playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
river1_resize.JPG


พอช./ ประชุมทีมปฏิบัติการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ  เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการฯ และเตรียมจัดงานใหญ่หลายชุมชนภายในเดือนธันวาคมนี้   เช่น  ทาสีบ้านและมอบบ้านใหม่ที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ  65 หลัง  รื้อย้ายชุมชนเชิงสะพานไม้ 2  พร้อมกัน 41 หลัง  ฯลฯ   ผอ.ศปก.ทชค.ยืนยันหากไม่มีอุปสรรค  เป้าหมายสร้างที่อยู่อาศัยจำนวน  38 ชุมชน  รวม 3,949 ครัวเรือนจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมปีหน้า ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ ผอ.พอช.และ ผอ.ศปก.ทชค.เพื่อเดินหน้าโครงการต่อไป

วันนี้ ( 6 ธันวาคม 2559) ที่ห้องประชุมไพบูลย์วัฒนศิริธรรม  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  มีการประชุมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.) ในช่วงเช้า  และต่อมาในช่วงบ่ายมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์พัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  รวมทั้งมีตัวแทนชาวบ้านในชุมชนริมคลองต่างๆ   เข้าร่วมประชุมทั้งหมดประมาณ  100 คน 

 

river2_resize.JPG
นายสยาม  นนท์คำจันทร์  ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) กล่าวว่า  การประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว  โดยขณะนี้มีแผนงานเร่งด่วนที่จะปฏิบัติการใน 6 พื้นที่ภายในเดือนธันวาคมนี้  คือ 1.ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ  เขตสายไหม  จำนวน 65 ครัวเรือน  ก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว  64 หลัง  ยังเหลือบ้านกลาง 1 หลังที่ชาวบ้านกำลังจะช่วยกันก่อสร้าง  เพื่อให้เป็นบ้านกลางสำหรับผู้ด้อยโอกาสหรือมีฐานะยากจน  โดยภายในเดือนธันวาคมนี้พี่น้องชาวชุมชนริมคลองและเจ้าหน้าที่ ศปก.ทชค.จะร่วมกันทาสีบ้านทั้ง 65 หลัง  รวมทั้งจะเร่งงานที่ยังค้าง  เช่น บ่อบำบัดน้ำเสียรวม  ทางเดินภายในชุมชน  ถนนเลียบคลอง  ระบบประปา  ไฟฟ้า  ในชุมชน  เพื่อให้สามารถมอบบ้านเป็นของขวัญปีใหม่แก่พี่น้องชาวชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญได้ภายในเดือนธันวาคมนี้

2.ชุมชนสะพานไม้ 2 (บางบัวร่วมใจพัฒนา) เขตหลักสี่  รวมทั้งหมด 206 ครัวเรือน  ก่อสร้างเสร็จไปแล้ว 54  หลัง  อยู่ระหว่างการก่อสร้าง  41 หลัง   และกำลังจะรื้อย้ายเพื่อสร้างใหม่อีก  41 หลัง  ซึ่งการรื้อย้ายทั้ง 41 หลังภายในเดือนธันวาคมนี้จะมีการประสานความร่วมมือระหว่างชาวบ้าน  เจ้าหน้าที่ ศปก.ทชค.  ทหาร  สำนักงานเขต  ฯลฯ  เพื่อให้การรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่เป็นไปด้วยความรวดเร็ว

3.ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา  เขตบางเขน  จำนวน  173  ครัวเรือน  กำลังก่อสร้าง 22 หลัง    และหลังเดือนมกราคม 2560  จะรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่อีก 50 หลัง  4.ชุมชนวังหิน  เขตจตุจักร  จำนวน  82  ครัวเรือน  ก่อสร้างไปแล้ว  7 หลัง  และจะทยอยรื้อและก่อสร้างในเดือนมกราคมเป็นเฟสต่อไป  5.เลียบคลอง 2 โซน 3  จำนวน  179 ครัวเรือน  ย้ายไปซื้อที่ดินใหม่ในพื้นที่  4 ไร่เศษ  จำนวน 112 ครัวเรือน  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการถมดินและปรับพื้นที่  6.หลังสมาคมโรงเรียนไทย-ญี่ปุ่น  จำนวน 85 ครัวเรือน  ภายในเดือนธันวาคมนี้จะมีพิธียกเสาเอกเพื่อเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่  ซึ่งทั้ง 6 ชุมชนนี้  หากชุมชนใดมีอุปสรรคและข้อติดขัดอย่างไร  ทาง ศปก.ทชค.จะลงพื้นที่และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา  ทำให้การก่อสร้างบ้านเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้
river3_resize.JPG


ผอ.ศปก.ทชค.กล่าวต่อไปว่า  นอกจาก 6 ชุมชนดังกล่าวแล้ว  ยังมีชุมชนคลองบางเขน  33  ครัวเรือน   ซึ่งไม่สามารถอาศัยอยู่ในที่ดินเดิมเพราะพื้นที่ไม่พอเพียงได้เลือกที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ที่เคหะออเงิน  เขตสายไหม    ขนาดห้อง  31 ตารางเมตร  ราคาประมาณ  300,000 บาท   โดยนายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผอ.พอช.ได้เจรจากับนายนพดล  ว่องเวียงจันทร์  รองผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ  เพื่อหารือเรื่องที่อยู่อาศัยดังกล่าว  และการเคหะฯ ได้ลดราคาให้ 5%  จากราคาปกติ  รวมทั้ง พอช.สนับสนุนสินเชื่อและงบประมาณช่วยเหลือรายละ 72,000 บาท  ทำให้ชาวบ้านมีภาระที่ต้องผ่อนต่อประมาณรายละ 220,000 บาท  ระยะเวลาผ่อนส่ง 180 งวด   

นอกจากนี้ในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้  กรมธนารักษ์จะมอบสัญญาเช่าที่ดินริมคลองให้แก่ชาวชุมชนเพื่อสร้างบ้านใหม่อีก  7 ชุมชน  คือ 1.ชุมชนพหลโยธิน 32  (เขตจตุจักร) จำนวน  165  ครัวเรือน  2.หลัง ว.ค.จันทรเกษม(เขตจตุจักร) จำนวน  120  ครัวเรือน  3.วัดบางบัว  (เขตจตุจักร) จำนวน  109 ครัวเรือน   4.ร้อยกรอง (เขตบางเขน) 143  ครัวเรือน  5.หลังตลาดยิ่งเจริญ (เขตบางเขน) จำนวน  140 ครัวเรือน  6.ประชานุกุล  (เขตสายไหม) จำนวน  121 ครัวเรือน  และ 7.ร่วมมิตรแรงศรัทธา  (เขตดอนเมือง)  จำนวน  343  ครัวเรือน  โดยชุมชนเหล่านี้จะต้องจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาเพื่อทำสัญญาเช่ากับกรมธนารักษ์  สัญญาเช่าระยะเวลา  30  ปี  อัตราค่าเช่าประมาณตารางวาละ  1.25 -1.75 บาทต่อเดือน  ทั้งนี้ชุมชนที่ได้รับสัญญาเช่าที่ดินแล้วจะเริ่มทยอยรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ในที่ดินแปลงเดิมในช่วงต้นเดือนมกราคม 2560 

นายสยามกล่าวต่อไปว่า  การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองในช่วง  1 ปีที่ผ่านมามีอุปสรรคล่าช้า เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมายหลายด้าน  เช่น  พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร  ซึ่งมีข้อกำหนดเรื่องระยะร่นของแนวคลอง,  ขนาดบ้าน, ขนาดความกว้างของถนนในชุมชน  รวมทั้ง พ.ร.บ.ผังเมือง  และการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม  ฯลฯ  ทำให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองไม่เป็นไปตามเป้าหมาย  โดยในขณะนี้ทางรัฐบาล คสช.กำลังพิจารณาใช้มาตรา 44  เพื่อผ่อนปรนข้อบังคับดังกล่าว

“หากการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองไม่มีอุปสรรคดังกล่าว  หรือหาก คสช.ประกาศใช้มาตรา 44 ได้เร็ว  ผมเชื่อว่าแผนงานตามเป้าหมาย 38 ชุมชน  รวม 3,949 ครัวเรือน  จะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2560 นี้  ส่วนชุมชนที่เหลือก็จะเร่งดำเนินการต่อไป  เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายของรัฐบาล  คือ  คืนความสุขให้คนคลอง  คืนสายคลองให้คนเมือง”  นายสยามกล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม  ในระหว่างการประชุมครั้งนี้  ตัวแทนชาวบ้านจากชุมชนริมคลองต่างๆ ได้นำดอกไม้มามอบเป็นกำลังใจให้แก่นายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผอ.พอช. และนายสยาม  นนท์คำจันทร์  ผอ.ศปก.ทชค. เพื่อให้เดินหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองต่อไป  เพื่อให้ชาวบ้านได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  มีสภาพแวดล้อมที่ดี  รวมทั้งชาวบ้านก็มีแผนงานในการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน  เช่น  การทำธุรกิจซื้อข้าวสารจากชาวนา  เพื่อนำมาขายให้แก่สมาชิกในชุมชน  แล้วนำผลกำไรกลับมาพัฒนาชุมชนต่อไป

 

river4_resize.JPG

river5_1_resize.JPG

river6_resize.JPG



เรื่อง  สุวัฒน์  กิขุนทด / ภาพ  พิชามญธุ์  จำปามี
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter