สมชาติ นำทีมผู้บริหาร พอช. ลงพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมทำความเข้าใจ และวางแผนขับเคลื่อนกองทุน ปรับระบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งเมือง
playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

44729_1.jpg

วันที่ 3 – 4  ก.พ. 2561 ที่เทศบาลเมืองอรัญญิก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายสมชาติ ภาระสุวรรณ นำทีมผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) อาทิ นายอัมพร แก้วหนู นายสุพัฒน์ จันทนา  นายธีรพงศ์ พร้อมพอชื่นบุญ นายสยาม นนท์คำจันทร์ นางทิพวรรณ หัวหิน เจ้าหน้าที่ และภาคีร่วมพัฒนา เข้าร่วมการสัมมนากองทุนรักษาดินรักษาบ้านภาคเหนือ เพื่อทำความเข้าใจทิศทาง แนวทางการดำเนินงานกองทุนรักษาดินรักษาบ้าน และการขับเคลื่อนโครงการบ้านมั่นคง ปี 2561 แก่แกนนำชุมชนบ้านมั่นคง 10 จังหวัดในภาคเหนือ

          0004.jpgนายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า พอช. รับเป้าหมายแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมืองและชนบท ตามแผนแม่บทการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย 20 ปี จำนวน 1,053,702 ครัวเรือน แบ่งเป็นการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง 690,000 ครัวเรือน ในพื้นที่ชนบท 352,000 ครัวเรือน พื้นที่ริมคลองลาดพร้าว 11,004 ครัวเรือน และแก้ปัญหาคนไร้บ้าน จำนวน 698 ราย แต่ผลจากการดำเนินงานสิบกว่าปีที่ผ่านมาพบว่ามีความคืบหน้าในการดำเนินการน้อยและมีงบประมาณค้างท่อค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงต้องมีการปรับระบบการทำงานใหม่ โดยใช้ทิศทางการทำทั้งเมือง

          “นับตั้งแต่เริ่มโครงการบ้านมั่นคงปี 2546 จนถึงปัจจุบันเกิดการแก้ไขปัญหาตามแนวทางบ้านมั่นคงไปแล้วประมาณ 100,000 ครัวเรือน สาเหตุที่ดำเนินการล่าช้าเนื่องจากช่วงแรกเป็นการทำรายโครงการ แก้ปัญหาทีละจุด ทำให้ไม่ทันต่อสถานการณ์ที่มีผู้เดือดร้อนจำนวนมาก และไม่เกิดพลังการช่วยเหลือ ต่อมาจึงเกิดการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเมือง จังหวัด และภาค ปัจจุบันยังพบปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า จึงต้องเร่งเรื่องการเบิกจ่ายและการสร้างบ้านให้แล้วเสร็จ ซึ่งในปี 2561 มีเป้าหมายการดำเนินโครงการบ้านมั่นคง 9,000 กว่าครัวเรือน ดังนั้น จึงเป็นโจทย์สำคัญว่าโครงการบ้านมั่นคงไม่ใช่โครงการที่เจ้าหน้าที่ไปสร้างบ้านให้ แต่ต้องเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างขบวนชุมชนและภาคีเครือข่าย ซึ่งอนาคตอยากเห็นการทำงานโครงการบ้านมั่นคงที่ขบวนชุมชนแก้ปัญหาของตัวเอง บริหาร และติดตามงบประมาณตัวเองด้วย

การสัมมนา 2 วันนี้ ขบวนชุมชนได้มาเรียนรู้เรื่องกองทุนรักษาดินรักษาบ้าน เมืองคุณภาพชีวิต ต่อไปจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง สุดท้ายเราคุยกันเรื่องการพัฒนาทั้งเมือง และได้แผนที่จะลงไปทำในแต่ละเมือง ทั้ง 3 – 4 เรื่องนี้เกี่ยวพันกันทั้งสิ้น และสัมพันธ์กับฐานชุมชนซึ่งเป็นพลังที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงเมือง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตามฐานวิถีวัฒนธรรมของเมืองตนเองจะทำให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน” ผู้อำนวยการ พอช. กล่าว


0011.jpg
สำหรับเรื่องกองทุนของภาคประชาชน นายสมชาติกล่าวว่า หัวใจสำคัญ คือ การรวมเงิน รวมคน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการปฏิรูปประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เมื่อดูเป้าหมายดำเนินการมีประมาณ 300 เมือง แต่มีการจัดตั้งได้จริงเพียง 67 เมือง สมาชิกประมาณ 17,000 ครัวเรือน จากภาพรวมทั้งประเทศราว 150,000 ครัวเรือน ดังนั้น วันนี้จึงต้องก้าวไปข้างหน้าและหันมามองเมืองของตัวเอง ดึงคนเล็กคนน้อยเข้ามาร่วม โดยใช้การพัฒนาเรื่องกองทุนและเรื่องบ้านนำไปสู่การพัฒนาเมืองให้ดียิ่งขึ้น

นายอัมพร แก้วหนู รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า ในการออกแบบวางแผนการทำงานบ้านมั่นคงในช่วงต่อไป สิ่งที่ต้องการให้เกิด คือ การคิดทุกมิติ ตั้งแต่จำนวนเมืองใหม่ที่จะพัฒนาและเสนอโครงการในปีนี้ รวมถึงเรื่องการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจ การสำรวจโครงการที่มีปัญหางบค้างท่อ เป็นต้น โดยทำทีละเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ มีพี่น้องจากภาคส่วนต่างๆ เป็นแกนหลักในการจัดการตนเอง และมีภาคีท้องถิ่น ภาคีสถาบันการศึกษาและส่วนกลางมาร่วม

ด้านนายสุพัฒน์ จันทนา ผู้อำนวยการภาคเหนือ กล่าวว่า สำหรับภาคเหนือมีชุมชนที่เป็นหนึ่งใน 10 โครงการนำร่องของบ้านมั่นคง คือ โครงการบ้านมั่นคงบุ่งคุก จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบในการสร้างบ้านราคาถูก การรวมกลุ่ม และการเชื่อมโยงภาคี หลังจากนั้นเริ่มมีการรวมตัวของขบวนชุมชนและขับเคลื่อนงานมาอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นเครือข่าย แต่ที่ผ่านมาขบวนซบเซาลง การทำงานระดับกลุ่ม การเชื่อมโยงเครือข่ายระดับเมือง จังหวัด และยระดับภาคไม่เข้มข้นเท่าที่ควร ทำให้เกิดปัญหาหลายเรื่อง เป็นเหตุให้ต้องมีการจัดสัมมนาในครั้งนี้ เพื่อปรับระบบการทำงานใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

“วันนี้เป็นโอกาสดีที่เรามาร่วมพูดคุยกัน และฟื้นฟูการทำงานของขบวนชุมชนที่อยู่อาศัยภาคเหนือให้คึกคัก ทั้งในระดับเมืองและจังหวัด แนวทางการทำงานต่อไปจะต้องมีการติดตั้งการทำงานระบบเมืองทั้งระบบ รวมถึงการฟื้นฟูเครือข่ายบ้านมั่นคงระดับเมือง จังหวัด และภาค โดยใช้กองทุน และการสอบทานเป็นเครื่องมือ ซึ่งในปีนี้จะมีการผ่องถ่ายการบริหารจัดการกองทุนจากตรงกลางมาที่ระดับเมือง” ผู้อำนวยการภาคเหนือกล่าว  

ทั้งนี้ จากการนำเสนอและแลกเปลี่ยนของขบวนชุมชน ในด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย จากการที่ทีมผู้บริหารได้ร่วมทำความเข้าใจร่วมกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชนและทีมออกแบบและก่อสร้างของภาคเหนือ รวมถึงขบวนชุมชน เกี่ยวกับทิศทางการขับเคลื่อนบ้านมั่นคงในปี 2561 และในระยะต่อไป นำมาสู่การออกแบบการทำงานร่วมกันของขบวนชุมชน ภาคี และเจ้าหน้าที่ พอช. ในรูปแบบการพัฒนาทั้งเมืองในทุกมิติ โดยมีพื้นที่นำร่อง อาทิ เมืองข่วงเปา เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เมืองแม่สอด จังหวัดตาก เมืองสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เมืองห้วยยางขาม จังหวัดพะเยา เมืองพิษณุโลก เมืองท่าทอง จังหวัดพิษณุโลก เมืองจัง จังหวัดน่าน เมืองเหมืองหม้อ จังหวัดแพร่  เมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย และเมืองหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งจะเริ่มขับเคลื่อนงานในแต่ละเมืองตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมนี้เป็นต้นไป     

ในด้านการพัฒนากองทุนเมือง พบว่าที่ผ่านมาขบวนชุมชนให้ความสนใจต่อการทำกองทุนรักษาดินรักษาบ้าน แต่ติดขัดเรื่องการสื่อสารและความเข้าใจเกี่ยวกับเกณฑ์กติกา การสมทบ และการช่วยเหลือ ทำให้สมาชิกส่วนใหญ่ยังไม่เข้าร่วม และส่วนหนึ่งลาออกเพราะขาดความเชื่อมั่นจากความไม่ชัดเจนเรื่องกองทุน และการช่วยเหลือที่ล่าช้า ปัจจุบันมีเมืองที่ส่งเงินสมทบกองทุนระดับชาติ จำนวน 11 เมือง สมาชิก 1,986 ราย จำนวนเงิน 922,583 บาท  อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการทำความเข้าใจโดยคณะกรรมการกองทุนระดับชาติและระดับภาคแล้ว ทำให้สมาชิกเกิดความเข้าใจและเห็นความสำคัญของกองทุนมากยิ่งขึ้น พร้อมเข้าร่วม และเกิดแผนในการฟื้นฟูและขยายฐานสมาชิกในระยะต่อไป 

73832.jpg

73834.jpg

153535.jpg

เรวดี อุลิต สำนักงานบ้านมั่นคง รายงาน

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter