playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

เขตจตุจักร/  นายไมตรี  อินทุสุต  ปลัด พม.เยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  พื้นที่ 5  เขตจตุจักร  และเยี่ยมชุมชนคลองลาดพร้าว เผยรองนายกฯ ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  ห่วงชุมชนที่รื้อย้ายออกจากริมคลองแล้วจะมีพื้นที่เหลือไม่พอสร้างบ้านรองรับชาวชุมชนได้ทั้งหมด  เสนอแนวคิดสร้างตึกสูงริมคลอง  โดยให้ กทม.ออกแบบและประสานกับมหาดไทยยกเว้น พ.ร.บ.ก่อสร้างและควบคุมอาคาร  เพื่อให้ก่อสร้างอาคารได้ถูกกฎหมาย และให้สวยงามมีเอกลักษณ์เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวริมคลอง  ด้าน ศปก.ทชค.พื้นที่ 5 วางแผน 12 ชุมชน  1,227  ครัวเรือน  รื้อย้ายและก่อสร้างบ้านใหม่เสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2560

3.jpg

                เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน  2559  เวลา 10.00 น.  นายไมตรี  อินทุสุต  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และคณะ  ได้เดินทางมาที่ศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) พื้นที่ 4  เขตจตุจักร  ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานเขตจุตจักร  ถนนวิภาวดีรังสิต  เพื่อตรวจเยี่ยม ศปก.ทชค.พื้นที่ 4  และติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวในเขตจตุจักร  โดยมีนายสยาม  นนท์คำจันทร์  ผู้อำนวยการ ศปก.ทชค.,  นายธิปไตย  ฉายบุญครอง  หัวหน้า ศปก.ทชค. พื้นที่ 4, ตัวแทนเขตจตุจักร, สำนักการระบายน้ำ, คสช.ในพื้นที่  และผู้นำชุมชนริมคลองให้การต้อนรับ

4.jpg

                นายไมตรี  อินทุสุต  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  กล่าวว่า  ตนได้รับมอบหมายจากพลตำรวจเอกอดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.พม.ให้มาติดตามความคืบหน้าในการดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  รวมทั้งดูข้อมูลในแต่ละชุมชน  เนื่องจากแต่ละชุมชนก็มีข้อมูลที่แตกต่างกันตามสภาพพื้นที่  และความกว้างของคลองก็ไม่เท่ากัน  อย่างไรก็ตาม  ในแต่ละชุมชนหลังจากที่รื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองแล้วก็จะมีพื้นที่เหลือให้สร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมได้กว้างประมาณ 12  เมตร

“จากการประชุมร่วมกับพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆ นี้  ท่านก็เป็นห่วงว่าพื้นที่ที่เหลือมีความกว้างประมาณ 12  เมตรอาจจะไม่เพียงพอหากก่อสร้างบ้านในลักษณะบ้านแถวหรือแนวราบ  ท่านจึงเสนอแนวคิดเรื่องการก่อสร้างแบบตึกสูง  เพื่อจะได้รองรับพี่น้องได้ทั้งหมด  โดยจะให้ทาง กทม.ช่วยออกแบบ  และประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยเรื่องการยกเว้นพระราชบัญญัติการก่อสร้างและควบคุมอาคาร  เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  นอกจากนี้ก็ควรจะออกแบบก่อสร้างให้สวยงามมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม  เพื่อจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวริมคลองต่อไป”  ปลัด พม.กล่าว

            นายธิปไตย  ฉายบุญครอง  หัวหน้า ศปก.ทชค. พื้นที่ 4  กล่าวว่า           ชุมชนริมคลองในเขตจตุจักรมีทั้งหมด 12 ชุมชน  รวม 1,227  ครัวเรือน  ตามแผนงานในปี 2559 จะเริ่มรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิมจำนวน 2 ชุมชน  คือ  ชุมชนวังหิน  และหลังกรมวิทย์  รวม 202  ครัวเรือน  โดยทั้ง 2 ชุมชนนี้ได้รับสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์แล้วตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา  และในปี 2560  จะดำเนินการอีก 10 ชุมชน  รวม  1,025  ครัวเรือน  ซึ่งหากเป็นไปตามแผนงานการก่อสร้างบ้านใหม่ทั้ง 12 ชุมชนจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2560

                “ขณะนี้ชุมชนวังหินได้เริ่มรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองแล้วจำนวน 10 หลัง  และหลังจากนั้นในเดือนกรกฎาคมจะเริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรก  ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ  4 เดือน  คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมปีนี้  หลังจากนั้นจะทยอยก่อสร้างบ้านในเฟสต่อไป  รวมบ้านที่จะก่อสร้างทั้งหมด 82 หลัง   จากจำนวนบ้านเรือนในชุมชนทั้งหมด 94 หลัง  ทั้งนี้ ศปก.พื้นที่ 4 จะมีคณะทำงาน 6 ชุดๆ ละ 10 คน  ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ พอช. ,สำนักงานเขต,เครือข่ายชุมชน  ตำรวจ  และทหาร  ลงไปสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านและสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย”  นายธิปไตย  กล่าว

ส่วนชุมชนหลังกรมวิทย์ (กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก  จำนวน  120 หลัง  ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านได้รับรองสิทธิ์และตรวจสอบผู้ที่มีสิทธิ์อยู่อาศัยเพื่อจัดผังชุมชนและออกแบบบ้าน  คาดว่าจะเริ่มรื้อย้ายบ้านได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  จะสนับสนุนค่าเช่าบ้านให้แก่ชาวบ้านในระหว่างการรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านใหม่เดือนละ 3,000 บาท  ระยะเวลา 6 เดือน

หลังจากที่ปลัด พม.ได้รับฟังข้อมูลจาก ศปก.ทชค. พื้นที่ 4 แล้ว  จึงได้เดินทางไปเยี่ยมชุมชนริมคลองลาดพร้าวในเขตจุตจักร  คือชุมชนพหลโยธิน 32 และชุมชนวังหิน  โดยมีผู้นำชุมชนและชาวบ้านกว่า 200 คนให้การต้อนรับ  ทั้งนี้ชุมชนพหลโยธิน 32  มีประชากรประมาณ  1,600 คน  รวม 227 ครัวเรือน   อาศัยอยู่ในที่ดินริมคลองที่กรมธนารักษ์ดูแลจำนวน  127 ครัวเรือน  อย่างไรก็ตาม   ในจำนวนนี้เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยกับทาง พอช.จำนวน 87 ราย   อีกประมาณ 40 รายมีความประสงค์ที่จะจัดทำโครงการฯ ร่วมกับสถาบันจัดการที่ดินแนวใหม่ 5 ภาค (สกทช.)  โดยทั้ง 2 กลุ่มต่างก็จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ของตนเองขึ้นมาเพื่อเตรียมความพร้อมในการขอเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์เพื่อก่อสร้างบ้าน

นายสยาม  นนท์คำจันทร์  ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) กล่าวว่า  พอช.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่สนับสนุนให้ชาวบ้านทุกคน  ทุกกลุ่ม  มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  ในกรณีของชุมชนพหลโยธิน 32  ซึ่งชาวบ้านมีอยู่ 2 กลุ่ม  พอช.ก็ยินดีที่จะสนับสนุนทั้ง 2 กลุ่ม  แต่หากจะขอใช้สินเชื่อจาก พอช.  ทุกกลุ่มก็จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ พอช.  เช่น  ต้องมีกลุ่มออมทรัพย์และจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถาน  จำกัด  รวมทั้งจะต้องได้รับสัญญาเช่าที่ดินเพือก่อสร้างบ้านจากกรมธนารักษ์ด้วย

1.JPG

2.jpg

 

สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter