ผอ.พอช.ชี้แจงความคืบหน้าการแก้ปัญหาบ้านมั่นคง ชุมชน กสบ.หมู่ 5 ริมคลองลาดพร้าว
playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

พอช./ ‘สมชาติ  ภาระสุวรรณ’  ผอ.พอช. ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสำนักข่าวอิสรา  กรณีบ้านมั่นคงชุมชน กสบ.หมู่ 5 เขตสายไหม  40 หลังที่ก่อสร้างเกือบจะแล้วเสร็จแต่โดนคำสั่งห้ามเข้าใช้อาคารจาก สนง.เขตฯ   ยืนยันดำเนินการแก้ไขแบบแปลนตามคำสั่ง  แต่กระบวนการแก้ไขและการดำเนินการมีขั้นตอนและรายละเอียดมาก  จึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ  ขณะเดียวกันกระทรวง พม.เตรียมตั้งคณะทำงานติดตามการแก้ไขปัญหารุกลำน้ำสาธารณะ(คลองลาดพร้าว) เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ  ลดปัญหาและอุปสรรคต่างๆ


ตามที่สำนักข่าวอิสราที่ได้เผยแพร่รายงานข่าวเรื่อง  “ขมวดปมปัญหา ‘บ้านมั่นคง’ พื้นที่ กสบ.หมู่ 5 ยังไร้ทางออก เมื่อ พอช.แก้ไขแบบก่อสร้างล่าช้า  สำนักงานเขตสายไหมจำเป็นต่อไปสั่งห้ามเข้าใช้อาคาร 40 คูหา  ขณะที่ยังไร้คำชี้แจงจาก 'สมชาติ ภาระสุวรรณ' ผอ.พอช.” ลงในเว็บไซต์ www.isranews.org  เมื่อวันที่ 30  มกราคมที่ผ่านมา  โดยมีเนื้อหาระบุว่า

“ยังไม่มีคำชี้แจงใด ๆ ออกมาจาก “นายสมชาติ ภาระสุวรรณ” ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือพอช. ภายหลังผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org พยายามติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อขอสัมภาษณ์กับการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโครงการ “บ้านมั่นคง” ในพื้นที่ตั้งของกองการก่อสร้างสนามบิน (กสบ.) หมู่ 5 ริมคลองลาดพร้าว เขตสายไหม

S__17481736_resize.jpg

หลังจากเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2560 สำนักงานเขตสายไหม ได้ทำประกาศปิดห้ามเข้าใช้อาคาร 40 คูหา ในโครงการฯ แห่งนี้ ซึ่งเป็นของสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงเพิ่มทรัพย์สินสมบุญ จำกัด ที่เกิดจากการรวมตัวของ 8 ชุมชนภายหลังตรวจสอบพบว่า แบบการก่อสร้างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ หากฝ่าฝืนจะมีความผิดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับวันละ 3 หมื่นบาท ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 40 (2) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543

คำสั่งดังกล่าวได้สร้างความกังวลให้แก่สมาชิกของสหกรณ์ฯ เพราะไม่สามารถเข้าอยู่ในอาคารพักอาศัยได้ แม้กำลังจะก่อสร้างแล้วเสร็จ  หากคำนวณระยะเวลาตั้งแต่การย้ายออกมาเพื่อมอบพื้นที่ให้แก่โครงการฯ  จนถึงปัจจุบันเกือบ 1 ปีเต็มแล้ว แน่นอนว่า ย่อมมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าเช่าบ้านเฉลี่ยเดือนละประมาณ 3,000-5,000 บาท

ต่อมาวันที่ 11 ม.ค. 2561 นางรัตนธร รัตนสกุล ผู้อำนวยการเขตสายไหม เรียกทุกฝ่ายเข้าประชุมทันที เพื่อชี้แจงถึงความจำเป็นในการออกคำสั่งห้ามเข้าใช้อาคารดังกล่าว โดยระบุเนื่องจาก พอช.ออกแบบก่อสร้างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายเดิมระบุให้ระยะร่นของคลองต้องอยู่ห่างเข้าไป 6 เมตร แต่เพื่อขับเคลื่อนโครงการฯ ได้อย่างรวดเร็ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2560 เรื่อง การดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกลำน้ำสาธารณะ กำหนดให้ระยะร่นเหลือเพียง 2 เมตร และ พอช. จะต้องทำมาตรการสิ่งแวดล้อม โดยประกาศเมื่อ 10 ต.ค. 2560

แต่ พอช. ยังไม่สามารถแก้ไขแบบก่อสร้างแล้วเสร็จ ทำให้สำนักงานเขตจำเป็นต้องออกคำสั่ง มิฉะนั้นจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมวันนั้น ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่พอช. ซึ่งเป็นผู้ออกแบบการก่อสร้างโครงการฯ โดยได้สะท้อนปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้แล้วเสร็จในทันที  เนื่องจากมีภาระงานค่อนข้างมาก  แต่จะดำเนินงานและส่งมอบให้ทันในวันที่ 17 ม.ค. 2561 หรืออีกประมาณ 1 สัปดาห์ต่อมา

ระยะเวลาผ่านมาเกือบครึ่งเดือน  ล่าสุด พอช.ยังไม่ส่งแบบก่อสร้างโครงการฯ ฉบับแก้ไข  แม้ทางสำนักงานเขตพยายามกำชับให้เร่งดำเนินการ  และร้องขอไปยัง ผอ.พอช.ให้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่  เนื่องจากปัจจุบันมีเพียงรายเดียว  ทำให้ต้องรับภาระงานที่มีจำนวนมาก แต่ปรากฎว่า ไม่มีการตอบรับกลับมาใด ๆ

ส่วนในพื้นที่ก่อสร้างเจ้าหน้าที่ได้เดินหน้าปรับรูปแบบให้มีระยะร่นเหลือไม่น้อยกว่า 2 เมตรนำหน้าไปก่อนใกล้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ในเมื่อแบบก่อสร้างไม่เรียบร้อย  สำนักงานเขตไม่อนุมัติ  ชาวบ้านจะไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้

ขณะที่  รายงานข่าวแจ้งว่า  วันที่ 4 ก.พ. 2561 จะมีการเรียกทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาอีกครั้ง แม้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ระดับชาติ แต่ “รอช้า” ไม่ได้ เพราะทั้งหมดคือความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ พอช. ต้องใส่ใจ” .

image0_resize.jpg

วันนี้  (31  มกราคม) นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’  ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงแต่ละประเด็นดังนี้

1.กรณีที่สำนักข่าวอิสราระบุว่ายังไม่มีคำชี้แจงใดๆ จาก ผอ.พอช. หลังจากพยายามติดต่อสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์นั้น  

เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561  ข้าพเจ้า (นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ) มีภารกิจการประชุมตลอดทั้งวัน  โดยช่วงเช้าประชุมร่วมกับผู้ช่วยรัฐมนตรี  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผู้แทนกรมธนารักษ์  สำนักการระบายน้ำ กทม. ฯลฯ  ที่กระทรวง พม.  และช่วงบ่ายประชุมที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เกี่ยวกับคณะทำงานประชารัฐเพื่อสังคม   ขณะที่ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิสรา  โทรมา 2   ครั้งคือ  ช่วงประมาณ 10  นาฬิกา  และประมาณ 11 นาฬิกาเศษ  ซึ่งขณะนั้นข้าพเจ้ายังติดภารกิจอยู่  และไม่สะดวกที่จะรับโทรศัพท์  (ต่อมาเวลา 13.25 น. (วันที่ 30 มกราคม) เว็บไซต์สำนักข่าวอิสราได้เผยแพร่รายงานข่าวดังกล่าว)

2. กรณีสำนักงานเขตสายไหม ได้ทำประกาศปิดห้ามเข้าใช้อาคาร 40 คูหา ในโครงการฯ แห่งนี้ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม  2560 ซึ่งเป็นของสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงเพิ่มทรัพย์สินสมบุญ จำกัด ที่เกิดจากการรวมตัวของ 8 ชุมชนภายหลังตรวจสอบพบว่า  แบบการก่อสร้างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย  และ พอช.ยังไม่สามารถแก้ไขแบบก่อสร้างให้แล้วเสร็จ  ทำให้สำนักงานเขตจำเป็นต้องออกคำสั่งนั้น

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  ได้ทำการส่งแบบขออนุญาตก่อสร้างให้สำนักงานเขตสายไหมเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560  ต่อมาวันที่  13 ธันวาคม   สนง.เขตสายไหมลงวัดที่ดินชุมชน กสบ.หมู่ 5  เพื่อตรวจสอบว่าตรงตามผังบริเวณโครงการหรือไม่  เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่ตรงกัน  สนง.เขตสายไหมจึงให้แก้ไข   และต่อมาในวันที่  28 ธันวาคม  สนง.เขตสายไหมจึงได้ทำประกาศปิดห้ามเข้าใช้อาคาร 40 คูหาในชุมชน กสบ.หมู่ 5 เขตสายไหม  รวมทั้งแจ้งให้ทางสถาบันฯ แก้ไขแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนต่างๆ (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)

ทั้งนี้หลังจากที่ สนง.เขตสายไหมปิดประกาศห้ามเข้าใช้อาคารดังกล่าวแล้ว  สถาบันฯ ได้ดำเนินการแก้ไขแบบและส่งแบบขออนุญาตที่แก้ไขเรื่องขอบเขตที่ดินมาให้ สนง.เขตสายไหมเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561  ต่อมาในวันที่ 11 มกราคม  สถาบันฯ ได้ประชุมร่วมกับ สนง.เขตสายไหม  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อหารือเรื่องข้อติดขัดการก่อสร้างบ้าน  รวมทั้ง สนง.เขตสายไหมได้ให้สถาบันฯ แก้ไขรายละเอียดแบบบ้านเพิ่มเติม

วันที่  17 มกราคม  สถาบันฯ  ส่งแบบอนุญาตที่แก้ไขให้ สนง.เขตสายไหม  ต่อมาวันที่ 24 มกราคม  สนง.เขตสายไหมลงวัดที่ดินชุมชน กสบ.หมู่ 5 อีกครั้ง  เพื่อตรวจสอบขอบเขตที่ดินว่าถูกต้องหรือไม่  และให้แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของการแก้ไขระยะร่นอาคาร  และแก้ไขรายละเอียดแบบบ้าน  

ทั้งนี้สถาบันฯ จะดำเนินการแก้ไขแบบแปลนและรายละเอียดต่างๆ ให้แล้วเสร็จและกำหนดส่งแบบขออนุญาตที่แก้ไขแล้วให้ สนง.เขตสายไหมในวันที่  2  กุมภาพันธ์นี้

“สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจในปัญหาที่เกิดขึ้น  และได้ดำเนินการแก้ไข  ปรับปรุง  แบบแปลนและรายละเอียดต่างๆ  ตามที่สำนักเขตสายไหมสั่งให้ดำเนินการมาโดยตลอด  แต่เนื่องจากกระบวนการแก้ไขและการดำเนินการมีขั้นตอนและรายละเอียดมาก  จึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ  และยืนยันว่าสถาบันฯ จะส่งแบบขออนุญาตที่แก้ไขแล้วให้ทางสำนักงานเขตสายไหมตามที่กำหนดเอาไว้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้  รวมทั้งจะดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย” นายสมชาติกล่าวชี้แจง

3.กรณีคำสั่งห้ามเข้าใช้อาคารดังกล่าวได้สร้างความกังวลให้แก่สมาชิกของสหกรณ์ฯ เพราะไม่สามารถเข้าอยู่ในอาคารพักอาศัยได้  แม้กำลังจะก่อสร้างแล้วเสร็จ   หากคำนวณระยะเวลาตั้งแต่การย้ายออกมาเพื่อมอบพื้นที่ให้แก่โครงการฯ  จนถึงปัจจุบันเกือบ 1 ปีเต็มแล้ว   ทำให้ชาวบ้านมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าเช่าบ้านเฉลี่ยเดือนละประมาณ 3,000-5,000 บาท  รวมทั้งประเด็น  “แม้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ระดับชาติ แต่ “รอช้า” ไม่ได้ เพราะทั้งหมดคือความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ พอช. ต้องใส่ใจ” .นั้น

Slide1.PNG

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ขอชี้แจงว่า  สถาบันฯ รับทราบปัญหาต่างๆ รวมทั้งความเดือดร้อนที่ชาวบ้านได้รับ  และพยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ  มาโดยตลอด  เพื่อให้การก่อสร้างบ้านในชุมชน กสบ.แล้วเสร็จ  และประชาชนเข้าอยู่อาศัยได้ โดยสถาบันฯ มีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าและอุปสรรคในการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองทุกสัปดาห์   แต่เนื่องจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน  เช่น  คสช.  กรุงเทพมหานคร  สำนักการระบายน้ำ  สำนักงานเขต   กรมธนารักษ์  ฯลฯ  รวมทั้งยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ  เช่น พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร, มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ฯลฯ  จึงทำให้การดำเนินการต่างๆ  ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการเพื่อประสานงานและขออนุญาต

อย่างไรก็ตาม  เพื่อให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองบรรลุเป้าหมาย  ลดปัญหาและอุปสรรคต่างๆ  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  จึงมีแนวทางจัดตั้ง ‘คณะติดตามการแก้ไขปัญหารุกลำน้ำสาธารณะ(คลองลาดพร้าว)’ ขึ้นมา  โดยมี พล.อ.สุรศักดิ์  ศรีศักดิ์  ผช.รมต. กระทรวง พม. เป็นประธาน   มีการประชุมทุกสัปดาห์   โดยในเร็วๆ นี้  คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา  ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น  คสช.  กทม.  สำนักการระบายน้ำ  กรมธนารักษ์  พอช.  ฯลฯ  เพื่อให้การดำเนินพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเป็นไปด้วยความรวดเร็ว  มีประสิทธิภาพ  ลดปัญหาและอุปสรรคต่างๆ

ส่วนกรณีการก่อสร้างบ้านล่าช้าหรือก่อสร้างเสร็จแล้วแต่ชาวบ้านยังเข้าอยู่อาศัยไม่ได้  ทำให้ชาวบ้านมีภาระค่าเช่าบ้านเพิ่มขึ้นเดือนละ 3,000-5,000 บาทนั้น    สถาบันฯ ขอชี้แจงว่า  การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองดังกล่าว  สถาบันฯ ได้ให้การสนับสนุนชาวชุมชนดังนี้  1.สินเชื่อเพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยครัวเรือนละ (ไม่เกิน) 300,000  บาท  ระยะเวลาชำระคืน  15 ปี   ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี  (กรณีสร้างบ้านในชุมชนเดิม)  2.งบพัฒนาสาธารณูปโภคครัวเรือนละ  50,000  บาท   3.งบอุดหนุนการสร้างบ้านครัวเรือนละ 25,000  บาท  และ 4.งบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาชุมชนริมคลอง  ครัวเรือนละ 72,000 บาท (ค่าขนย้าย  รื้อย้าย  และค่าเช่าที่พักระหว่างการก่อสร้างบ้าน)

ทั้งนี้งบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาชุมชนริมคลอง  ครัวเรือนละ 72,000 บาท  ซึ่งเป็นค่าขนย้าย  รื้อย้าย  และค่าเช่าบ้านระหว่างการก่อสร้างครัวเรือนละ  3,000 บาท  จำนวน 6  เดือนนั้น  เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นที่สถาบันฯ กำหนดเอาไว้  แต่ทางชุมชนสามารถตกลงกันเองได้ว่าจะช่วยเหลือค่าเช่าบ้านได้มากกว่า 6 เดือนในกรณีจำเป็น  เช่น  มีบางชุมชนที่ตกลงให้ค่าเช่าบ้านจำนวน 10 เดือน  เนื่องจากมีการขยายระยะเวลาก่อสร้างบ้านออกไป

อย่างไรก็ตาม   ในกรณีค่าเช่าบ้าน  6 เดือนดังกล่าวนี้   สถาบันฯ กำลังพิจารณาว่าจะขยายเวลาออกไปในกรณีที่ชุมชนยังก่อสร้างไม่เสร็จหรือยังไม่สามารถเข้าอยู่ได้จากเดิมที่กำหนดไว้ 6 เดือน  เป็นไม่เกิน 12   เดือน

โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559  มีเป้าหมายดำเนินการในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ  รวม  52 ชุมชน  7,081   ครัวเรือน  เพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกสร้างบ้านเรือนกีดขวางทางระบายน้ำ  และพัฒนาที่อยู่อาศัยของชาวชุมชน   โดยขณะนี้ดำเนินการเสร็จแล้ว 16 ชุมชน  946  ครัวเรือน   อยู่ระหว่างการก่อสร้าง  1,076  ครัวเรือน   ขณะที่ กทม.กำลังสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในแนวคลองดังกล่าว

ส่วนชุมชน กสบ.หมู่5  ตั้งอยู่ริมคลองสอง (คลองลาดพร้าว) เขตสายไหม  ใกล้ตลาดสะพานใหม่   มีทั้งหมด   155  ครัวเรือน   โดยกรมธนารักษ์ให้ชุมชนเช่าที่ดินระยะเวลา 30 ปี   อัตราค่าเช่าตารางวาละ 1.50  บาท/เดือน เริ่มสร้างบ้านเฟสแรกเดือนเมษายน 2560  จำนวน 40 หลัง  ขณะนี้ก่อสร้างเกือบเสร็จแล้ว  แต่ สนง.เขตสายไหมมีคำสั่งระงับการเข้าใช้อาคารดังกล่าว                   

TIMELINE_.pdf-000001.png

 

 

           

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter