playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

21 1 1

ปทุมธานี :  หลายหน่วยงานร่วม “เปิดประตูสู่ปทุมธานีโมเดลบนพื้นที่ 30 ไร่ ตามมาตรา 44  ขณะที่รักษาการ ผอ.พอช. มอบงบสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคโครงการปทุมธานีโมเดลจำนวน  91 ล้านบาทให้แก่ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการ  ด้านผู้ว่าฯ ปทุมธานีและเครือข่ายชาวบ้านร่วมกันลงแขกตัดหญ้าปรับพื้นที่เตรียมสร้างบ้านใหม่ 

เริ่มสร้างเฟสแรก  181  หลังเดือนมกราคมนี้  คาดแล้วเสร็จกันยายน 2560

                ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดรุกล้ำลำน้ำสาธารณะในจังหวัดปทุมธานีและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม  โดยเฉพาะที่บริเวณคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ซึ่งมีชาวบ้านปลูกบ้านเรือนรุกล้ำลำคลองมานานหลายสิบปี  จำนวน  16 ชุมชน  รวม 1,433 ครัวเรือน  โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  กระทรวงการคลัง  และกระทรวงมหาดไทย  จัดทำโครงการ “ปทุมธานีโมเดล”  เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากคลองหนึ่ง  ขณะที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้มาตรา 44 เพิกถอนที่ดินสาธารณะบริเวณคลองเชียงรากใหญ่  เนื้อที่ 30 ไร่  เพื่อให้เป็นที่ดินราชพัสดุรองรับที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน  โดยออกประกาศไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้น

21 1 421 1 5

                ล่าสุดวันนี้ (21 ธันวาคม 2559) เวลา 9.00 น.  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับจังหวัดปทุมธานี  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น  เทศบาลเมืองท่าโขง  เทศบาลเมืองคลองหลวง  ฯลฯ  รวมทั้งเครือข่ายองค์กรชุมชนทั้งในจังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพฯ  กว่า 20 หน่วยงาน  จัดงาน “เปิดประตูสู่ปทุมธานีโมเดล บนพื้นที่ 30 ไร่ ตามมาตรา 44”  บริเวณที่ดิน 30 ไร่  ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต  อ.คลองหลวง  จ.ปทุมธานี   โดยมีนายสุรชัย  ขันอาสา  ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีเป็นประธานในพิธี   ขณะที่นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รองผู้อำนวยการ  รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  ได้มอบงบพัฒนาสาธารณูปโภคและสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการระยะแรก  จำนวน  181 ครัวเรือน  งบประมาณรวม 91 ล้านบาทเศษ  นอกจากนี้ผู้ว่าฯ ปทุมธานีและเครือข่ายชาวบ้านที่มาร่วมงานได้ร่วมกันลงแขกตัดหญ้าเพื่อเตรียมก่อสร้างบ้านต่อไป

21 1 3



21 1 surachai                นายสุรชัย  ขันอาสา  ผวจ.ปทุมธานีกล่าวว่า  ปทุมธานีโมเดล  คือ  โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อคนยากจนที่บุกรุกที่ดินสาธารณะ ริมคลองหนึ่ง   และเป็นการสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม  ดังนั้นทางจังหวัดปทุมธานีจึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ  ในจังหวัด   รวมทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  มาร่วมกันดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อคนยากจน  และเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรา 44  อย่างสร้างสรรค์  เพื่อนำที่ดินสาธารณะของทางราชการมาจัดสรรเป็นที่อยู่อาศัยแก่ประชาชน

                        “โครงการปทุมธานีโมเดลจะดำเนินการก่อสร้างชุมชนใหม่บนที่ดินสาธารณะคลองเชียงรากใหญ่  ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 26/2559  ในการถอนสภาพที่ดินเนื้อที่ 30 ไร่  ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ให้เป็นที่ดินสาธารณะ  เพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ให้แก่ประชาชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากริมคลอง  เป็นโครงการแรกในจังหวัดปทุมธานี  โครงการนี้จึงเปรียบเสมือนกับดินก้อนแรกที่ถมลงไปในคลองเพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและแก้ไขปัญหาการระบายน้ำให้กับส่วนรวม  ซึ่งชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี  เพราะตั้งอยู่บนทำเลทอง  มีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่ตรงข้าม  และมีถนนสายหลักผ่าน   ส่วนประชาชนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการและบุกรุกที่ดินสาธารณะริมคลองที่มีจำนวนหลายร้อยครัวเรือนนั้น  ขณะนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น  กรมชลประทานกำลังใช้มาตราการทางกฎหมายจัดการต่อไป”  นายสุรชัยกล่าว

 



21 1 somchart          นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ รองผู้อำนวย รักษาการแทน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือและมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุบริเวณคลองเชียงรากใหญ่  เนื้อที่ 30 ไร่  ตามโครงการ “ปทุมธานีโมเดล” ของ 3 กระทรวง ประกอบด้วย กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง  กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ   และกระทรวงมหาดไทย เพื่อแก้ปัญหาการปลูกบ้านรุกล้ำลำคลองสาธารณะ  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยปทุมธานีโมเดล (ศปก.ทปม.)  เพื่อดำเนินการร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาและจัดสร้างบ้านมั่นคงรองรับชาวบ้านริมคลอง  รวม 16 ชุมชน จำนวน 1,433 ครัวเรือน  ซึ่งตามแผนงานจะเริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรก 181 ครัวเรือน ในเดือนมกราคม 2560 นี้  และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายนเดียวกัน  ส่วนชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการนั้น   ศปก.ทปม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านต่อไป

"พอช. โดย ศปก.ทปม. มีแผนรองรับเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้านอยู่ที่รุกล้ำลำคลองในจังหวัดปทุมธานี  3  แนวทาง  คือ แนวทางแรก  จัดทำโครงการบ้านมั่นคงในที่ดินราชพัสดุบริเวณคลองเชียงรากใหญ่  พื้นที่  30 ไร่ที่มีการจัดงานในวันนี้  แนวทางที่สอง จัดซื้อที่ดินแปลงใหม่จากเอกชนเพื่อสร้างบ้าน  รองรับชาวบ้านจำนวน 118 ครัวเรือน  โดยมีชุมชนที่จัดซื้อที่ดินแปลงใหม่แล้ว  คือ  ชุมชนแก้วนิมิตร  ซื้อที่ดินใกล้เคียงชุมชนเดิมเนื้อที่ 5 ไร่ 42 ตารางวา  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างบ้าน และชุมชนหมู่ 6 พัฒนา  อยู่ระหว่างจัดซื้อที่ดินใกล้ชุมชนเดิม   เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่   และแนวทางที่ 3 การเช่าซื้ออาคารในโครงการที่มีอยู่แล้ว  เพื่อให้เกิดความมั่นคงในที่อยู่อาศัยของประชาชนต่อไป"  นายสมชาติกล่าว



21 1 paisan          นายไพศาล ฉิมช้าง ประธานสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล จำกัด กล่าวว่า การสร้างบ้านมั่นคงในพื้นที่ 30 ไร่ที่ได้รับสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์ไปแล้วเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา  ระยะเวลา 30 ปี   โดยชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานฯ ขึ้นมา  มีชาวบ้านจาก 13 ชุมชนเข้าร่วมโครงการ  จำนวน 258 ครัวเรือน  โดยแต่ละครัวเรือนจะต้องออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านอย่างน้อยเดือนละ 600 บาท  ขณะนี้มีเงินออมรวมประมาณ  2 ล้านบาท  ส่วนที่เหลือจะใช้สินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  โดยในวันนี้ได้รับมอบงบประมาณสนับสนุนการสร้างสาธารณูปโภคและสินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก พอช.แล้ว  จำนวน 91 ล้านบาทเศษ

“ส่วนแบบบ้านเบื้องต้นจะมีลักษณะเป็นอาคารสูง 2-3  ชั้น   เนื้อที่ 26 ตารางเมตร, 30 ตารางเมตร  และ 45 ตารางเมตร  ตามขนาดของครอบครัว  นอกจากนี้ก็จะสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ดูแลเด็กอ่อน  คนพิการ   มีพื้นที่ค้าขายภายในชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้ รวมทั้งมีสวนหย่อมเพื่อเป็นที่พักผ่อน  มีสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าเดิม  ที่สำคัญก็คือ  เป็นบ้านหลังแรกของชีวิตให้ครอบครัว และลูกหลานได้อยู่อาศัยอย่างมั่นคงต่อไป”  นายไพศาลกล่าว

นอกจากการจัดงานดังกล่าวแล้ว  ในตอนสายของวันเดียวกัน  นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รองผู้อำนวย รักษาการแทน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และคณะได้เดินทางไปที่ชุมชนแก้วนิมิตร  ต.คลองหนึ่ง  อ.คลองหลวง  เพื่อตรวจเยี่ยมความคืบหน้าโครงการบ้านมั่นคง  ทั้งนี้ชุมชนแก้วนิมิตรเป็นชุมชนแรกที่เริ่มก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ตามโครงการปทุมธานีโมเดลตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา   โดยชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งสหกรณ์บ้านมั่นคงไทยมุสลิมสามัคคี  จำกัด  มีชาวบ้านเข้าร่วมโครงการ 100 ครัวเรือน  (จากทั้งหมด 168 ครัวเรือน)  จัดซื้อที่ดินขนาด 5 ไร่ 42 ตารางวา  แบ่งได้  98 แปลง  (100 ครัวเรือน)  ได้รับงบสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช.   แยกเป็น   งบด้านสาธารณูปโภค 5 ล้านบาท   อุดหนุนที่อยู่อาศัย 2,500,000 บาท   งบบริหารจัดการ  125,000 บาท  และสินเชื่อที่อยู่อาศัย  รวม  32,464,192 บาท  

ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านนั้น   ขณะนี้การก่อสร้างบ้านเฟสแรก 28  หลัง  คืบหน้าไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์  ส่วนอีก  70 หลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างเช่นกัน  ตามแผนงานการก่อสร้างทั้งหมดจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2560   ทั้งนี้แบบบ้านมี  2  แบบ  คือ  บ้านแถว  2 ชั้น  และบ้านแฝด 2 ชั้น  ขนาด 4X7 ตารางเมตร,  4.5x 7 ตารางเมตร   และขนาด 5.5 x 7 ตารางเมตร  ราคาตั้งแต่  272,454–295,428  บาท   โดยชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการจะต้องผ่อนเงินกู้ชำระคืน พอช.ผ่านสหกรณ์ในอัตราเดือนละ 2,5000-3,000  บาท  ระยะเวลา 15 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี



21 2 1 21 2 2
21 2 4 21 2 3

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter