playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

บ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี/  ชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 2 ชุมชน  23 ครัวเรือน  ทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี  จ.นครปฐม  ก่อนย้ายเข้าอยู่อาศัยภายในเดือนมีนาคมนี้  ขณะที่ พอช.สนับสนุนสินเชื่อครัวเรือนละ 360,000 บาท  รวม 8,200,000 บาท  รวมทั้งจะสนับสนุนเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านต่อไป

 

DSC_0136_resize.JPG
เมื่อวันที่  8 มกราคม  2560  ที่สำนักงานบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี  ต.ท่าตำหนัก  อ.นครชัยศรี  จ.นครปฐม  มีพิธีทำสัญญาจะซื้อจะขายโครงการบ้านประชารัฐ  บ้านมั่นคงริมแม่น้ำเจ้าพระยา “สร้างสุข  มั่นคง  ยั่งยืน” ระหว่างชาวชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและมีความประสงค์ที่จะเข้าอยู่อาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี  จำนวน 23 ครัวเรือน  กับตัวแทนการเคหะแห่งชาติ  โดยมีนายนพดล  ว่องเวียงจันทร์  รองผู้ว่าการการเคหะฯ  นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รองผู้อำนวยการ  รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ตัวแทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   ตัวแทนกรุงเทพมหานคร  เข้าร่วมพิธีทำสัญญาประมาณ  60 คน


นายนพดล  ว่องเวียงจันทร์  รองผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ  กล่าวว่า การทำสัญญาจะซื้อจะขายในวันนี้ถือว่าเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน   จากเดิมที่ชาวบ้านเคยอยู่ในชุมชนบุกรุกริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไม่มีความมั่นคงทั้งเรื่องบ้านเรือนและคุณภาพชีวิต  แต่ที่บ้านเอื้ออาทรแห่งนี้มีระบบสาธารณูปโภคครบถ้วน  มีสนามเด็กเล่น  มีสวนหย่อม  มีกลุ่มกิจกรรมต่างๆ เช่น  กลุ่มเยาวชน  กลุ่มผู้สูงอายุ  รวมทั้งเรื่องการพัฒนาอาชีพ  เมื่อชาวบ้านย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่แล้วก็จะสามารถเข้าร่วมกลุ่มต่างๆ ได้

DSC_0144_resize.JPG
นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ ผอ.พอช. กล่าวว่า  การพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นนโยบายของรัฐบาลนี้ที่จะทำให้ประชาชนทั่วประเทศประมาณ   2.7 ล้านคนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  ซึ่งรัฐบาลมอบหมายให้การเคหะฯ และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  โดย พอช.จัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยขึ้นมา   ซึ่งในส่วนของโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาในวันนี้  พอช.และชาวบ้านได้มีการเตรียมความพร้อมมาก่อน  เช่น  การลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน  การสำรวจสถานที่ที่อยู่อาศัย   การรวมกลุ่มกันออมทรัพย์  ฯลฯ

“หลังจากที่พี่น้องมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงแล้ว  ก็จะต้องเตรียมความมั่นคงในชีวิตด้วย  เช่น  การจัดที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม  ให้ผู้สูงอายุอาศัยอยู่ชั้นล่าง  ให้เพื่อนบ้านเดิมได้อยู่ใกล้กัน  เพราะมีความผูกพันเป็นเหมือนญาติ  เป็นเหมือนพี่น้องกัน  และต่อไปก็จะต้องมีกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันต่อไป”  นายสมชาติกล่าว

DSC_0115_resize.JPG
นายจิรศักดิ์  พูลสง   หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา  กล่าวว่า  วันนี้มีชาวบ้านจาก 2 ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา  คือ  ชุมชนราชผาทับทิม  และศาลเจ้าแม่ทับทิม  เขตดุสิต  รวม 23  ครัวเรือน  มาทำสัญญาจะซื้อจะขายในวันนี้กับการเคหะฯ ก่อนที่จะทำสัญญาซื้อขายจริงในภายหลัง  โดยชาวบ้านจะต้องจ่ายเงินทำสัญญาครัวเรือนละ 1,000 บาท  ส่วนราคาห้องพักได้รับการสนับสนุนจากการเคหะฯ โดยลดจากราคาปกติทั่วไป   คือ  ห้องพักขนาด 33  ตารางเมตร  ชั้น 1-2 ราคา  400,000 บาท  ชั้น 3-5 ราคา 395,000 บาท   จากราคาเดิมตั้งแต่ 411,000- 426,000 บาท

DSC_0148_resize.JPG ส่วนการสนับสนุนจาก พอช.นั้น  นายจิรศักดิ์กล่าวว่า  พอช.จะสนับสนุนสินเชื่อชาวบ้านครัวเรือนละ  360,000 บาท  รวมเป็นเงินทั้งหมด  8,200,000 บาท  ระยะเวลาผ่อนส่ง 20 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี   หรือผ่อนส่งประมาณเดือนละ 2,376  บาท   รวม  240  งวด   ขณะที่กรุงเทพมหานครกำลังเสนองบประมาณความช่วยเหลือชาวบ้าน เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็วนี้ๆ 

“หลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือชาวบ้านแล้วก็จะมีการทำสัญญาซื้อขายจริง   และคาดว่าภายในเดือนมีนาคมนี้   ชาวบ้านทั้ง 23  ครัวเรือนจะสามารถย้ายเข้าอยู่อาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทรแห่งนี้ได้  และต่อไป พอช.ก็จะสนับสนุนชาวบ้านทั้งเรื่องการเดินทาง  เช่น  อาจจะขอรับการสนับสนุนรถยนต์จากหน่วยงานต่างๆ เพื่อใช้เป็นรถยนต์ส่วนกลาง  สำหรับเดินทางเข้าไปในกรุงเทพฯ   สนับสนุนเรื่องอาชีพ  เช่น  ให้สำนักจัดหางานมาออกบูธเพื่อหางานให้แก่ชาวบ้านที่ว่างงาน  รวมทั้งจัดสถานที่สำหรับค้าขายภายในโครงการเอื้ออาทรให้แก่ชาวบ้านด้วย”  นายจิรศักดิ์กล่าว

นางจิตรลดา  ศิลปวิทย์   ชาวชุมชนราชผาทับทิม   กล่าวว่า  ตนและครอบครัวเคยมาดูห้องพักที่นี่แล้ว  รู้สึกพอใจ  เพราะเป็นตึกใหม่  สะอาด  มีที่พักผ่อน  มีต้นไม้ร่มรื่น  ส่วนภาระค่าผ่อนส่งห้องพัก  รวมทั้งค่าส่วนกลาง  ค่าน้ำและไฟฟ้า  ประมาณเดือนละ 2,500 บาท  คิดว่าผ่อนส่งไหว  เพราะมีรายได้จากการรับจ้างเย็บเสื้อผ้าส่งโรงงานประมาณเดือนละ 6,000-7,000 บาท

“อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามานานแล้ว  เมื่อรัฐบาลมีโครงการจะพัฒนาพื้นที่  ชาวบ้านก็ไม่ได้ต่อต้าน  เพราะมีหน่วยงานต่างๆ มาช่วยเรื่องที่อยู่อาศัย  ไม่ได้ปล่อยทิ้ง  ปล่อยขว้าง  ลำพังชาวบ้านจะไปกู้เงินจากธนาคารมาซื้อบ้านก็คงเป็นไปไม่ได้  เพราะส่วนใหญ่ไม่มีหลักทรัพย์  รู้สึกดีใจที่จะมีที่อยู่เป็นของตัวเอง   ให้ลุกหลานได้อยู่อาศัยต่อไป”  นางจิตรลดากล่าว

โครงการบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี (ท่าตำหนัก) ตั้งอยู่บริเวณริมถนนเพชรเกษม (กม.42)  ต.ท่าตำหนัก  อ.นครชัยศรี  จ.นครปฐม  อยู่ห่างจากชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 30 กิโลเมตร  มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ  48 ไร่  มีที่พักเป็นอาคารชุด  ขนาด 5 ชั้น  จำนวน  49 อาคาร  รวม 2,201 หน่วย  ยังเหลือห้องว่างสำหรับรองรับประชาชนทั่วไป  รวมทั้งชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอีกประมาณ 400 หน่วยเศษ

สำหรับโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  มีชาวบ้านที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน  12  ชุมชน  รวม 309 ครัวเรือน  มีชาวบ้านย้ายเข้าอยู่อาศัยที่แฟลต ขส.ทบ.เขตดุสิตแล้ว  64 ครัวเรือน (รวมผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่)  กำลังจะย้ายเข้าบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี  23 ครัวเรือน  ส่วนที่เหลือกำลังจัดซื้อที่ดินแปลงใหม่เพื่อปลูกสร้างบ้าน (บริเวณอำเภอบางใหญ่  จ.นนทบุรี)  และมีชาวบ้านบางส่วนที่จะหาที่อยู่อาศัยเอง

DSC_0120_resize.JPG

รายงานโดย : งานสื่อสารองค์กร พอช.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter