playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

พอช./สรุปผลสัมมนาแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อ  เสนอกระทรวง พม.เป้าหมายเดือนมกราคม-กันยายน 2560  จะสร้างบ้านเสร็จจำนวน  33 ชุมชน  รวม 1,635  ครัวเรือน  ประธานบอร์ด พอช.ชี้หากทำสำเร็จจะเป็นประวัติศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย  และเป็นศักดิ์ศรีของคน พอช.

 

Wood_bridge_1_resize.JPG
ระหว่างวันที่ 23-26 ธันวาคม 2559  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดสัมมนาแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  เพื่อทบทวนการปฏิบัติงานที่ผ่านมา  ตลอดจนสรุปข้อมูล  ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการทำงานใหม่  โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.)  เจ้าหน้าที่ พอช.ทั้ง 5 ภาคที่จะมาเสริมทีมทำงาน  และผู้นำชุมชน  เข้าร่วมการสัมมนาประมาณ 90  คน  

S__13377562.jpg
โดยในวันนี้ (26 ธันวาคม) มีการสัมมนาเป็นวันสุดท้ายที่ห้องประชุมไพบูลย์วัฒนศิริธรรม  มีสาระสำคัญ  คือ  การสรุปและนำเสนอแผนปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองทั้ง 5 พื้นที่ในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ  โดยมีนายสมพร  ใช้บางยาง  ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน   เป็นประธานในการสัมมนา

Wood_bridge_3_resize.JPG

นายสมชาติ   ภาระสุวรรณ  รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า  วันนี้ตนได้ประชุมร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.พม.เป็นประธานในที่ประชุม  โดย พอช.เสนอเป้าหมายการพัฒนาที่อยู่อาศัยในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อหลังจากที่ได้ประเมินข้อมูลและความเป็นไปได้  ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน 2560  จำนวน  33 ชุมชน    รวม 1,476  ครัวเรือน  แยกเป็นเดือนมกราคม-มีนาคม   จำนวน 6 ชุมชน  รวม  160  ครัวเรือน   เดือนเมษายน-มิถุนายน  จำนวน  15 ชุมชน  รวม 626 หลัง  และเดือนกรกฎาคม-กันยายน  จำนวน 12 ชุมชน  รวม  690 ครัวเรือน

DSC_0019_resize.JPG

นอกจากนี้ยังเสนอแผนการปรับปรุงการบริหารจัดการเพื่อนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว  เช่น  ให้นายธนัช  นฤพรพงศ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.มาทำหน้าที่ ผอ.ศปก.ทชค. (แทนนายสยาม  นนท์คำจันทร์)  มีผู้บริหารของ พอช.มาช่วยเสริมการทำงาน  มีทีมสนับสนุนการทำงานที่มาจากผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ พอช.ทั้ง 5 ภาคประมาณ 30 คน   รวมทั้งผู้นำชาวบ้านที่มีประสบการณ์ในการทำงานบ้านมั่นคง ทั้งนี้จะมีนายสมคิด  สมศรี  อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ  มาบูรณาการการทำงานร่วมกัน  ในฐานะผู้อำนวยการ  กองอำนวยการร่วมการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  เพื่อดูแลการทำงานในภาพรวม  และช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคความล่าช้าต่างๆ

“ส่วนผลการสัมมนาในวันนี้จะนำไปสู่การวางแผนปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  และจะต้องนำแผนงานนี้ไปนำเสนอต่อหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เห็นแผนงานร่วมกัน  และบูรณาการการทำงานร่วมกัน  ทั้งตำรวจ  ทหาร  กรมธนารักษ์  สำนักงานเขต  ฯลฯ  เพราะ พอช.ไม่สามารถทำงานโดยลำพังเพียงหน่วยงานเดียวได้”  นายสมชาติกล่าว

DSC_0025_resize.JPG

ทางด้านตัวแทนของศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองทั้ง 5 พื้นที่  ได้แก่  พื้นที่เขตสายไหม, บางเขน, หลักสี่-ดอนเมือง, จตุจักร   และห้วยขวาง-วังทองหลาง  ได้นำเสนอประเด็นปัญหาความล่าช้าในการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  เช่น   กรณีที่ คสช.ยังไม่ประกาศใช้มาตรา 44 เพื่อผ่อนปรนระเบียบข้อบังคับต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นกรณีพื้นที่ระยะร่นริมคลองจนถึงแนวก่อสร้างบ้านต้องห่างจากแนวคลองไม่น้อยกว่า 6 เมตร  ซึ่งหากใช้ข้อบังคับดังกล่าวจะทำให้หลายชุมชนมีพื้นที่ไม่พอที่จะสร้างบ้านใหม่,  การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้ระยะเวลานาน,  การขออนุญาตก่อสร้างจากทางเขต,  กรณีพื้นที่แนวก่อสร้างเขื่อนยังไม่ชัดเจน  ทำให้กรมธนารักษ์ยังไม่มอบสัญญาเช่าให้แก่ชุมชน,  ชุมชนที่รื้อย้ายแล้วยังไม่ก่อสร้างบ้าน เพราะเขื่อนยังไม่สร้าง  ชาวบ้านกลัวว่าสร้างบ้านไปแล้ว และเขื่อนมาสร้างทีหลังจะทำให้บ้านร้าว  ฯลฯ   รวมทั้งปัญหาชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วม  ไม่ยอมรื้อย้ายบ้าน  ทำให้การก่อสร้างบ้านใหม่มีอุปสรรค 

นายอัมพร  แก้วหนู  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ  กล่าวว่า  นอกจากจะต้องรอการประกาศของ คสช.เพื่อให้การก่อสร้างบ้านไม่มีอุปสรรคแล้ว  ยังมีประเด็นปัญหาอื่นๆ ที่จะต้องร่วมกันหาทางออก  เช่น  เรื่องบ้านพักชั่วคราว  เพราะหลายชุมชนไม่สามารถหาบ้านเช่าชั่วคราวที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิมอยู่อาศัยได้  อาจจะต้องสร้างที่พักชั่วคราวแบบเรือนแพหรือที่พักแบบอื่น, ปัญหาการขนส่งลำเลียงวัสดุเข้าพื้นที่ริมคลองที่ส่วนใหญ่มีความคับแคบ  ซึ่งอาจจะต้องลำเลียงวัสดุก่อสร้างบ้านทางเรือ  ฯลฯ

01_sompon_resize.jpg
นายสมพร  ใช้บางยาง  ประธานกรรมการ พอช. กล่าวว่า  การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเป็นงานหลักของกระทรวง พม. แต่หน่วยงานที่ทำงานหลัก คือ พอช. แต่ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น  หากทำเพียงหน่วยงานเดียวจะไม่สำเร็จ  เพราะ พอช.ไม่มีอำนาจบัญชาการหน่วยงานอื่น  นอกจากนี้จะต้องใช้แนวทางอื่นมาเสริม  ไม่ใช่เฉพาะแนวทางบ้านมั่นคงเพียงอย่างเดียว  เช่น  มีโครงการบ้านเอื้ออาทรมารองรับ  หรือมีรูปแบบเป็นอาคารสูง  หรือหาซื้อที่ดินแปลงใหม่ 

DSC_0019_resize.JPG

“หลักการสำคัญคือ  ต้องทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยใหม่  มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ส่วนการทำงานให้ยึดข้อมูลให้ชัดเจน  เช่น  ตัวเลขเป้าหมายในการพัฒนาที่อยู่อาศัย  และหากทำได้มากกว่าแผนงานหรือเป้าหมายที่วางเอาไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี  ถือเป็นกำไร  และหากมีอุปสรรคล่าช้าตรงไหน  ติดขัดตรงหน่วยงานไหน  ให้รายงานขึ้นมา  เพื่อช่วยกันหาทางแก้ไข  และต่อไปเราต้องดึงเอาชุมชน  ภาคประชาชน  หรือภาคีเครือข่ายมาร่วมกันทำงานให้มากขึ้น  และต่อไปในภายหน้าหากการทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองประสบผลสำเร็จ  ก็จะถือว่าเป็นประวัติศาสตร์  เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย  และเป็นศักดิ์ศรีของคน พอช.ด้วย”   นายสมพรกล่าว

Wood_bridge_5.JPG

สำหรับแผนงานและเป้าหมายที่นำเสนอโดยทีมปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองทั้ง 5 พื้นที่  ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2560 รวม 33 ชุมชน   มีดังนี้  1.พื้นที่เขตสายไหม  จะก่อสร้างบ้านเสร็จรวม 739 ครัวเรือน  2.เขตหลักสี่-ดอนเมือง  รวม 256  ครัวเรือน  3.เขตบางเขน (มกราคม-ธันวาคม) รวม  301  ครัวเรือน  4.เขตจตุจักร  218  ครัวเรือน  และ 5.เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง  รวม 121 ครัวเรือน  รวมทั้งหมด 1,635  ครัวเรือน  ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่นำเสนอกระทรวง พม.คือ 1,476  ครัวเรือน  อย่างไรก็ตาม  ตัวเลขเป้าหมายดังกล่าวยังไม่นับรวมการจัดทำโครงการของสถาบันการจัดการที่ดินชุมชนแนวใหม่ 5 ภาค (สกทช.)   รวมทั้งหากการแก้ไขปัญหาความล่าช้าต่างๆ ได้ก็จะทำให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและบางซื่อมีจำนวนมากกว่าเป้าหมายที่วางเอาไว้

 

สุวัฒน์ กิขุนทด รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter