playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

                                                                                                                                                           รายงานโดย สุวัฒน์ กิขุนทด

pathumthani_resize.JPG

กรมธนารักษ์ /  กระทรวงการคลัง, พม.  และมหาดไทย  ลงนามบันทึกความร่วมมือและมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุบริเวณคลองเชียงรากใหญ่  เนื้อที่ 30 ไร่  ตามโครงการ “ปทุมธานีโมเดล”  เพื่อแก้ปัญหาการปลูกบ้านรุกล้ำคลองสาธารณะ  โดยการจัดสร้างบ้านมั่นคงรองรับชาวบ้านริมคลอง 16 ชุมชน จำนวนกว่า 1,000 ครอบครัวหลังจากที่ คสช.ได้ใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งเพิกถอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้เป็นที่ดินราชพัสดุแล้ว  ตามแผนงานจะเริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรก 275 หลังในเดือนมกราคม 2560 และแล้วเสร็จในปีเดียวกัน

            ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดรุกล้ำลำน้ำสาธารณะในจังหวัดปทุมธานีและแก้ไขปัญหาการระบายน้ำ โดยเฉพาะที่บริเวณคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ซึ่งมีชาวบ้านปลูกบ้านเรือนรุกล้ำลำคลองมานานหลายสิบปี  จำนวน  16 ชุมชน  รวม 1,433 ครัวเรือน  โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  กระทรวงการคลัง  และกระทรวงมหาดไทย  จัดทำโครงการ “ปทุมธานีโมเดล”  เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากคลองหนึ่ง  ขณะที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้มาตรา 44 เพิกถอนที่ดินสาธารณะบริเวณคลองเชียงรากใหญ่  เนื้อที่ 30 ไร่  เพื่อให้เป็นที่ดินราชพัสดุรองรับชาวบ้าน  โดยออกประกาศไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้น

            ล่าสุดวันนี้ (27 กันยายน )  เวลา 15.30 น. ที่ห้องประชุมกรมธนารักษ์  ได้มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดินราชพัสดุ  ระหว่าง 3 หน่วยงาน  คือนายจักรกฤศฏิ์  พาราพันธกุล  อธิบดีกรมธนารักษ์  นายสุรชัย  ขันอาสา  ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี  และนายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  หลังจากนั้นนายอภิศักดิ์  ตันติวรวงศ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุให้แก่สหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล  จำกัด  เนื้อที่ 30 ไร่  ระยะเวลาเช่า 30 ปี  เพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคงรองรับชาวบ้านที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนที่ปลูกสร้างรุกล้ำคลองหนึ่ง  รวม 16 ชุมชน  จำนวนกว่า 1,000 ครัวเรือน

pathumthani_2_resize.JPG

            นายจักรกฤศฏิ์  พาราพันธกุล  อธิบดีกรมธนารักษ์  กล่าวว่า  จากนโยบายการจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะของรัฐบาลและการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดตามแนวคลองและทางระบายน้ำ  กรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินราชพัสดุจึงสนับสนุนให้ชุมชนเช่าที่ดินเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้อง

ตามกฏหมาย  โดยเฉพาะในจังหวัดปทุมธานีมีประชาชนปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่ริมคลองรังสิต  คลองหนึ่ง  และคลอง 14  รวมทั้งหมดประมาณ 4,411 ราย  จึงได้เริ่มโครงการปทุมธานีโมเดลเป็นโครงการแรก

            “ปทุมธานีโมเดลเป็นการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างเร่งด่วน  โดยความร่วมมือของหลายหน่วยงานที่มาร่วมกันทำงาน  และถือเป็นต้นแบบให้เกิดผลเป็นรูปธรรม  เป็นตัวอย่างให้หน่วยงานอื่นๆ ใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้ชาวชุมชนที่มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงในระยะยาวต่อไป”  อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าว

            พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า  โครงการปทุมธานีโมเดล  รัฐบาล คสช.ใช้มาตรา 44  อย่างสร้างสรรค์  เพื่อเพิกถอนที่ดินสาธารณะให้เป็นที่ดินราชพัสดุ  แล้วนำมาจัดทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อรองรับชาวบ้านที่ต้องรื้อย้ายออกจากแนวคลอง  โดยชาวบ้านมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา  มีการรวมตัวกัน  มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์   จัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการ 

            “โครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้  หากไม่มีการบูรณาการร่วมกันทำงานของหลายหน่วยงาน  โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีนั่งเป็นประธาน   ร่วมกับเทศบาลเมืองท่าโขลง  เทศบาลเมืองคลองหลวง  กรมชลประทาน  กรมธนารักษ์  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  หากหน่วยงานเดียวคงไม่สามารถทำได้สำเร็จ  ทำให้พี่น้องประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง”  พล.ต.อ.อดุลย์กล่าว

pathumthani4_resize.JPG

            นายไพศาล  ฉิมช้าง  ประธานสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล  จำกัด  กล่าวว่า  การสร้างบ้านมั่นคงในพื้นที่ 30 ไร่ที่ได้รับสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์ในวันนี้   มีชาวบ้านจาก 9 ชุมชนเข้าร่วมโครงการจำนวน 275 ครัวเรือน  โดยแต่ละครัวเรือนจะต้องออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านอย่างน้อยเดือนละ 600 บาท  ส่วนที่เหลือจะใช้สินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการออกแบบบ้านและจัดทำงบประมาณ  ขนาดบ้านเบื้องต้นจะมี 3 ขนาด  คือ   เนื้อที่ 26 ตารางเมตร, 30 ตารางเมตร  และ 45 ตารางเมตร  ตามขนาดของครอบครัว  ซึ่งตามแผนงานจะเริ่มถมดินภายในเดือนตุลาคมนี้  และเริ่มสร้างบ้านเฟสแรก 275 หลังภายในเดือนมกราคม 2560  และจะแล้วเสร็จเฟสแรกภายในเดือนเมษายนปีเดียวกัน

            “เมื่อชาวบ้านได้รับสัญญาเช่าแล้ว  ก็เป็นหลักประกันว่าต่อไปพวกเราจะมีบ้านเป็นของตัวเอง  ถือว่าเป็นบ้านหลังแรกในชีวิต  ให้ครอบครัวและลูกหลานได้อยู่อาศัยต่อไป  ผมและชาวบ้านจึงรู้สึกดีใจที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง”  นายไพศาลกล่าว

            นางสาวชญาดา  สิงห์ปี  ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยปทุมธานีโมเดล( ศปก.ทปม.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  กล่าวว่า  จากการสำรวจข้อมูลพบว่า  มีชาวบ้านปลูกสร้างบ้านเรือนริมคลองหนึ่ง จากบริเวณหลังตลาดไทจนถึงหลังห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต  รวม  16  ชุมชน  จำนวน  1,433  ครัวเรือน  โดยบ้านเรือนเหล่านี้ปลูกสร้างมานานหลายสิบปี   มีสภาพทรุดโทรม  ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป  และค้าขายเล็กๆ น้อยๆ 

            โดย ศปก.ทปม. มีแผนรองรับเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้านอยู่  2  แนวทาง  คือ 1.จัดทำโครงการบ้านมั่นคงในที่ดินราชพัสดุบริเวณคลองเชียงรากใหญ่ พื้นที่  30 ไร่  ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือและมอบสัญญาเช่าในวันนี้  โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบที่อยู่อาศัยและจัดทำงบประมาณ  มีลักษณะเป็นอาคารสูงขนาด 2-3 ชั้น จำนวน 11  อาคาร  สามารถรองรับชาวบ้านได้กว่า 1,000 ครัวเรือน  นอกจากนี้ก็จะสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ดูแลเด็กอ่อน   คนพิการ  มีพื้นที่ค้าขายเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้  คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในเดือนมกราคม 2560  และแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกันยายนปีเดียวกัน   

pathumthani5_resize.JPG

ส่วนแนวทางที่ 2  คือ  จัดซื้อที่ดินแปลงใหม่เพื่อสร้างบ้าน    โดยมีชุมชนที่จัดซื้อที่ดินแปลงใหม่แล้ว   คือ  ชุมชนแก้วนิมิตร  ซื้อที่ดินใกล้เคียงชุมชนเดิมเนื้อที่  5 ไร่ 42 ตารางวา  ราคา  12  ล้านบาท  รองรับชาวบ้านได้  100  ครัวเรือน   ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างบ้าน   และชุมชนหมู่ 6 พัฒนา  อยู่ระหว่างจัดซื้อที่ดินใกล้ชุมชนเดิม  เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่   รองรับชาวบ้าน  26 ครัวเรือน

สำหรับมาตรการในการช่วยเหลือชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการปทุมธานีโมเดลนั้น   นางสาวชญาดากล่าวว่า   สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  มีแนวทางช่วยเหลือชาวบ้าน   คือ 1.พัฒนาระบบสาธารณูปโภคและอุดหนุนที่อยู่อาศัยไม่เกินครัวเรือนละ  50,000 บาท  2.ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ  25,000 บาท  และ  3.สนับสนุนสินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้านหรือซื้อที่ดิน/ที่อยู่อาศัยไม่เกิน  300,000 บาท  ผ่อนชำระคืนภายใน 15 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ  4 บาทต่อปี  อย่างไรก็ตาม  การช่วยเหลือตามข้อ 1-2   พอช.ไม่ได้จ่ายให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นเงินสด  แต่จะจ่ายผ่านสหกรณ์เคหสถานที่ชาวชุมชนจัดตั้งขึ้นมา  เพื่อนำไปบริหารจัดการเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุ  ค่าก่อสร้าง  หรือซื้อที่ดิน

pathumthani8.jpg

สำหรับที่ดินเนื้อที่ 30 ไร่ที่จะรองรับชาวบ้านกว่า 1,000 ครัวเรือนนั้น   ตั้งอยู่ที่บริเวณคลองเชียงรากใหญ่ใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต   เดิมที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน   แต่เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการปทุมธานีโมเดล   พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงได้ใช้อำนาจตามมาตรา  44  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557  ออกคำสั่งให้เพิกถอนสถานภาพที่ดินเดิม  เพื่อให้ตกเป็นที่ดินราชพัสดุ  สำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนตามโครงการปทุมธานีโมเดล   ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  เสนอ  โดยมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา

pathumthani6_resize.JPG

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter