playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

klong 1258 4 2

 

ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจตั้งอยู่ริมคลองสอง เขตสายไหม  ซึ่งเป็นลำคลองเดียวกับคลองลาดพร้าว-คลองบางบัว ที่ทางรัฐบาลมอบหมายให้ กทม.สร้างเขื่อนคอนกรีตความยาวรวมทั้งหมดประมาณ 24 กิโลเมตร  ใช้งบประมาณกว่า 2,400 ล้านบาท  เพื่อแก้ปัญหาการรุกล้ำลำคลองทำให้กีดขวางทางเดินของน้ำ  อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ เนื่องจากคูคลองต่างๆ ระบายน้ำไม่ทัน  ซึ่งตามแผนการ กทม.จะเริ่มงานก่อสร้างภายในเดือนตุลาคม 2558 นี้ทำให้ชุมชนต่างๆ ต้องรีบขยับหรือรื้อถอนบ้านเรือน 

สำหรับชุมชนที่วางแผนหรือเตรียมกระบวนการบ้านมั่นคงเอาไว้แล้วก็ไม่ค่อยจะได้รับผลกระทบมากนัก  เช่น  ชุมชนในย่านริมคลองบางบัว  คลองเปรมประชากร  ฯลฯ  แต่ชุมชนในย่านคลองสองที่ตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งคลองหลายชุมชนยังไม่มีการรวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหาจึงอาจจะได้รับผลกระทบ  อย่างไรก็ดี ยังมีบางชุมชน  เช่น  ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจที่อยู่ในระหว่างการจัดทำโครงการและจะเป็นต้นแบบให้ชุมชนใกล้เคียงได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้กระบวนการบ้านมั่นคงต่อไป

กระบวนการบ้านมั่นคงชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ

                ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจเป็นชุมชนริมคลองที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง  ชาวบ้านรุ่นแรกเข้ามาบุกเบิกที่อยู่อาศัยเมื่อประมาณ 70 ปีที่ผ่านมา  มีอาชีพทำนา  สมัยก่อนยังไม่มีถนน (พหลโยธิน 54/1) เลียบคลอง  ชาวบ้านจะพายเรือไปค้าขายที่ตลาดสะพานใหม่ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร  ต่อมาในช่วงก่อนปี 2530  ชุมชนเริ่มหนาแน่นขึ้น  มีบ้านเรือนปลูกใหม่กระจายไปตามแนวลำคลอง  ปัจจุบันมีบ้านเรือนทั้งหมด 77 หลัง (รวมบ้าน 17 หลังในชุมชนเพิ่มสินถมยาที่อยู่ติดกัน)  ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้  บางส่วนก่อสร้างด้วยปูน  จำนวนชาวบ้าน 271 คน  ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป  ข้าราชการ  ค้าขาย  และพนักงานบริษัท  

                ทักษิณา  จรัญญา  แกนนำชุมชนเพิ่มสินฯ  เล่าว่า  ชาวบ้านรู้ข่าวเรื่องการก่อสร้างเขื่อนริมคลองตั้งแต่ปี 2553 เพราะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักระบายน้ำ กทม.เข้ามาบอกเพื่อให้ชาวบ้านเตรียมตัวขยับขยายหรือหาที่อยู่อาศัยใหม่  แต่ต่อมาโครงการดังกล่าวก็เงียบหายไป  พอมาถึงช่วงต้นปี 2557  มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตสายไหม  และเจ้าหน้าที่จาก พอช.เข้ามาบอกให้รู้ว่าทาง กทม.มีโครงการที่จะสร้างเขื่อนแน่  และแนะนำให้รู้จักโครงการบ้านมั่นคง  และให้รวมกลุ่มกันเพื่อจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย

                “ก่อนหน้านั้นเราไม่เคยทำอะไรกันเลย  ต่างคนต่างอยู่  แต่พอเจ้าหน้าที่มาแนะนำพวกเราก็สนใจ  เพราะมันมีข่าวออกมาตลอดว่าจะมีการสร้างเขื่อน  ชาวบ้านจะถูกไล่  ถ้าเรารวมกลุ่มกันเราก็จะอยู่ที่เดิมได้  จึงร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นมา”  ทักษิณาเล่าเรื่องการตั้งกลุ่มฯ

                กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน  2557  มีสมาชิกเริ่มต้น 65 ราย  กำหนดให้สมาชิกออมเป็นเดือน  เดือนละ 100 บาท  และเก็บค่าเอกสารอีก 5 บาท  ต่อมาในเดือนตุลาคมปีเดียวกันจึงให้สมาชิกออมสวัสดิการเดือนละ 30 บาท  และเก็บค่าเอกสารเพิ่มเป็น 30 บาทต่อเดือน  มีสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิก  เช่น  คลอดบุตรช่วยรายละ 500 บาท  เสียชีวิตช่วย 1,000 บาท  มีสมาชิกสวัสดิการจำนวน 36 คน  นอกจากนี้ยังมีการระดมหุ้นเพื่อเตรียมจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมา  โดยให้สมาชิกถือหุ้นๆ ละ 10 บาท  และออมเป็นรายเดือน  เดือนละ 100 บาท

                ส่วนกระบวนการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงนั้น  ทักษิณาเล่าว่า  ในเดือนกันยายน 2557  ทีมงานบ้านมั่นคงจาก พอช.ได้เข้ามาร่วมทำงานกับชาวบ้าน  มีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน  เช่น  การสำรวจข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม  การพูดคุยกลุ่มย่อยเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องบ้านมั่นคง  การจับพิกัดชุมชน  วัดแปลงที่ดิน  การทำผังมือ  ฯลฯ  หลังจากนั้นจึงมีการสรุปข้อมูล  และจัดทำผังชุมชน  ออกแบบบ้าน  ให้ชาวบ้านช่วยกันทำโมเดลบ้าน  รวมทั้งร่วมกันการวางแผนพัฒนาอื่นๆ  เช่น  การจัดการขยะ  การบำบัดน้ำเสียในชุมชน  ฯลฯ

                ข้อสรุปที่ได้จากสำรวจข้อมูลและการวางแผนพัฒนาในชุมชน  คือ 1.จะต้องมีการปรับรื้อบ้านเรือนที่รุกล้ำลงในคลองให้ขึ้นมาอยู่บนบก (จำนวนเกือบ 30 หลัง)  จัดการปัญหาขยะในคลอง  2.เปลี่ยนผังที่อยู่อาศัยโดยใช้รูปแบบบ้านมั่นคง  3.ให้หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือเรื่องสาธารณูปโภค  4.ซ่อมแซมบ้านเรือนที่ทรุดโทรม  5.สร้างอาชีพเสริมแก่ชาวบ้าน  

                ด้านสาธารณูปโภคจะมีการสร้าง 1.ถนนด้านหน้าเลียบลำคลองกว้าง  4 เมตร  2.ถนนในซอยกว้าง 3 เมตร     3.สวนสาธารณะและศาลาอเนกประสงค์ขนาด  20 x 35 เมตร  4.ความยาวของพื้นที่ชุมชนประมาณ 1-1.2 กิโลเมตร  ความกว้างประมาณ 10-15 เมตร  ซึ่งจากการรื้อย้ายและปรับผังชุมชนใหม่จะทำให้ลำคลองมีขนาดกว้างจากเดิมไม่ถึง 30 เมตรเป็น 35  เมตร  ทั้งนี้จะต้องใช้งบประมาณสนับสนุนจาก พอช.เพื่อทำการถมดิน  และก่อสร้างระบบสาธารณู ปโภคต่างๆ รวมเป็นเงินประมาณ  4,350,000 บาท

                สำหรับแบบบ้านนั้น  สถาปนิก พอช.และชาวบ้านได้ร่วมกันออกแบบบ้าน  ซึ่งมีทั้ง 1.การรื้อบางส่วนและสร้างใหม่ในที่ดินเดิม  2.การรื้อใหม่ทั้งหมดและก่อสร้างในที่ดินเดิม  โดยมีแบบบ้านให้เลือกหลายแบบ  เช่น  บ้านแฝด 2 ชั้น  ใต้ถุนสูง  ขนาด 4 x 7 ตารางเมตร  ราคา 245,000 บาท,  บ้านแถวชั้นเดียว  ขนาด 4 x 7 ตารางเมตร  ราคา 176,400 บาท,  บ้านแถว ชั้น (มีขนาด 4 ห้อง-8 ห้อง) ขนาด 4 x 7  ตารางเมตร  ราคา 252,700 บาท ฯลฯ  อัตราผ่อนชำระต่อเดือนระหว่าง 1,282-1,934 บาท  ระยะเวลา 15 ปี  ทั้งนี้ชุมชนได้เตรียมที่จะขอใช้สินเชื่อจาก พอช.เพื่อก่อสร้างบ้านทั้งหมดเป็นเงิน 10,410,770 บาท

อุปสรรคที่ต้องก้าวข้าม

                แม้ว่าชาวบ้านชุมชนเพิ่มสินร่วมใจเพิ่งจะลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย  แต่กระบวนการสร้างบ้านมั่นคงก็มีความคืบหน้าไปตามลำดับขึ้น  โดยมีทีมงานบ้านมั่นคงจาก พอช.เข้ามาเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำ  ดังนั้นการทำงานของคณะกรรมการชุมชนเพิ่มสินฯ จึงเป็นไปตามลำดับขั้น  เช่น  หลังจากออกแบบบ้านแล้วจึงมีการกำหนดสิทธิ์และวางผังบ้านของสมาชิกบ้านมั่นคง  การประเมินราคาวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก  แผนในการรื้อย้ายและก่อสร้างบ้าน (แบ่งเป็น 3 เฟส)  รวมทั้งการระดมเงินออมเพื่อให้ได้จำนวน 10 %  ของวงเงินกู้ (ปัจจุบัน พอช.ปรับเหลือ 5 %  เพื่อให้ชาวบ้านสร้างบ้านได้ทันก่อนโครงการก่อสร้างเขื่อนจะดำเนินการ) ฯลฯ

ด้านการบริหารจัดการ  มีการแบ่งหน้าที่การทำงานออกเป็นฝ่ายต่างๆ เช่น  ทีมข้อมูล  ทีมบริหาร  ทีมสังคม  และทีมช่าง  และในระหว่างการก่อสร้างก็จะมีทีมตรวจสอบการเบิกจ่ายวัสดุ  ตรวจสอบการรับมอบงาน  เพื่อให้การก่อสร้างบ้านเป็นไปตามแผนงาน  ไม่มีการรั่วไหล  นอกจากนี้ก็ยังเตรียมที่จะจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงขึ้นมาเพื่อบริหารและดูและโครงการด้วย

มะลิ  ทิมถาวร  เหรัญญิก  กล่าวว่า  ตามแผนงานแล้ว  การรื้อถอนบ้านเฟสแรก 12 หลังจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2558  ที่ผ่านมา  และจะเริ่มก่อสร้างบ้านได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป  และจะไปแล้วเสร็จเฟสแรกภายในเดือนตุลาคมนี้  แต่ติดขัดปัญหาที่มีชาวบ้านในชุมชนบางส่วนยังไม่เข้าร่วมโครงการ  ไม่อยากรื้อบ้าน  บางคนก็มีบ้านหลังใหญ่  กลัวว่าถ้ารื้อบ้านหรือเข้าร่วมโครงการแล้ว  บ้านใหม่ที่ได้จะมีขนาดเล็กลง  เพราะทุกคนจะได้บ้านขนาดเท่ากัน

“เราแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 เฟส  แต่จะเริ่มเฟสไหนก็ยังไม่ได้  เพราะแต่ละเฟสก็จะติดปัญหาบ้านที่ไม่เข้าร่วมเฟสละ 1 หลังบ้าง 2 หลังบ้าง”  มะลิกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้โครงการบ้านมั่นคงของชุมชนเดินหน้าต่อไปไม่ได้

ในส่วนของการระดมเงินออมของชาวบ้านนั้น  มะลิบอกว่า  ขณะนี้ (สิงหาคม 2558) มียอดเงินออมรวม  313,400 บาท  จากสมาชิกทั้งหมดที่เข้าร่วม 60 ราย  (ไม่เข้าร่วม  16 ราย)  และคาดว่าจะระดมเงินออมในส่วนที่เหลือเพื่อให้ครบ 5% ของวงเงินกู้ได้อย่างแน่นอน

กัณกมล  เรืองกิจ  กรรมการฝ่ายบัญชี  กล่าวเสริมว่า  ที่ผ่านมาเธอก็ช่วยพูดคุย  นำข้อเท็จจริงมาบอกกับชาวบ้านที่ยังไม่ร่วมมือ  หรือยังไม่เข้าใจ  แต่ชาวบ้านบางคนก็ยังเชื่อว่าการก่อสร้างเขื่อนคงจะไม่เป็นจริง  เพราะเมื่อก่อนก็มีข่าวแบบนี้ออกมาตลอด  ท้ายที่สุดโครงการก็เงียบหายไป  จึงไม่ต้องรื้อย้ายบ้าน  แต่บางคนก็อ้างว่ารายได้น้อย  ไม่อยากเป็นหนี้  จึงไม่เข้าร่วมโครงการ

สมบัติ  รอดประเสริฐ  ประธานชุมชนเพิ่มสินฯ  กล่าวว่า  ตนอยากทำเรื่องบ้านมั่นคง  เพื่อชาวบ้านและลูกหลานจะได้มีที่อยู่อาศัยอย่างถาวร  อีกทั้งหน่วยงานต่างๆ ก็สนับสนุน  ทั้ง พอช.  สำนักงานเขตสายไหม  และกรมธนารักษ์ก็ให้เช่าที่ 30 ปี  เพียงแต่ยังมีคนส่วนน้อยที่ไม่ยอมเข้าร่วม  บางคนก็บอกว่าต้องมีหนังสือจากทางราชการ  หรือมีคำสั่งจากศาลจึงจะยอมรื้อ  แต่ผมก็มั่นใจว่าโครงการนี้จะทำต่อไปได้

ทักษิณา  จรัญญา  กรรมการชุมชน  กล่าวว่า  เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่จากเขตสายไหมได้เข้ามาชี้แจงให้ชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการได้รู้แล้วว่าทาง กทม.จะสร้างเขื่อนในเดือนตุลาคมนี้  ฉะนั้นจะต้องมีการรื้อย้ายบ้านแน่  แต่ก็ยังไม่เป็นผล  ดังนั้นตนจึงจะประสานกับเจ้าหน้าที่ พอช.เพื่อให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งเขตสายไหมเข้ามาพูดคุยกันว่าจะร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างไร  เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้

“ถ้าเคลียร์ปัญหานี้ได้  ภายในเดือนสิงหาคมนี้เราก็จะยื่นเรื่องขอใช้สินเชื่อกับ พอช.  จากนั้นก็จะจัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน  และทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์  และคิดว่าภายในเดือนตุลาคมนี้  จะเริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรกได้  พอถึงปีใหม่สร้างบ้านเสร็จ  เราก็จะทำบุญขึ้นบ้านใหม่ไปพร้อมกัน”  ทักษิณากล่าวอย่างเชื่อมั่นและมีความหวัง

คงจะไม่มีสิ่งใดที่ได้มาด้วยความง่ายดาย  เช่นเดียวกับความพยายามสร้างบ้านใหม่ของชาวชุมชนเพิ่มสิน  แม้ว่าจะมีอุปสรรคบ้าง  โดยเฉพาะการเพิ่งเริ่มต้น  จากการที่ชุมชนมีลักษณะ “ไม่เคยทำอะไรกันเลย  ต่างคนต่างอยู่” มาถึงวันนี้พวกเขาได้พากันเดินไปเกือบค่อนทางแล้ว  ระยะทางที่เหลืออยู่จึงต้องใช้ความอดทนและช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรค  เพื่อบ้านใหม่ที่มั่นคงยาวนานไปถึงลูกหลาน...ตลอดไป !!       

klong 1258 4 3klong 1258 4 5klong 1258 4 7
                

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter