playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

001

สำนักงานเขตหลักสี่/ ตัวแทนชาวบ้านริมคลองเปรมประชากรและเครือข่ายคลองฯ กว่า 40 คน  นำเอกสารเข้าพบผู้บริหารเขตหลักสี่ชี้แจงโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลอง  หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาสั่งระงับการก่อสร้างตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา  ด้านผู้ช่วย ผอ.เขตหลักสี่รับปากสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน  แต่ขอให้ชาวบ้านนำหนังสือรับรองโครงการบ้านมั่นคงจาก พอช.มายืนยันว่าเป็นโครงการที่ทำตามนโยบายของรัฐบาล  ขณะที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเขตห้วยขวางเร่งสำรวจแนวคลองลาดพร้าวเพื่อหาข้อสรุปเสนอสำนักการระบายน้ำก่อนสร้างเขื่อน

เช้าวันนี้ (26 ตุลาคม 2558) ที่สำนักงานเขตหลักสี่  ตัวแทนชาวบ้านริมคลองเปรมประชากร ซึ่งประกอบด้วยชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5,  ชุมชนคนรักถิ่น, หลังแฟลต 191, หลังตลาดหลักสี่  ฯลฯ และเครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมและชุมชนคูคลอง  ประมาณ 40 คนได้เข้าพบผู้บริหารเขตหลักสี่  แต่ผู้อำนวยการเขตติดราชการ  ตัวแทนชาวบ้านจึงเข้าพบกับนายปกครอง  พลเมือง  ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหลักสี่  และหัวหน้าฝ่ายโยธาเขตหลักสี่ 

นายกิติชัย  เรืองมาลัย  ประธานชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 ตั้งอยู่ริมคลองเปรมประชากร  เขตหลักสี่  กรุงเทพฯ  กล่าวว่า สาเหตุที่ตัวแทนชาวบ้านชุมชนริมคลองเปรมฯ และเครือข่ายมาพบกับผู้บริหารของเขตหลักสี่ในวันนี้  ก็เนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา  มีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายโยธาเขตหลักสี่เข้ามาที่ชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 และชุมชนคนรักถิ่นที่อยู่ใกล้กัน  ซึ่งทั้ง 2 ชุมชนกำลังดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลอง  โดยชุมชนแจ้งวัฒนะฯ กำลังอยู่ในระหว่างการตอกเสาเข็มคอนกรีตเพื่อสร้างบ้านเฟสแรก 9 หลัง  และเจ้าหน้าที่ได้บอกให้ระงับการตอกเสาเข็มเอาไว้  โดยบอกว่าชาวบ้านไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างจากทางเขต  และให้ชาวบ้านนำหลักฐานต่างๆ มาชี้แจงต่อเขตในวันนี้ (26 ตุลาคม)

“วันนี้พวกเราจึงนำเอกสารและหลักฐานต่างๆ มาชี้แจงต่อผู้บริหารเขตหลักสี่  เช่น  หนังสือการเซ็น MOU.ระหว่างกรมธนารักษ์  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  และชาวบ้านชุมชนแจ้งวัฒนะซอย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24  มิถุนายน 2553 เพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคง  ส่วนที่เรากำลังสร้างอยู่นี้เป็นบ้านมั่นคงเฟสใหม่  ที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาล  พวกเราจึงยอมรื้อบ้านที่รุกล้ำริมคลองออกเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล  และสร้างบ้านมั่นคงขึ้นมาใหม่  แต่หากทางเขตจะให้ระงับการก่อสร้างก็จะทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน  เพราะรื้อย้ายบ้านกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว”  นายกิติชัยกล่าวและว่า  ชุมชนจะสร้างบ้านมั่นคงทั้งหมด 93 หลัง  โดยจะสร้างเฟสแรก 17 หลัง  ซึ่งขณะนี้ได้ตอกเสาเข็มไปแล้วประมาณ 10 ต้น  จากทั้งหมด  30 ต้น

นายปกครอง  พลเมือง  ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหลักสี่ชี้แจงว่า  ทางเขตหลักสี่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน  แต่เนื่องจากที่ผ่านมา  ทางสำนักการระบายน้ำของ กทม.ยังไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าขนาดความกว้างของคลองที่จะก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในคลองเปรมประชากรมีขนาดกี่เมตร  ทางเขตจึงกลัวว่าหากชาวบ้านก่อสร้างบ้านไปแล้วและไปทับกับแนวเขื่อนก็จะทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอีก  อย่างไรก็ตาม  เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้  จึงขอให้ทางชุมชนนำหนังสือรับรองจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนมายืนยันกับทางเขตว่าโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองเป็นการทำตามนโยบายของรัฐบาลหรือตามมติของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม  และมีการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อมารองรับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

นายประภาส  แสงประดับ  เครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมและชุมชนริมคลอง 9 สาย  กล่าวว่า  ทางชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 และชุมชนคนรักถิ่นจะนำหนังสือรับรองจากทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนมายื่นกับทางเขตหลักสี่ภายใน 1-2 วันนี้  เพื่อให้เขตฯ เห็นว่าโครงการบ้านมั่นคงที่ชาวบ้านทำสอดคล้องกับนโยบายการจัดการปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาล  และเพื่อให้การก่อสร้างบ้านดำเนินต่อไปได้  เนื่องจากชาวบ้านได้รื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลองนานกว่า 3 เดือนแล้ว  และต้องไปเช่าบ้านหรืออาศัยญาติพี่น้องอยู่  หากการก่อสร้างล่าช้าออกไปอีกก็จะทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนทั้งเรื่องค่าเช่าและความไม่สะดวกในการอยู่อาศัย

ดุสิธร  ทิวะกะลิน  ประธานชุมชนคนรักถิ่น   กล่าวว่า  ชุมชนได้จัดทำโครงการบ้านมั่นคง  และรื้อย้ายบ้านตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเพื่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน  7 หลัง  ซึ่งขณะนี้กำลังรอตอกเสาเข็มต่อจากชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 เพราะใช้ผู้รับเหมารายเดียวกัน  และหากได้รับหนังสือจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนแล้วก็จะรีบนำไปยื่นต่อทางเขตหลักสี่โดยเร็ว  เพื่อให้การก่อสร้างบ้านเดินหน้าต่อไปได้

“ถ้าเราสร้างบ้านเฟสแรกได้ก็จะทำให้ชาวบ้านเกิดความเชื่อมั่น เกิดพลังที่จะเดินหน้าบ้านมั่นคงต่อไป  ซึ่งที่ผ่านมา  ชาวบ้านก็ได้รื้อบ้านออกจากคลองแล้ว  โดยรื้อออกจากแนวคลองเกือบ 10  เมตร  ทำให้คลองมีความกว้างเกือบ 30 เมตร”  ประธานชุมชนคนรักถิ่นกล่าว

วันเดียวกันนี้  คณะทำงานระดับเขตเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว  เขตห้วยขวาง  ได้นำคณะเจ้าหน้าที่เขตห้วยขวาง  ตัวแทนสำนักการระบายน้ำ  กรมธนารักษ์  พอช.  คณะรักษาความสงบ (คสช.)ในพื้นที่  และตัวแทนชุมชน  ลงสำรวจแนวคลองลาดพร้าวช่วงชุมชนร่วมใจพิบูล 2 ซึ่งมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร  เพื่อนำข้อมูลความกว้างของคลองลาดพร้าวในแต่ละชุมชน  จำนวน 7 ชุมชน  นำเสนอต่อสำนักการระบายน้ำ กทม.ก่อนที่สำนักการระบายน้ำจะสรุปผลออกมาว่าความกว้างของแนวคลองที่จะก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมควรจะมีขนาดกี่เมตร  เนื่องจากแนวคลองแต่ละชุมชนมีความกว้างไม่เท่ากัน  โดยจะสำรวจให้แล้วเสร็จภายในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้

นายสำเนียง  บุญลือ  ประธานชุมชนร่วมใจพิบูล 2  กล่าวว่า  ชุมชนมีบ้านเรือนทั้งหมดจำนวน 245 หลัง  ซึ่งเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา  คณะทำงานระดับเขตได้จัดเวทีประชาคมเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในเขตห้วยขวางไปแล้วทั้ง  7 ชุมชน  ซึ่งชาวชุมชนเกือบทั้งหมดต้องการอยู่อาศัยในที่ดินเดิมและพร้อมจะเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง  และจากการวัดแนวคลองในชุมชนร่วมใจพิบูล 2  วันนี้พบว่ามีความกว้างมากที่สุดประมาณ 40 เมตรเศษ  และแคบที่สุดประมาณ 30 เมตรเศษ

“ทางชุมชนได้เสนอข้อมูลและความต้องการไปว่า  สำนักการระบายน้ำควรจะสร้างเขื่อนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของแต่ละชุมชน  ไม่ใช่กำหนดความกว้างทั้งหมดที่ 38 เมตร  เพราะในคลองแสนแสบปัจจุบันก็มีความกว้างประมาณ 20 กว่าเมตร  ก็ยังระบายน้ำได้ดี  ซึ่งหากจะเอาความกว้างเท่ากันหมด  หลายๆ ชุมชนก็จะอยู่ในที่เดิมไม่ได้  เพราะทั้งชุมชนทั้งคลองรวมกันบางแห่งยังกว้างไม่ถึง 38 เมตรเลย”  นายสำเนียงกล่าว

002003

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter