playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
19 2 1

 

          พอช. : วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 คณะอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ประชุมครั้งที่ 1/2559 เพื่อวางแนวทางการดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองร่วมกัน พร้อมทั้งเสนอแผนงานและงบประมาณการบริหารภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) และกลไก ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ พร้อมปรับแผนการดำเนินงานจาก 3 ปี เป็น 1 ปี 6 เดือน สนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

          นายพลากร  วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และประธานในที่ประชุม ชี้แจงว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ในครั้งแรกนี้ ถือเป็นการทำงานผสานการทำงานร่วมกันจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และวงประชุมดังกล่าวจะนำมาสู่การวางแนวทาง รวมถึงการปรับแผนงานและงบประมาณการดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองร่วมกันต่อไป
          ด้านนายสยาม  นนท์คำจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) กล่าวว่า จากข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2559 ให้มีการปรับแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2559-2561) สำหรับรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนคอนกรีต ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี 6 เดือน ซึ่งจะต้องดำเนินงานถึงเดือน ก.ค. 2560 มีเป้าหมายดำเนินการใน 74 ชุมชน 11,004 ครัวเรือน โดยพัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าวในปี 2559 ใน 24 ชุมชน จำนวน 3,820 ครัวเรือน และปี 2560 จำนวน 17 ชุมชน 2,796 ครัวเรือน และคลองเปรมประชากรในปี 2560 จำนวน 33 ชุมชน 4,398 ครัวเรือน

          พล.ต.ชนาธิป บุนนาค เสานาธิการประจำผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า โครงการดังกล่าว ถือว่าเป็นโครงการที่ดำเนินการได้รวดเร็ว และเห็นผลชัดเจน และเกิดการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองบัญชาการทหารบก เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่พร้อมจะหนุนเสริมและสนับสนุนให้โครงการดังนี้บรรลุผลสำเร็จ และถือเป็นเรื่องธรรมดาที่โครงการจะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และแผนงานที่ปรับเปลี่ยนไปนั้นก็ต้องมองทั้งระบบ เช่น การขอกำลังเสริมจากทหารช่าง เพื่อให้สอดรับกับระยะเวลาที่กระชับขึ้น และสอดคล้องกับนโยบายของ คสช. ซึ่งสิ่งที่จะต้องทำคือทำให้เร็ว และถูกต้องเช่นกัน

19 2 4          ทั้งนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ครั้งที่ 1/2559 มีมติในการพิจารณา ใน 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1แผนงานและงบประมาณการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) อนุมัติตามกรอบที่นำเสนอ เพื่อให้การบริหารจัดการของ ศปก.ทชค. สามารถดำเนินงานตามแผนงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ปัญหาการบุกรุกคูคลอง และพัฒนาชุมชนริมคลองในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล บรรลุตามแผนงานเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงมีมติอนุมัติงบประมาณพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง จากงบประมาณสนับสนุนและงบช่วยเหลือของ พอช. จำนวน 37,834,000 บาท และงบประมาณโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ปี 2559 จากกรอบวงเงิน 40 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณด้านการพัฒนา คงเหลือ จำนวน 5,928,188 บาท ให้ใช้ในวงเงิน 2,000,000 บาท

          ส่วนที่ 2 ขั้นตอนการพัฒนาโครงการและงบประมาณ นั้นให้มีกระบวนการและขั้นตอนโดยให้ขบวนองค์กรชุมชน เป็นผู้จัดทำโครงการ แลบะมีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กลั่นกรองและให้ความเห็นหรือเสนอแนะโครงการ โดยเครือข่ายคลองระดับเขตในแต่ละเขต พร้อมทั้งให้เครือข่ายคลองอื่นๆ เข้าร่วมเรียนรู้ในกระบวนดังกล่าวด้วย แล้วจึงเสนอต่ออนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อให้ความเห็น/เสนอแนะโครงการ แล้วนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการสินเชื่อต่อไป

          ส่วนที่ 3 ระเบียบการจ่ายงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ให้เป็นไปตามระเบียบสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง พ.ศ. 2559 ซึ่งการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง 5 ประเภท คือ (1) งบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ครัวเรือนละ 50,000 บาท (2) งบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย ครัวเรือนละ 25,000 บาท เพื่อใช้ในการซ่อมแซมปรับปรุงบ้าน สมทบในการปลูกสร้างบ้าน ซื้อที่ดิน เพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบ (3) งบช่วยเหลือแบ่งเบาภาระผู้ได้รับผลกระทบ ครัวเรือนละ 72,000 บาท (4) งบบริหารจัดการ เป็นงบสนับสนุนการทำงานในชุมชนและภาคี หรือหน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุนชุมชน ในวงเงินขั้นต่ำ 50,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และ (5) งบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ครัวเรือนละไม่เกิน 330,000 บาท เพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเดิม และหรือจัดซื้อที่ดินใหม่ในนามสหกรณ์เคหะสถาน ต่อไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter