playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน / กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จี้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวหรือ Action  Plan นำร่อง 8 ชุมชน  เพื่อให้ทุกหน่วยงานวางแผนงานให้สอดคล้องและนำไปปฏิบัติร่วมกัน  วางเป้าหมายรื้อย้ายสร้างบ้านใหม่  42  ชุมชน  รวม 6,150 ครัวเรือน  ให้แล้วเสร็จภายใน 14 เดือน  หรือภายในเดือนกันยายนปี 2560  

159A1482_resize.JPG
เมื่อวันที่  3  สิงหาคม  ที่ห้องประชุมไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action  Plan) นำร่อง  8 ชุมชนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง คือ ชุมชนประชาอุทิศ หลังสมาคมโรงเรียนไทย-ญี่ปุ่น  เขตห้วยขวาง , หลัง ม.ราชภัฏจันทรเกษม  หลังกรมวิทยาศาสตร์  วังหิน  เขตจตุจักร, บางบัวร่วมใจพัฒนา  เขตหลักสี่, ศาลเจ้าพ่อสมบุญ  และเลียบคลองสองโซน 3 เขตสายไหม  โดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) ตัวแทนกรมธนารักษ์, กรมส่งเสริมสหกรณ์, สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพฯ, สำนักงานเขต, คสช., ตำรวจ, ผู้นำชุมชน, กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และผู้บริหาร พอช.เข้าร่วม  รวมทั้งหมดประมาณ 120คน

159A1480_resize.JPG

นายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  กล่าวว่า  การทำ Action Plan จะทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองได้รู้และเห็นแผนปฏิบัติการของทุกหน่วยงานร่วมกัน  ทำให้เห็นภาพรวมของแผนงานทั้งหมด  และเห็นแผนปฏิบัติการที่เป็นจริง  ซึ่งหลังจากที่มี Action  Plan แล้วจะทำให้การประสานการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานดีขึ้น  นำไปสู่ผลสำเร็จของโครงการ

“งานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเป็นงานเร่งด่วนและใหญ่ที่สุดเท่าที่ พอช.เคยทำมา  ดังนั้นจึงยินดีที่จะร่วมงานกับทุกหน่วยงาน  เพื่อให้เป็นแผนงานร่วมกัน  ปฏิบัติร่วมกัน  เป็นงานของทุกหน่วยงาน  ไม่ใช่เฉพาะของ พอช”  นายพลากรกล่าว

159A1495_resize.jpg
นายสมคิด  สมศรี  ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  กล่าวว่า  แต่ละหน่วยงานจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติงานในชุมชนนำร่อง  8 ชุมชน  ซึ่งในแผนฯ จะต้องระบุว่ามีกิจกรรมอะไร  มีเป้าหมายใด  จัดกิจกรรมช่วงไหน  ฯลฯ  เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้วางแผนงานให้สอดรับสนับสนุนกัน  เช่น  หากชุมชนใดมีแผนงานจะจัดตั้งสหกรณ์  พอช.ก็จะต้องวางแผนว่าจะชวนกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้ามาให้ความรู้แก่ชาวบ้านในช่วงไหน  ขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ก็จะได้วางแผนงานของตนให้ตรงกับ พอช.  ซึ่งแผนปฏิบัติการที่ทุกหน่วยงานจะต้องทำนี้ตนจะรวบรวมนำไปเสนอต่อพลตำรวจเอกอดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.พม.ต่อไป  นอกจากนี้ทุกหน่วยงานจะต้องรายงานความคืบหน้าในการปฏิบัติงานตามแผนงานทุกๆ วันศุกร์  เพื่อตนจะทำไปรายงานต่อ รมว.ทุกวันอังคาร

ผู้ตรวจราชการฯ กล่าวด้วยว่า  ขณะนี้เหลือเวลาทำงานโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเพียง 14 เดือน หรือภายในเดือนกันยายนปี 2560 จากเดิมที่เคยกำหนดเอาไว้  3 ปี  ดังนั้นทุกหน่วยงานจะต้องทำงานร่วมกัน  เหมือนอยู่ในเรือลำเดียวกัน  ซึ่งเมื่อมีแผนปฏิบัติการร่วมแล้ว  ก็จะทำให้ทุกหน่วยงานเข้าใจตรงกัน  รู้เหมือนกัน  สามารถนำข้อมูลไปอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจได้ตรงกัน  โดยเฉพาะเรื่องสิทธิในการอยู่อาศัย  ซึ่งที่ผ่านมาข้อมูลตัวเลขของแต่ละหน่วยงานยังไม่ตรงกัน  ซึ่งในวันนี้ได้ข้อสรุปว่าชุมชนที่จะทำโครงการมีอยู่ทั้งหมด 41 ชุมชน  รวม 6,133  ครัวเรือน  และบวกอีก 1 ชุมชน 17 ครัวเรือน  คือ  ชุมชนคลองลาดพร้าว เขตลาดพร้าว  ซึ่งแต่เดิมไม่ได้รวมชุมชนนี้เข้ามาอยู่ในแผนงาน  ดังนั้นจึงมีทั้งหมด 42 ชุมชน  รวม 6,150 ครัวเรือน  อย่างไรก็ตาม  จะต้องมีการตรวจสอบสิทธิที่อยู่อาศัยให้ชัดเจนอีกครั้งเพื่อนำไปรายงานต่อรัฐบาล

“หลักการของรัฐบาลก็คือ  ทุกคนที่อยู่ในคลองจะต้องมีที่อยู่อาศัย  มีสิทธิเท่าเทียมกัน  ส่วนผู้ที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ  ไม่ยอมรื้อย้ายบ้าน  ก็จะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก  ใช้วิธีการเจรจาพูดคุยก่อน  ส่วนวิธีการทางกฎหมายจะใช้เป็นมาตรการสุดท้าย”  นายสมคิดกล่าว

159A1496__resize.jpg

นายสยาม  นนท์คำจันทร์  ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.)  กล่าวว่า  ขณะนี้การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวได้คืบหน้าไปตามลำดับขั้น  แต่ที่ผ่านมาติดขัดอุปสรรคบางประการ  เช่น  กลุ่มเจ้าของหอพัก  บ้านเช่า  หรือมีบ้านใหญ่  ครอบครองที่ดินเยอะ  ไม่อยากรื้อย้าย  ไม่ให้ความร่วมมือ  นอกจากนี้โครงการพัฒนาชุมชนริมคลองก็ถือเป็นงานเร่งด่วน  มีระยะเวลาทำงานไม่มากนัก  ต่างจากโครงการบ้านมั่นคงที่ผ่านมา  ซึ่งจะต้องมีการเตรียมความพร้อมชุมชนอย่างน้อย 1 ปีจึงจะเริ่มโครงการได้   อย่างไรก็ตาม  ระยะเวลาที่เหลืออีกประมาณ  14 เดือนจะเร่งให้แล้วเสร็จตามแผนงาน

สำหรับชุมชนที่ก่อสร้างไปแล้วมีดังนี้  1.ศาลเจ้าพ่อสมบุญ  65 หลัง  ขณะนี้บ้านเฟสแรก 4 หลังใกล้จะแล้วเสร็จ  ส่วนที่เหลือทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้  2.บางบัวร่วมใจพัฒนา  206 หลัง  เฟสแรก 22 หลังก่อสร้างเสร็จแล้ว  กำลังก่อสร้างเฟสต่อไป  58 หลัง  3.วังหิน  94 หลัง  รื้อเฟสแรกแล้ว 10 หลัง  จะรื้อเพิ่มอีก 25 หลัง  หลังจากนั้นจะเริ่มก่อสร้างงานฐานรากภายในเดือนสิงหาคมนี้  4.ชุมชนเลียบคลองสองโซน 3 ซื้อที่ดินใหม่พื้นที่ 4 ไร่เศษ  รวม 112  ครัวเรือน  อยู่ในระหว่างการถมดินปรับพื้นที่  ส่วนชุมชนอื่นๆ กำลังอยู่ในระหว่างการจัดตั้งสหกรณ์เพื่อขอเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์  หลังจากนั้นจะเริ่มรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ในเร็วๆ นี้

159A1510__resize.jpg

159A1510__resize.jpg
สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน
                                                                                

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter