playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ชุมชนริมคลองบางบัว/ ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองสร้างบ้านมั่นคงและเขื่อนป้องกันน้ำท่วม  ยืนยันกองทัพพร้อมช่วยสนับสนุนโครงการและสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน   แนะให้ กทม.ปักธงแสดงแนวเขื่อนเพื่อให้ชาวบ้านรู้เพื่อเตรียมรื้อบ้าน   ขณะที่บริษัทรับเหมาเตรียมลงนามสัญญาจ้างและเริ่มสร้างเขื่อนภายในเดือนมกราคมนี้  ด้านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนสนับสนุนให้ชาวบ้านสร้างบ้านใหม่ภายในเดือนเมษายน  ตั้งเป้าปี 2559  จำนวน 26 ชุมชน  3,810  หลัง  ใช้งบ 1,400  ล้านบาท 

 

 

3.JPG
                วันนี้ (8 มกราคม 2558พลเอกธีรชัย  นาควานิช  ผู้บัญชาการทหารบกและเสนาธิการ คสช.พร้อมด้วยคณะ         ได้เดินทางมาที่ชุมชนริมคลองบางบัว  เขตบางเขน  เพื่อเยี่ยมชุมชนริมคลองและติดตามความคืบหน้าของนโยบายการจัดการสิ่งรุกล้ำลำน้ำสาธารณะของรัฐบาล  เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ  ทั้งนี้การดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวจะต้องมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลอง  และจะมีการสร้างเขื่อนเพื่อระบายน้ำ  โดยมีตัวแทนจาก กทม.และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) รายงานความคืบหน้าของโครงการ

                พลเอกธีรชัยกล่าวว่า  กองทัพบกได้ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล  เพื่อจะดูว่าโครงการจะดำเนินไปได้จริงหรือไม่  หรือมีอุปสรรคตรงไหน  กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะสร้างบ้านได้หรือไม่  และ กทม.จะสร้างเขื่อนได้ไหม  ถ้าชาวบ้านยังไม่เข้าใจก็จะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน   ส่วนทหารและตำรวจก็จะลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการทำงานของพลเรือน  รวมทั้งจะช่วยประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านด้วย  หรือหากชาวบ้านมีความเดือดร้อนทหารก็จะต้องเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา

                “โครงการนี้จะทำให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น   โดยคนที่อยู่ริมคลองก็จะต้องขยับขึ้นไปอยู่บนฝั่ง  โดยมีการพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัย  พื้นที่ส่วนไหนสามารถดำเนินการได้ก่อนก็ให้เริ่มดำเนินการ  พื้นที่ที่ยังมีปัญหาก็จะดำเนินการทีหลัง  ส่วนการที่ประชาชนมาขอความช่วยเหลือให้ทหารช่วยรื้อย้ายบ้านนั้น  ทหารก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ  ส่วนเรื่องการสร้างบ้านก็จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคม  นอกจากนี้ กทม.ก็จะต้องนำธงมาปักเป็นแนวเขตเพื่อให้ชาวบ้านรู้แนวเขื่อนที่ชัดเจน  หากพื้นที่ใดอยู่ในแนวเขื่อนชาวบ้านก็จะได้เตรียมรื้อย้ายบ้าน   และหากรื้อบ้านแล้วก็สามารถสร้างเขื่อนและบ้านได้เลย”  ผบ.ทบ.กล่าว

               _DSC0335_resize.JPG

 

ผบ.ทบ.ยังกล่าวด้วยว่า    หากการดำเนินโครงการติดขัดตรงไหน  เช่น  การขอน้ำประปา  ไฟฟ้า  เพื่อก่อสร้างบ้านใหม่หากมีความล่าช้า  หรือเกี่ยวพันกับหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจหรือของราชการก็ขอให้บอกมา  ทางกองทัพก็จะช่วยเร่งรัดหรือช่วยแก้ไขปัญหาเพื่อให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  เพราะรัฐบาลต้องเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก

            นายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช. กล่าวว่า  พอช.ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้จัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองตามโครงการบ้านมั่นคง  เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาล  ระยะเวลา 3 ปี  (พ.ศ.2559-2561)  มีเป้าหมาย  74 ชุมชน  11,004  ครัวเรือน   มีผู้รับผลประโยชน์ 64,869  คน  ใช้งบประมาณรวม  4,061  ล้านบาทเศษ   โดยในปี 2559  จะเริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากรก่อน  จำนวน  26  ชุมชน  รวม  3,810 ครัวเรือน  ใช้งบ  1,401  ล้านบาทเศษ 

                “ขณะนี้มีชุมชนที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว  เช่น  ชุมชนบางบัวเชิงสะพานไม้ 1 เขตหลักสี่  กำลังก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน  28  หลัง  ส่วนชุมชนอื่นๆ คาดว่าจะเริ่มรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านได้ภายในเดือนเมษายนนี้  ทั้งนี้ พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณในการสร้างสาธารณูประโภคครัวเรือนละ 50,000 บาท  ให้สินเชื่อสร้างบ้านครัวเรือนละไม่เกิน 300,000 บาท  ระยะเวลา 15 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี  รวมทั้งจะสนับสนุนการจัดหาที่อยู่อาศัยชั่วคราวระหว่างการก่อสร้างบ้านใหม่  โดยใช้ที่ดินของหน่วยงานรัฐหรือที่ดินของทหารเป็นต้น”   ผอ.พอช.กล่าว

                ขณะที่กลุ่มชาวชุมชนริมคลองในนามของเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลองได้ยื่นหนังสือต่อผบ.ทบ.เพื่อขอให้ทางกองทัพบกช่วยประสานงานเพื่อให้การก่อสร้างบ้านใหม่ดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว  เนื่องจากที่ผ่านมาติดขัดปัญหาความล่าช้า  เช่น  ขอให้ทางสำนักงานเขตลดขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้างบ้าน  ให้การไฟฟ้า  การประปา  ช่วยรื้อถอนสิ่งที่เป็นอุปสรรคและก่อสร้างให้ใหม่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  ให้กรมธนารักษ์เร่งเรื่องการให้ชาวบ้านเช่าที่ดินสร้างบ้านื  ช่วยคลี่คลายปัญหากลุ่มที่คัดค้านหรือมีผลประโยชน์ในชุมชน  ฯลฯ

                สำหรับการบริหารจัดการโครงการดังกล่าวนั้น  พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้ง  “คณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ” เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2558  โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธาน มี รมว.มหาดไทย, รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ, ผู้ว่าฯ กทม.เป็นรองประธาน ฯลฯ  มีผู้บัญชาการทั้ง 4 เหล่าทัพ  รวมทั้งปลัดกระทรวงต่างๆ ร่วมเป็นคณะกรรมการ  มีอำนาจหน้าที่กำหนดกรอบแนวทาง  มาตรการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดที่รุกล้ำลำคลอง

                โครงการดังกล่าวในช่วงแรก (พ.ศ.2559-2561) ประกอบด้วยการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีต ค.ส.ล.และประตูระบายน้ำในคลองลาดพร้าว (คลองบางบัว-คลองถนน-คลองสอง) คลองบางซื่อ และคลองเปรมประชากร จากอุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม 9 - รามคำแหงไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม เพื่อระบายน้ำลงสู่แนวคลองด้านตะวันออก และลงสู่ทะเลต่อไป   โดยมีรูปแบบเป็นเขื่อนคอนกรีต  ความยาวเขื่อนทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร และประตูระบายน้ำ 1 แห่ง ระยะเวลาก่อสร้าง 1,260 วัน งบประมาณจำนวน 2,426 ล้านบาท  ซึ่งบริษัท ริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด  ประมูลงานได้ในวงเงิน 1,645  ล้านบาท  และจะมีการลงนามในสัญญาจ้างในวันที่ 14 มกราคมนี้  

                ส่วนหน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างเขื่อนคือ กองระบบคลอง  สำนักการระบายน้ำ  กรุงเทพมหานคร    และคาดว่าบริษัทรับเหมาจะเริ่มลงมือก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่ที่มีความพร้อมก่อน  เช่น  ชุมชนเชิงสะพานไม้ 2 เขตหลักสี่  เนื่องจากชาวบ้านได้เริ่มรื้อย้ายบ้านเรือนและเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่แล้ว  ภายในเดือนมกราคม 2559 นี้

 

4_resize.JPG_DSC0332_resize.JPG

 

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter