playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

เขตบางเขน/ ผอ.พอช.เยี่ยมชุมชนรุ่นใหม่พัฒนาและติดตามความคืบหน้าการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ซึ่งขณะนี้ชุมชนเริ่มก่อสร้างบ้านแล้ว 22 หลัง  และจะทยอยรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้  คาดจะแล้วเสร็จทั้งหมด 192 หลังในช่วงกลางปี 2560  ขณะที่ ผอ.พอช.ชี้หากรัฐใช้มาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์ก็จะสามารถแก้ไขอุปสรรคและความล่าช้าได้ และ พอช.ก็จะระดมสรรพกำลังและประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทำให้เป้าหมาย 34 ชุมชน  3,949 ครัวเรือน  บรรลุผลภายในเดือนสิงหาคมปีหน้า

new_community_resize.JPG


เมื่อเวลา 18.30  น  วันที่ 23 พฤศจิกายน  นายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรพัฒนาชุมชน (องค์การมหาชน)  ได้เดินทางไปที่ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา ริมคลองลาดพร้าว  เขตบางเขน  เพื่อเยี่ยมชาวชุมชนและติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  โดยมีนายวิลัย  เรืองมา  ประธานชุมชน  และคณะกรรมการชุมชน  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารชุดมวลชนสัมพันธ์ให้การต้อนรับ

นายวิลัย  เรืองมา  ประธานชุมชน  กล่าวว่า  ชุมชนเริ่มมีการออมทรัพย์เพื่อบ้านมั่นคงมาตั้งแต่ปี 2547 พร้อมกับชุมชนริมคลองที่อยู่ติดกัน  เช่น  ชุมชนบางบัว  ชุมชนร้อยกรอง  ฯลฯ  โดยมีชาวบ้านบางส่วนได้เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงไปแล้ว  แต่เมื่อรัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายจัดระเบียบชุมชนริมคูคลอง  ชาวชุมชนรุ่นใหม่พัฒนาทั้งชุมชน  จำนวน 192  หลังคาเรือน  จึงเข้าร่วมโครงการนี้  โดยได้รับสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์ไปแล้วเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่าน  เนื้อที่ทั้งชุมชนประมาณ  9 ไร่  อัตราค่าเช่าตารางวาละ 1.50 บาทต่อเดือน  หลังจากนั้นชุมชนจึงเริ่มออมทรัพย์ใหม่เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน

new_community2_resize.JPG
สำหรับแบบบ้านมี 2 แบบ  คือ  บ้านเดี่ยว  และบ้านแฝด  ขนาดเนื้อที่  4X7  และ 6X7 ตารางเมตร  ราคาบ้านต่ำสุดประมาณ 340,000 บาท  ทั้งนี้ชาวบ้านจะต้องออมเงินให้ได้อย่างน้อย  5 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินที่จะใช้สินเชื่อจาก พอช.  หรือประมาณ  18,300 บาท  หลังจากนั้นจึงเริ่มก่อสร้างบ้านได้  โดยจะผ่อนชำระผ่านสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงบางบัวประมาณเดือนละ 2,700 บาทต่อหลัง  ขณะนี้เริ่มก่อสร้างไปแล้ว 22 หลัง  และจะทยอยรื้อและก่อสร้างบ้านในเฟสต่อไปตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้  คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จทั้งชุมชนประมาณกลางปี 2560

“ชาวบ้านในชุมชนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่ชุมชนนี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อ  รุ่นแม่  อยู่กันมานานไม่ต่ำกว่า  60-70 ปี  แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะถูกทางการขับไล่วันไหน  เพราะไม่ใช่ที่ดินของเรา  เมื่อรัฐบาลมีโครงการให้ชาวบ้านได้เช่าที่ดินอยู่อาศัยได้อย่างถูกต้อง  และมีงบประมาณมาสนับสนุน  พวกเราก็ดีใจ  เพราะลูกหลานของเราจะได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกไล่อีกต่อไป”  นายวิลัยกล่าว 

new_community5_resize.JPG
สำหรับงบประมาณที่สถาบันพัฒนาองค์กรสนับสนุนชาวชุมชน  ประกอบด้วย 1.งบอุดหนุนครัวเรือนละ 20,000 บาท  2.เงินช่วยเหลือสร้างบ้านครัวเรือนละ 72,000 บาท  3.งบสาธารณูปโภครวมทั้งชุมชนประมาณ 16 ล้านบาทเศษ  และ 4.สินเชื่อสร้างบ้านไม่เกินหลังละ 300,000  บาท  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี  ผ่อนชำระคืนภายใน 15 ปี

ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนามีทั้งหมด 192  หลังคาเรือน  ประชากรทั้งหมดประมาณ  1,800 คน  ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป  ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ  เช่น ขายอาหารในชุมชน  โดยนายวิลัยกล่าวว่า  หากการก่อสร้างบ้านทั้งชุมชนแล้วเสร็จ  ชาวชุมชนจะต้องมีการพัฒนาทางด้านอาชีพเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้  เพราะชาวชุมชนจะต้องมีภาระเพิ่มขึ้นจากการผ่อนชำระเงินค่าสร้างบ้าน  ซึ่งหลายครอบครัวมีฝีมือด้านการทำอาหาร  ทำขนมไทย  ทำงานฝีมือ เช่น  กระเช้าดอกไม้แห้ง   กระเป๋า  ฯลฯ  ดังนั้นจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมอาชีพต่างๆ ของชาวชุมชนขึ้นมา

new_community1_resize.JPG
นายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผอ.พอช.กล่าวว่า การเดินทางมาเยี่ยมชาวชุมชนรุ่นใหม่พัฒนาในวันนี้เพื่อจะได้มาพูดคุยกับชาวชุมชน  รับรู้ปัญหาและความต้องการของชาวบ้าน  จากการพูดคุยกับชาวบ้านส่วนใหญ่ก็อยากจะสร้างบ้านให้เสร็จเร็วๆ แต่ยังติดปัญหาบางอย่าง  เช่น  ข้อกำหนดของกฏหมายควบคุมอาคาร  เรื่องระยะร่นริมคลอง  พ.ร.บ.ผังเมือง  รวมทั้งเรื่องการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม  ซึ่งอุปสรรคเหล่านี้จะต้องรอให้รัฐบาลประกาศใช้มาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์ 

“หากรัฐบาลประกาศใช้มาตรา 44 ได้เร็วเท่าไหร่  การก่อสร้างบ้านประชารัฐริมคลองก็จะรวดเร็วตามไปด้วย  เพราะชาวบ้านมีความพร้อมอยู่แล้ว  คืออยากจะมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  ส่วนกลุ่มคนที่ยังต่อต้าน  เราก็มีชุดมวลชนสัมพันธ์ลงไปชี้แจงสร้างความเข้าใจ  ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อชี้แจงด้วยเหตุผลชาวบ้านก็เข้าใจและพร้อมที่จะร่วมพัฒนาชุมชน  แต่อาจจะมีบางคนที่มีผลประโยชน์และยังไม่เข้าร่วม เช่น  กลุ่มเจ้าของบ้านเช่า  บ้านหลังใหญ่  ซึ่งหากยังไม่เข้าร่วมและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุมชน  ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะต้องใช้มาตรการทางกฎหมายต่อไป”  ผอ.พอช.กล่าว

new_community4_resize.JPG
ผอ.พอช.ยังบอกด้วยว่า  หากมาตรา 44 ประกาศใช้ได้เร็ว  ก็จะทำให้แผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวเป็นไปตามเป้าหมาย  คือก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2560  จำนวน 34  ชุมชน  รวม 3,949 ครัวเรือน  ทั้งนี้ทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจะระดมสรรพกำลังที่มีอยู่  รวมทั้งประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น กรุงเทพมหานคร  ตำรวจ  และทหาร  เพื่อให้โครงการพัฒนาบ้านประชารัฐริมคลองบรรลุผลตามเป้าหมาย

new_community6_resize.JPG

new_community3_resize.JPG
                                              

รายงานโดย สุวัฒน์  กิขุนทด

ภาพโดย จิรัฐฏฐภัค  รักวงษ์  

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter