playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

8

ในบรรดาชุมชนริมคลองทั้งหมดในเขตกรุงเทพฯ  ดูเหมือนว่าชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5  เขตหลักสี่  จะตั้งอยู่ในทำเลทองด้านการค้าขายที่ดีที่สุด  เพราะชุมชนตั้งอยู่ริมถนน  ไม่ไกลจากปากซอยแจ้งวัฒนะ  และอยู่ด้านข้างสำนักงานใหญ่บริษัทไปรษณีย์ไทย  มีหน่วยงานราชการตั้งอยู่หลายแห่ง  ทั้งยังเป็นทางผ่านไปยังศูนย์ราชการ  และยังมีที่พักอาศัย  เช่น  คอนโดมิเนียม  และชุมชนริมคลองอื่นๆ ตั้งอยู่ใกล้เคียง  จึงไม่แปลกที่ชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 เกือบทั้งชุมชนที่มีด้านหน้าเป็นถนน 4 เลน  ด้านหลังติดคลอง  มีความยาวเกือบ 400 เมตร  จะมีสภาพเป็นร้านค้า  ร้านอาหาร  หรืออาคารพาณิชย์มากกว่าจะเป็นที่พักอาศัย

ขณะเดียวกันเมื่อกลายเป็นทำเลทองจึงทำให้เจ้าของบ้านหรือร้านค้าต่อเติมก่อสร้างรุกล้ำลงไปในลำคลองเปรมประชากรกันเป็นจำนวนมาก  เพื่อใช้ด้านหน้าบริเวณที่ติดถนนเป็นทำเลค้าขาย  และขยายด้านหลังที่ติดกับคลองเป็นที่พักอาศัย  หรือบางหลังที่เปิดเป็นร้านอาหาร  เมื่อมีลูกค้าหนาแน่นจึงขยายร้านออกไปริมคลอง  แต่อย่างไรก็ตาม  เมื่อทางรัฐบาลมีนโยบายจัดระเบียบชุมชนริมคลอง  ชาวบ้านที่นี่ก็พร้อมจะให้ความร่วมมือรื้อถอนบ้านออกจากคลอง  โดยในขณะนี้ (สิงหาคม 2558) มีการรื้อถอนบ้านเพื่อก่อสร้างบ้านเฟสแรกแล้ว  จำนวน 17 หลัง  จากจำนวนทั้งหมด  93 หลัง

          คลองเปรมประชากรเป็นคลองที่ขุดในสมัยรัชกาลที่ 5  ระหว่าง พ.ศ.2412-2513  รวมระยะเวลา  18  เดือน    มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเส้นทางลัดจากกรุงเทพฯ ไปบางปะอิน  เนื่องจากการเดินเรือไปตามแม่น้ำเจ้าพระยามีเส้นทางที่โค้งและอ้อม  รัชกาลที่ 5  จึงโปรดให้ขุดคลองเชื่อมจากคลองผดุงกรุงเกษม (บริเวณหน้าวัดโสมนัสฯ ผ่านตำบลดุสิต  บางซื่อ  หลักสี่  ดอนเมือง  ปทุมธานี) ไปเชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.บางปะอิน  จ.พระนครศรีอยุธยา  รวมระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตรเศษ  หรือ 1,271  เส้น  (ทุกระยะ 100 เส้นหรือ 4 กิโลเมตร  จะมีหลักเขตบอกเอาไว้  แต่ปัจจุบันหลักเขตสูญหายไปหมดคงเหลือเพียงชื่อของ “หลักสี่”)

          นภาพร  ฐิติรัตนา  อายุ 55 ปี  เล่าว่า  พื้นเพเป็นคนนครสรรค์  เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เมื่อหลายสิบปีก่อน  โดยเช่าบ้านอยู่กับครอบครัวแถวทุ่งสองห้อง  เมื่อทำงานมีรายได้จึงเก็บออมเอาไว้  ราวปี 2538 จึงมาซื้อสิทธิ์ที่ดินมือเปล่าจากผู้อยู่อาศัยเดิมที่ริมคลองเปรมประชากร  ถนนแจ้งวัฒนะซอย 5  ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยปัจจุบันนี้  ขนาดเนื้อที่กว้าง 2.80 เมตร  ยาว 10 เมตร  ราคา 35,000 บาท  เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย  ไม่ต้องเช่าบ้านอยู่

“ตอนนั้นชุมชนยังไม่หนาแน่น  บริษัทไปรษณีย์ไทยยังไม่มาตั้ง  ข้างๆ ก็เป็นที่ดินว่างเปล่า  พอศูนย์ราชการมาสร้างอยู่ใกล้ๆ  สร้างเสร็จในราวปี 2550  จึงเริ่มมีคนมาอาศัยอยู่กันมากขึ้น  ถนนก็ขยายเป็นสี่เลน  จากบ้านอยู่อาศัยก็เริ่มเปิดเป็นร้านค้า  ร้านอาหาร  ร้านเสริมสวย  ร้านชำต่างๆ  จนเดี๋ยวนี้มีแต่ร้านค้าเต็มไปหมด” น้านภาพรเล่าประวัติชุมชนในช่วงหลัง  เพราะคนที่มาจับจองอยู่อาศัยรุ่นแรกๆ  ราว 40-50 ปีก่อนต่างขายสิทธิ์หรือขยับขยายไปอยู่ที่อื่นหมดแล้ว

กิติชัย  เรืองมาลัย  เจ้าของร้านตัดผม  ในฐานะประธานกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 เล่าเสริมว่า  ในช่วงต้นปี 2551 มีเจ้าหน้าที่โครงการบ้านมั่นคงจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช.มาแนะนำเรื่องการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงในชุมชนตลาดหลักสี่ที่อยู่คนละฝั่งคลอง  และมีชาวบ้านจากชุมชนแจ้งวัฒนะฯ ไปร่วมรับฟัง  เมื่อเกิดความสนใจ  เพราะรู้ว่าหากทำโครงการบ้านมั่นคงแล้วจะไม่ถูกไล่ที่  จึงได้ติดต่อให้เจ้าหน้าที่ พอช.เข้ามาเปิดเวทีให้ความรู้เรื่องการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงขึ้นในชุมชนบ้าง  เพราะชาวบ้านก็กลัวว่าจะถูกทางราชการขับไล่ไม่วันใดก็วันหนึ่ง  เนื่องจากมีกระแสข่าวในช่วงนั้นว่า กทม.จะสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งในคลองเปรมฯ

“หลังจากที่ชาวบ้านเกิดความเข้าใจแล้ว  จึงได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านมั่นคงขึ้นมาในเดือนพฤษภาคมปีนั้น  ช่วงแรกมีชาวบ้านที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ 77  ครอบครัว  มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 12 คน  เพื่อช่วยกันทำงาน  ให้ชาวบ้านออมเป็นเดือนๆ ละ 100 บาท’’  กิติชัยเล่าถึงจุดเริ่มต้น

หลังจากจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 ขึ้นมาแล้ว  ต่อมากลุ่มออมทรัพย์จึงได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงคลองเปรมประชากร  จำกัด  ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของชุมชนริมคลองเปรมฯ เพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอใช้สินเชื่อจากโครงการบ้านมั่นคง  โดยกำหนดให้ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ถือหุ้นๆ ละ 10 บาท  จำนวน 10 หุ้น  แล้วออมเป็นรายเดือน  เดือนละ 100 บาท  ส่วนกรรมการก็จะมีการประชุมกันทุกเดือนเพื่อรายงานผลการดำเนินงาน  หากมีเรื่องสำคัญก็จะเรียกประชุมสมาชิกตามความจำเป็น

          ก่อนที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  จะมีนโยบายจัดระเบียบคูคลองในเดือนมีนาคม  2558 นั้น  ชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5  ได้เตรียมแผนงานสร้างบ้านมั่นคงเอาไว้แล้ว  โดยให้สมาชิกออมเงินเพิ่มเติมจากเดิม  เช่น  ออมสมทบ ให้ครบ 10%  ของวงเงินที่จะกู้สร้างบ้านจาก พอช.,  ออมเพื่อเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์  และออมเพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์  รวมทั้งได้ร่วมกับสถาปนิกจาก พอช.จัดทำผังชุมชนและออกแบบบ้านเอาไว้แล้ว  เป็นบ้านแถว 2 ชั้น  ขนาดกว้าง 3.50 เมตร  ยาว  8 เมตร  แต่พอรัฐบาลมีนโยบายจัดระเบียบคูคลองออกมา  แผนงานของชุมชนที่เตรียมเอาไว้  รวมทั้งการขอใช้สินเชื่อจาก พอช.ก็ต้องมีการปรับใหม่  เพราะชุมชนรู้ข่าวว่าทาง กทม.จะขุดลอกและขยายคลองให้มีความกว้าง  38 เมตรเพื่อสร้างเขื่อน  หากชุมชนก่อสร้างบ้านไปแล้วก็อาจจะต้องปรับรื้ออีก  ดังนั้นในเดือนพฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมาชุมชนจึงร่วมกับสถาปนิก พอช.ปรับแบบบ้านจากเดิมให้มีขนาดใหม่เป็นกว้าง  4  เมตร  ยาว  6 เมตร  คือร่นแบบบ้านออกห่างจากแนวคลองอีก 2  เมตร  แต่ยังเป็นบ้านแถว  2  ชั้นเหมือนเดิม 

ด้านการบริหารจัดการนั้น  กิติชัยบอกว่า  ชุมชนใช้กรรมการชุดเดิมจากกลุ่มออมทรัพย์  จำนวน 12 คน   แบ่งการทำงานออกเป็น  9  โซนหรือ  9 เฟส  (กรรมการ 1 คนจะดูแล 1 โซนหรือประมาณ 10 หลัง  และมีกรรมการบริหารอีก 3 คน)  ด้านการก่อสร้างก็จะแบ่งออกเป็นฝ่ายต่างๆ เหมือนกับชุมชนอื่นที่ทำโครงการบ้านมั่นคง  เช่น  มีทีมช่าง, ทีมจัดซื้อวัสดุ,ทีมตรวจสอบ ฯลฯ  ซึ่งในขณะนี้ (สิงหาคม 2558)  บ้านเฟสแรกจำนวน 17 หลังที่จะก่อสร้างก่อน  ชาวบ้านกำลังช่วยกันรื้อถอน

“เราจะใช้วิธีการสร้างบ้านแบบน็อคก์ดาวน์ที่ไปดูมาจาก พอช.  ใช้วัสดุสำเร็จรูปจากโรงงานและบริษัทรับเหมา    มีทีมช่างชุมชนและเครือข่ายช่วยกันก่อสร้าง  ทำสัญญาก่อสร้างเฟสแรก 17 หลังกับบริษัทรับเหมาไปแล้วเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา  กำหนดแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 เดือน   รวมค่าก่อสร้างต่อหลังประมาณ 420,000 บาท  กะว่าภายในเดือนตุลาคม-พฤจิกายนนี้  เฟสแรกคงจะแล้วเสร็จ  ส่วนเฟสไหนที่มีความพร้อมก็จะทยอยเช่าที่ดินและก่อสร้างต่อไปเลย”  แกนนำชุมชนแจ้งวัฒนะฯ กล่าวถึงแผนงาน

สำหรับวงเงินสินเชื่อจาก พอช.นั้น  กิติชัยกล่าวว่า  กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาอนุมัติใหม่  จากเดิมที่เคยเสนอไปทั้งชุมชนประมาณ  16 ล้านบาท  เมื่อปรับแบบบ้านใหม่ชาวบ้านจะต้องใช้สินเชื่อจาก พอช.หลังละ 300,000 บาท  รวมเป็นเงินทั้งหมดประมาณ 27.9 ล้านบาท โดยชาวบ้านต้องผ่อนชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยประมาณหลังละ 2,000 บาทเศษ/เดือน  ระยะเวลาผ่อน  15 ปี  นอกจากนี้ยังมีเงินสนับสนุนสาธารณูปโภคหลังละ 35,000 บาท, อุดหนุนที่อยู่อาศัยหลังละ 20,000 บาท  และงบบริหารจัดการ 40,000 บาท 

นี่คือตัวอย่างการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5  แม้ว่าจะมีรายละเอียดที่ต่างไปจากชุมชนริมคลองทั่วไปบ้าง  เพราะเป็นการเช่าที่ดินในเชิงพาณิชย์  สามารถใช้บ้านทำการค้าขายได้ แต่เป้าหมายก็เพื่อมีที่อยู่อาศัยและมีอาชีพที่มั่นคงนั่นเอง

(ข้อมูล : สุวัฒน์ กิขุนทด)

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter