playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Ladprao2.jpg

สำนักงานเขตวังทองหลาง/  พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รัฐมนตรี พม.เปิดศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง พื้นที่ 5 เขตห้วยขวางและวังทองหลาง  ดูแลพื้นที่ 8 ชุมชน  เผยรองนายกฯ พลเอกประวิตร ห่วงชุมชนริมคลองมีพื้นที่เหลือน้อยกลัวรองรับชาวบ้านไม่หมดเสนอให้สร้างตึกสูงรองรับ  ด้านหัวหน้า ศปก.พื้นที่ 5 ยืนยันจะเริ่มรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้  คาดทั้งหมด 876 ครัวเรือนจะสร้างบ้านใหม่เสร็จภายในปี 2560

Ladprao1.jpg
วันนี้ (9 มิถุนายน) เวลา 11.00 น.  พลตำรวจเอกอดุลย์  แสงสิงแก้ว  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เดินทางมาที่สำนักงานเขตวังทองหลาง  เพื่อทำพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  พื้นที่  5  เขตห้วยขวางและเขตวังทองหลาง  โดยมีนายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยตัวแทนชุมชนริมคลองต่างๆ ประมาณ 300 คนให้การต้อนรับ  นอกจากนี้ยังมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีเปิดดังกล่าวด้วย  เช่น  นายภัทรุตม์  ทรรทรานนท์  รองปลัด กทม.  พลตรีชนาธิป  บุนนาค  ฝ่ายเสนาธิการประจำผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก  พลตำรวจโทธรรมศักดิ์  วิชชารยะ  ผู้ช่วย ผบ.ตร.  และหัวหน้าสำนักงานเขตวังทองหลาง

Ladprao3.jpg
พลตำรวจเอกอดุลย์  แสงสิงแก้ว  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  กล่าวว่า  รัฐบาลได้วางแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนทั่วประเทศระยะเวลา 10 ปี  ประมาณ  2 แสนครัวเรือน  ซึ่งโครงการพัฒนาในคลองลาดพร้าวก็เป็นหนึ่งในโครงการที่สำคัญ  โดยในตอนแรกจะทำในพื้นที่ริมคลอง 43 ชุมชน  7,000 ครัวเรือน   ระยะเวลา 3 ปี  แต่ต่อมาจึงได้มีการปรับแผนงานเพื่อให้การดำเนินงานเสร็จเร็วขึ้น  และเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรี  พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  เพื่อให้โครงการพัฒนาชุมชนในคลองลาดพร้าวเสร็จภายใน 1 ปี 6 เดือน  ซึ่งก็ได้รับการเห็นชอบและอนุมัติแล้ว

รมว.พม.กล่าวว่า  การดำเนินโครงการดังกล่าว  หน่วยงานเดียวไม่สามารถจะทำงานให้สำเร็จได้  จะต้องร่วมมือกันทุกหน่วยงาน  เช่น  กทม.  สำนักงานเขต  ตำรวจ  ทหาร  กรมธนารักษ์  และภาคประชาชน  โดยจะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันออย่างแน่นแฟ้น  และต้องทำงานในพื้นที่จริง  โดยศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองจะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนแผนงานร่วมกัน

“ศูนย์แห่งนี้จะมีหัวหน้าศูนย์เป็น CEO  มีทหารช่าง  มีตำรวจตระเวนชายแดนมาช่วยงานด้านมวลชนสัมพันธ์  และต้อองลงไปรับฟังความเห็นของประชาชน  วันนี้ผมจึงมาดูความพร้อมของศูนย์ฯ ในการเตรียมแผนงาน  เช่น การเตรียมการเรื่องการจัดตั้งสหกรณ์ของชุมชน  การออกแบบบ้าน  ออกแบบผังชุมชน  ซึ่งท่านรองนายกฯ พลเอกประวิตรก็เป็นห่วงว่าพื้นที่ริมคลองมีน้อย  หากทำรูปแบบบ้านแถวจะไม่พอรองรับประชาชนได้ทั้งหมด  และจะมีความเป็นไปได้หรือไม่หากจะมีการสร้างที่อยู่อาศัยรองรับเป็นตึกแนวสูง”  รมว.พม.กล่าว

นายนัฐพงศ์  คงแหง  หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  พื้นที่ 5  เขตห้วยขวางและวังทองหลาง  กล่าวว่า  เขตห้วยขวางและวังทองหลางมีชุมชนริมคลองทั้งหมด 8 ชุมชน  รวม   876  ครัวเรือน  ซึ่งทั้ง 8 ชุมชนนี้จะเริ่มแผนงานรื้อย้ายชุมชนและก่อสร้างบ้านระยะที่ 1 ภายในเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2559  รวม 2 ชุมชน  จำนวน  147 ครัวเรือน  และระยะที่ 2  เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2559  จำนวน 5 ชุมชน  729 ครัวเรือน  ซึ่งคาดว่าการก่อสร้างบ้านทั้ง 876 ครัวเรือนจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2560   

อย่างไรก็ตาม  ยังมี 2 ชุมชน  คือ ชุมชนบึงพระราม 9  และชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนา  รวมประมาณ 200 ครัวเรือน  ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากคลองลาดพร้าวเชื่อมกับคลองแสนแสบ  ไม่สามารถอยู่อาศัยในชุมชนเดิมได้  เนื่องจากสภาพที่ตั้งของชุมชนและลำคลองมีลักษณะแคบเป็นคอขวด  โดยทางสำนักการระบายน้ำ กทม.ได้ทำการวัดพื้นที่ชุมชนและแนวก่อสร้างเขื่อนแล้ว  ได้ข้อสรุปว่าชุมชนไม่มีพื้นที่เหลือพอที่จะปรับผังชุมชนเพื่อสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมได้  ดังนั้นทั้ง 2 ชุมชนจะต้องหาที่ดินเพื่อสร้างชุมชนใหม่   โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานงานจัดหาที่ดินกับทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน

สำหรับศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองพื้นที่ 5  เขตห้วยขวางและเขตวังทองหลาง  เป็นศูนย์ปฏิบัติการฯ แห่งแรกที่ พอช.ร่วมกับสำนักงานเขตจัดตั้งขึ้นมาเพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการบริหารจัดการงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองในระดับพื้นที่  โดยศูนย์ฯ แห่งนี้จะมีเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานจาก พอช.  ตำรวจ  ทหาร  และภาคประชาชน   รวม 10 คน  นอกจากศูนย์ฯ แห่งนี้แล้ว  พอช.มีแผนที่จะเปิดศูนย์ฯ ให้ครบทุกพื้นที่  คือ  เขตจตุจักร  บางเขน  หลักสี่    ดอนเมือง  และสายไหม 

 

 สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter