playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

1 resizeชุมชนเพิ่มสินร่วมใจตั้งอยู่ริมคลองสอง เขตสายไหม  ซึ่งเป็นลำคลองเดียวกับคลองลาดพร้าว-คลองบางบัว ที่ทางรัฐบาลมอบหมายให้ กทม.สร้างเขื่อนคอนกรีตความยาวรวมทั้งหมดประมาณ 24 กิโลเมตร  ใช้งบประมาณกว่า 2,400 ล้านบาท  เพื่อแก้ปัญหาการรุกล้ำลำคลองทำให้กีดขวางทางเดินของน้ำ  อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ เนื่องจากคูคลองต่างๆ ระบายน้ำไม่ทัน  ซึ่งตามแผนการ กทม.จะเริ่มงานก่อสร้างภายในเดือนตุลาคม 2558 นี้ทำให้ชุมชนต่างๆ ต้องรีบขยับหรือรื้อถอนบ้านเรือน 

      2 resize    ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจเป็นชุมชนริมคลองที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง  ชาวบ้านรุ่นแรกเข้ามาบุกเบิกที่อยู่อาศัยเมื่อประมาณ 70 ปีที่ผ่านมา  มีอาชีพทำนา  สมัยก่อนยังไม่มีถนน (พหลโยธิน 54/1) เลียบคลอง  ชาวบ้านจะพายเรือไปค้าขายที่ตลาดสะพานใหม่ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร  ต่อมาในช่วงก่อนปี 2530  ชุมชนเริ่มหนาแน่นขึ้น  มีบ้านเรือนปลูกใหม่กระจายไปตามแนวลำคลอง  ปัจจุบันมีบ้านเรือนทั้งหมด 77 หลัง (รวมบ้าน 17 หลังในชุมชนเพิ่มสินถมยาที่อยู่ติดกัน)  ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้  บางส่วนก่อสร้างด้วยปูน  จำนวนชาวบ้าน 271 คน  ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป  ข้าราชการ  ค้าขาย  และพนักงานบริษัท 

    3 resize      “ก่อนหน้านั้นเราไม่เคยทำอะไรกันเลย  ต่างคนต่างอยู่  แต่พอเจ้าหน้าที่มาแนะนำพวกเราก็สนใจ  เพราะมันมีข่าวออกมาตลอดว่าจะมีการสร้างเขื่อน  ชาวบ้านจะถูกไล่  ถ้าเรารวมกลุ่มกันเราก็จะอยู่ที่เดิมได้  จึงร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นมา”  ทักษิณา จรัญญา แกนนำชุมชนเล่าเรื่องการตั้งกลุ่มฯ

          กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน  2557  มีสมาชิกเริ่มต้น 65 ราย  กำหนดให้สมาชิกออมเป็นเดือน  เดือนละ 100 บาท  ต่อมาในเดือนตุลาคมปีเดียวกันจึงให้สมาชิกออมสวัสดิการเดือนละ 30 บาท  มีสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิก  เช่น  คลอดบุตรช่วยรายละ 500 บาท  เสียชีวิตช่วย 1,000 บาท  มีสมาชิกสวัสดิการจำนวน 36 คน  นอกจากนี้ยังมีการระดมหุ้นเพื่อเตรียมจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมา  โดยให้สมาชิกถือหุ้นๆ ละ 10 บาท  และออมเป็นรายเดือน  เดือนละ 100 บาท

          ส่วนกระบวนการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงนั้น  ทักษิณาเล่าว่า  ในเดือนกันยายน 2557  ทีมงานบ้านมั่นคงจาก พอช.ได้เข้ามาร่วมทำงานกับชาวบ้าน  มีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน  เช่น  การสำรวจข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม  การพูดคุยกลุ่มย่อยเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องบ้านมั่นคง  การจับพิกัดชุมชน  วัดแปลงที่ดิน  การทำผังมือ  ฯลฯ  หลังจากนั้นจึงมีการสรุปข้อมูล  และจัดทำผังชุมชน  ออกแบบบ้าน  ให้ชาวบ้านช่วยกันทำโมเดลบ้าน  รวมทั้งร่วมกันการวางแผนพัฒนาอื่นๆ  เช่น  การจัดการขยะ  การบำบัดน้ำเสียในชุมชน  ฯลฯ

      6 resize    ข้อสรุปที่ได้จากสำรวจข้อมูลและการวางแผนพัฒนาในชุมชน  คือ 1.จะต้องมีการปรับรื้อบ้านเรือนที่รุกล้ำลงในคลองให้ขึ้นมาอยู่บนบก (จำนวนเกือบ 30 หลัง)  จัดการปัญหาขยะในคลอง  2.เปลี่ยนผังที่อยู่อาศัยโดยใช้รูปแบบบ้านมั่นคง  3.ให้หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือเรื่องสาธารณูปโภค  4.ซ่อมแซมบ้านเรือนที่ทรุดโทรม  5.สร้างอาชีพเสริมแก่ชาวบ้าน 

          ด้านสาธารณูปโภคจะมีการสร้างถนนด้านหน้าเลียบลำคลอง ถนนในซอย สวนสาธารณะและศาลาอเนกประสงค์ จึงต้องมีการรื้อย้ายและปรับผังชุมชนใหม่จะทำให้ลำคลองมีขนาดกว้างจากเดิม

          สำหรับแบบบ้านนั้น  สถาปนิก พอช.และชาวบ้านได้ร่วมกันออกแบบบ้าน  ซึ่งมีทั้งการรื้อบางส่วนและสร้างใหม่ในที่ดินเดิม    โดยมีแบบบ้านให้เลือกหลายแบบ  เช่น  บ้านแฝด 2 ชั้น  ใต้ถุนสูง  ขนาด 4 x 7 ตารางเมตร  ราคา 245,000 บาท,  บ้านแถวชั้นเดียว  ขนาด 4 x 7 ตารางเมตร  ราคา 176,400 บาท,  บ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 4 x 7  ตารางเมตร  ราคา 252,700 บาท ฯลฯ  อัตราผ่อนชำระต่อเดือนระหว่าง 1,282-1,934 บาท  ระยะเวลา 15 ปี  ทั้งนี้ชุมชนได้เตรียมที่จะขอใช้สินเชื่อจาก พอช.เพื่อก่อสร้างบ้านทั้งหมดเป็นเงิน 10,410,770 บาท

ด้านการบริหารจัดการ  มีการแบ่งหน้าที่การทำงานออกเป็นฝ่ายต่างๆ เช่น  ทีมข้อมูล  ทีมบริหาร  ทีมสังคม  และทีมช่าง  และในระหว่างการก่อสร้างก็จะมีทีมตรวจสอบการเบิกจ่ายวัสดุ  ตรวจสอบการรับมอบงาน  เพื่อให้การก่อสร้างบ้านเป็นไปตามแผนงาน  ไม่มีการรั่วไหล  นอกจากนี้ก็ยังเตรียมที่จะจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงขึ้นมาเพื่อบริหารและดูและโครงการด้วย

สมบัติ  รอดประเสริฐ  ประธานชุมชนเพิ่มสินฯ  กล่าวว่า  ตนอยากทำเรื่องบ้านมั่นคง  เพื่อชาวบ้านและลูกหลานจะได้มีที่อยู่อาศัยอย่างถาวร  อีกทั้งหน่วยงานต่างๆ ก็สนับสนุน  ทั้ง พอช.  สำนักงานเขตสายไหม  และกรมธนารักษ์ก็ให้เช่าที่ 30 ปี  เพียงแต่ยังมีคนส่วนน้อยที่ไม่ยอมเข้าร่วม ก็ต้องทำความเข้าใจกันต่อไป ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่จากเขตสายไหมได้เข้ามาชี้แจงให้ชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการได้รู้แล้วว่าทาง กทม.จะสร้างเขื่อนในเดือนตุลาคมนี้  ฉะนั้นจะต้องมีการรื้อย้ายบ้านแน่  จะประสานกับเจ้าหน้าที่ พอช.หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งเขตสายไหมเข้ามาพูดคุยร่วมกันแก้ไขปัญหานี้  เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น

“ถ้าเคลียร์ปัญหานี้ได้  ภายในเดือนสิงหาคมนี้เราก็จะยื่นเรื่องขอใช้สินเชื่อกับ พอช.  จากนั้นก็จะจัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน  และทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์  และคิดว่าภายในเดือนตุลาคมนี้  จะเริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรกได้  พอถึงปีใหม่สร้างบ้านเสร็จ  เราก็จะทำบุญขึ้นบ้านใหม่ไปพร้อมกัน”  ทักษิณากล่าวอย่างเชื่อมั่นและมีความหวัง

คงจะไม่มีสิ่งใดที่ได้มาด้วยความง่ายดาย  เช่นเดียวกับความพยายามสร้างบ้านใหม่ของชาวชุมชนเพิ่มสิน  แม้ว่าจะมีอุปสรรคบ้าง  โดยเฉพาะการเพิ่งเริ่มต้น  จากการที่ชุมชนมีลักษณะ “ไม่เคยทำอะไรร่วมกันเลย  ต่างคนต่างอยู่” มาถึงวันนี้พวกเขาได้พากันเดินไปเกือบค่อนทางแล้ว  ระยะทางที่เหลืออยู่จึงต้องใช้ความอดทนและช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรค  เพื่อบ้านใหม่ที่มั่นคงยาวนานไปถึงลูกหลาน...ตลอดไป

(ข้อมูล : สุวัฒน์ กิขุนทด)

 5 resize        7 resize                      

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter