playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

หลังจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 1 ล้านบาทให้กับองค์กรผู้สูงอายุจังหวัดสกลนคร เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับโครงการสวัสดิการผู้สูงอายุในจังหวัด ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 โดยได้นำงบประมาณดังกล่าว กระจายไปตามเครือผู้สูงอายุในแต่ละอำเภอ เพื่อสนับสนุนให้แต่ละอำเภอได้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากองทุน สวัสดิการผู้สูงอายุของจังหวัด

กลุ่มสมุนไพรอำเภอโพนนาแก้ว เป็นองค์กรหนึ่งที่นำเอางบประมาณที่ได้รับมาจากโครงการสวัสดิการผู้สูงอายุ ของจังหวัดสกลนครไปใช้ดำเนินกิจกรรมอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จอย่าง เป็นรูปธรรม

พ่อหนม แท้ไธสงค์ ประธานกลุ่มผู้สูงอายุ และประธานกลุ่มสมุนไพรอำเภอโพนนาแก้ว จ.สกลนคร เล่าให้ฟังว่า กลุ่มสมุนไพรของอำเภอโพนนาแก้ว ตั้งขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2545 โดยการรวมตัวกันของกลุ่มผู้สูงอายุในอำเภอโพนนาแก้ว เพื่อทำสมุนไพรใช้เอง จะได้ช่วยบำบัดบรรเทาโรคภัยของชาวบ้าน รวมทั้งจะช่วยทำให้ผู้สูงอายุมีรายได้เสริมจากการขายสมุนไพร และช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้านเอาไว้ไม่ให้สูญหาย โดยมีเกษตรอำเภอโพนนาแก้ว เป็นผู้จัดอบรมเรื่องสมุนไพรให้ เมื่ออบรมเสร็จแล้วก็เกิดความคิดอยากจะทำขึ้นมา จนทำให้เกิดการตั้งกลุ่มขึ้นมาในที่สุด

ตอนเริ่มก่อตั้งกลุ่มขึ้นใน ครั้งแรกมีสมาชิกเข้าร่วมจำนวน 15 คน ลงหุ้นกันคนละ 1 หุ้น หุ้นละ 100 บาท แต่ละคนจะถือได้ไม่เกิน 10 หุ้น ตอนนั้นสามารถระดมทุนได้เพียง 3,000 บาท ต่อมามีคนมาสมัครเป็นสมาชิกเพิ่ม ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 50 คน มีทุนหมุนเวียนอยู่ในกลุ่มประมาณ 35,000 บาท มีการปันผลกำไรกันปีละครั้ง
การ ดำเนินการในช่วงแรกทางกลุ่มได้ไปขอกู้เงินจากโครงการสวัสดิการผู้สูงอายุ จำนวน 60,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี เพื่อนำมาซื้อวัสดุอุปกรณ์และวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งการดำเนินการของกลุ่มประสบความสำเร็จอย่างเกินความคาดหมาย ทำให้สามารถปลดเปลื้องหนี้สินที่กู้มาได้ทั้งหมด และมีเงินกำไรหมุนเวียนเหลืออยู่อีกถึง 35,000 บาท

สำหรับ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่กลุ่มจัดทำขึ้นประกอบด้วย น้ำดื่มสมุนไพรลูกยอ ลูกประคบสมุนไพร ยาหม่องน้ำและยาหม่องครีม ซึ่งผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับความนิยมอย่างสูงจากลูกค้าจนทำให้ผลิตแทบจะไม่ ทันเลยทีเดียว โดยเฉพาะน้ำดื่มสมุนไพรลูกยอและลูกประคบสมุนไพร
ส่วนวัตถุ ดิบในการผลิตนั้น ทางกลุ่มจะใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นหลัก โดยมีการส่งเสริมให้สมาชิกซึ่งเป็นผู้สูงอายุปลูกสมุนไพรชนิดต่างๆ ขึ้นในที่ดินของตนเอง เช่น ยอ ตะไคร้ มะกรูด กระเพรา ขมิ้น ไพล เป็นต้น และผลผลิตที่เกิดขึ้นทางกลุ่มจะรับซื้อเอาไว้ทั้งหมด เพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไป

ขณะที่ตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้น ส่วนหนึ่งจะวางจำหน่ายในชุมชน ที่เหลือจะนำไปจำหน่ายนอกพื้นที่ เช่นที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ นครพนม และตามงานเทศกาลต่างๆ ซึ่งนอกจากสมาชิกจะช่วยกันหาตลาดแล้วทางเกษตรอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ และพัฒนากรอำเภอ ก็ยังช่วยหาตลาดให้อีกทางหนึ่งด้วย

ทั้ง นี้ทางกลุ่มจะนำกำไรสุทธิจำนวน 20% ที่เกิดจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ มาเข้าสมทบกองทุนสวัสดิการผู้สูงอายุ เพื่อพัฒนากองทุนให้เติบโตและมีทุนมากขึ้นเรื่อยๆ

?การดำเนินงาน ของกลุ่มที่ผ่านมานับว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง รูปธรรมของความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ ชาวบ้านหันมาใช้สมุนไพรมากขึ้น สมาชิกและผู้สูงอายุมีรายได้ ก่อให้เกิดการร่วมด้วยช่วยกันระหว่างชาวบ้านและหน่วยงานของรัฐ และทำให้ชุมชนเกิดความสามัคคีเข้มแข็งขึ้น? พ่อหนม บอก

อย่างไร ก็ตามแม้ว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาจะประสบความสำเร็จอย่างดี แต่ก็มีอุปสรรคบางประการที่ต้องแก้ไข ประการแรกคือทุนในการดำเนินการยังมีไม่มากพอ และประการต่อมาก็คือผลิตภัณฑ์ของกลุ่มยังไม่มีการวิเคราะห์คุณภาพและยังไม่ ได้รับทะเบียนจาก อย. ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปัญหาที่ทางกลุ่มกำลังช่วยกันหาทางแก้ไขอยู่
ส่วนทิศ ทางในอนาคตนั้น นอกจากจะเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์แล้ว ทางกลุ่มก็ยังมีแนวคิดที่จะจัดตั้งโครงการเลี้ยงวัวขึ้น โดยจะหาเงินทุนมาซื้อวัวให้ผู้สูงอายุเลี้ยงเพื่อให้ผู้สูงอายุมีงานทำแก้ เหงา และมีรายได้โดยไม่ต้องเป็นภาระของลูกหลาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter