงทางอาชีพ นั่นน่าจะเป็นหนทางการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนจริงๆ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter