playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

01


คลองลาดพร้าว / ผบ.พล 1  ตรวจความคืบหน้า “บ้านประชารัฐริมคลอง”  และการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม  3 ชุมชน  วังหิน-บางบัวร่วมใจพัฒนา-ศาลเจ้าพ่อสมบุญ  พร้อมเป็นกาวใจประสานกลุ่มที่มีความเห็นต่างพบปะสร้างความเข้าใจ  เสนอให้ใช้ “ชุมชนก้าวหน้า” เป็นโมเดลในการจัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุมชนที่ยังเห็นไม่ตรงกัน  โดยให้แต่ละฝ่ายจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นมาบริหารจัดการเอง

วันนี้ (1 มิถุนายน 2559)  พลตรีณรงค์พันธ์  จิตต์แก้วแท้  ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล 1 รอ.)  ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการทหารบกได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมชุมชนริมคลองลาดพร้าวที่กำลังรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ  และก่อสร้างบ้านใหม่  โดยมีนายสยาม  นนท์คำจันทร์  ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) และตัวแทนชาวบ้านชุมชนต่างๆ ให้การต้อนรับ  ทั้งนี้ ผบ.พล 1 รอ.ได้เดินทางมาที่ชุมชนวังหิน  เขตจตุจักร,  ชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา (สะพานไม้ 2)  เขตหลักสี่, ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ   เขตสายไหม  หลังจากนั้นจึงได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมความคืบหน้าในการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตฯ ที่บริเวณริมคลองลาดพร้าว  ใกล้คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา  เขตวังทองหลาง

นายฐิติพล  น้อยจาด   ประธานชุมชนวังหิน  กล่าวว่า  ชุมชนวังหินมีทั้งหมด  82  หลังคาเรือน  เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงริมคลองหรือ “บ้านประชารัฐ” จำนวน  62  หลัง  ได้รับสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์ไปแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา  โดยในวันนี้ชุมชนได้เริ่มรื้อถอนบ้านเรือนหลังแรกออกจากแนวคลอง  และหลังจากนั้นจะทยอยรื้ออีก 10 หลัง  เพื่อก่อสร้างบ้านเฟสแรก  เป็นบ้านแถว  2 ชั้น  ขนาด 4 X 7  ตารางเมตร  ซึ่งตามแผนงานจะเริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 10 หลังภายในเดือนกรกฎาคมนี้  และจะแล้วเสร็จภายใน 4 เดือน   หรือประมาณเดือนตุลาคม 2559  หลังจากนั้นจะทยอยสร้างบ้านในเฟสต่อไปให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2560 

ชุมชนวังหินเสนอใช้สินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เพื่อก่อสร้างบ้านระยะแรกจำนวน 28 หลัง   รวมเงิน  6 ล้านบาทเศษ  ราคาค่าก่อสร้างบ้านหลังละ  258,000  บาทเศษ  และได้เสนอของบสนับสนุนด้านสาธารณูปโภคจาก พอช.ทั้งหมดประมาณ 6 ล้านบาทเศษ  โดยชุมชนมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 3 ไร่เศษ  ตั้งอยู่ริมคลองวังหินหรือคลองลาดพร้าว  เขตจตุจักร

03ขณะที่ความคืบหน้าในการก่อสร้างบ้านประชารัฐริมคลอง  “ชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา” หรือชุมชนสะพานไม้ 2  เขตหลักสี่  จำนวนบ้านเรือนทั้งหมด  206  หลัง  เข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐฯ จำนวน 181  หลัง  ขณะนี้การก่อสร้างบ้านเฟสแรก  24 หลังแล้วเสร็จและมีชาวบ้านเข้าไปอาศัยอยู่แล้ว   ส่วนการก่อสร้างบ้านเฟสที่ 2 จำนวน  58 หลัง  ได้รื้อถอนบ้านเรือนออกแล้ว  33  หลัง  ขณะนี้เริ่มตอกเสาเข็มไปแล้วบางส่วน  คาดว่าการก่อสร้างเฟสที่ 2 จะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้  และจะทยอยสร้างบ้านให้เสร็จทั้งหมด  181 หลังภายในปี 2560

นายอวยชัย   สุขประเสริฐ  ประธานชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ  กล่าวว่า  การก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 4 หลังคืบหน้าไปแล้วประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์  คาดว่าภายในเดือนมิถุนายนนี้การก่อบ้านเฟสแรกจะแล้วเสร็จ  หลังจากนั้นจะทยอยสร้างบ้านอีก 60 หลัง  ซึ่งหากเป็นไปตามแผนงานการก่อสร้างบ้านใหม่ทั้งชุมชนจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญมีบ้านที่จะก่อสร้างใหม่รวมทั้งหมด  64  หลังคาเรือน  เป็นชุมชนนำร่องในการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนในคลองลาดพร้าว  โดยชุมชนมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ  3 ไร่ 245 ตารางวา  ได้รับสัญญาเช่าระยะเวลา 30 ปีจากกรมธนารักษ์  ในอัตราตารางวาละ 1.50 บาท/เดือน  เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559   ต่อมาในวันที่ 20 มีนาคม  ชาวชุมชนจึงเริ่มทยอยรื้อบ้านออกจากแนวเขื่อน  โดยมีช่างชุมชนซึ่งเป็นอาสาสมัครจากชาวบ้านในชุมชนต่างๆ มาช่วยกันรื้อบ้าน  และเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่หลังจากพิธียกเสาเอกในวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา   โดยมีพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรีเดินทางมาเป็นประธานในพิธี

                สำหรับแบบบ้านจะมีทั้งหมด 3 แบบ  คือ  บ้านชั้นเดียว  ขนาด  4 X 6 ตารางเมตร,  บ้าน 2 ชั้น  ขนาด 4 X 6 ตารางเมตร  และบ้าน 2 ชั้น  ขนาด 6 X 6 ตารางเมตร  ราคาก่อสร้างประมาณ 186,910-369,142 บาทต่อหลัง  ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านครอบครัวละ 600-800 บาทต่อเดือน  ส่วนที่เหลือจะใช้สินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช.  ผ่อนส่งประมาณ 1,287-2,537 บาทต่อเดือน  ระยะเวลาผ่อนส่ง 15 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี  ทั้งนี้การก่อสร้างบ้านใหม่ทั้ง 64 หลังจะใช้การว่าจ้างบริษัทรับเหมาเอกชน  รวมทั้งมีช่างชุมชนริมคลองมาร่วมก่อสร้างบ้านด้วย

นายสยาม  นนท์คำจันทร์  ผอ.ศปก.ทชค.กล่าวว่า  ในวันนี้พลตรีณรงค์พันธ์  จิตต์แก้วแท้  ผบ.พล.1 รอ.ได้ลงมาตรวจเยี่ยมชุมชนและติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านประชารัฐริมคลองและความคืบหน้าในการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำท่วม  นอกจากนี้ ผบ.พล 1 รอ.ยังได้สอบถามถึงอุปสรรคและปัญหาต่างๆ  และได้ทราบว่ายังมีกลุ่มผู้ที่เห็นต่างนำใบปลิวมาติดประกาศในชุมชนต่างๆ  ทำให้ชาวชุมชนเกิดความสับสน   ไม่เข้าใจนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจัดระเบียบชุมชนริมคลองเพื่อให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  ได้รับสัญญาเช่าที่ดินอย่างถูกต้องระยะยาว  ขณะเดียวกันการรื้อบ้านออกจากคลองเพื่อสร้างเขื่อนฯ ก็จะช่วยป้องกันน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ ได้ด้วย

“ดังนั้นในวันนี้ ผบ.พล. 1 รอ. จึงได้ให้นายทหารในพื้นที่ประสานกับทางนายศรีสุวรรณ  จรรยา   แกนนำของกลุ่มที่เห็นต่างให้มาพบปะพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจกัน  ซึ่งการพูดคุยกันในวันนี้ก็เป็นไปด้วยดี  ไม่ได้มีความเห็นขัดแย้งกัน  เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คัดค้านโครงการบ้านมั่นคง  และพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการ  แต่ยังติดขัดเรื่องแนวความกว้างของคลองหรือแนวเขื่อนว่าจะกว้างกี่เมตร  เพื่อให้ชุมชนสามารถรื้อบ้านออกจากแนวคลอง  แล้วสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมได้” นายสยามกล่าว

ผอ.ศปก.ทชค.ยังกล่าวอีกว่า  ในกรณีที่ชุมชนบางแห่งยังมีความขัดแย้งกันหรือมีแนวความเห็นไม่ตรงกัน  แบ่งออกเป็นฝักฝ่าย  เช่น  ฝ่ายหนึ่งต้องการเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงกับ พอช.  แต่อีกฝ่ายต้องการจัดตั้งกลุ่มหรือสหกรณ์ฯ ขึ้นมาเพื่อขอสินเชื่อสร้างบ้านและบริหารจัดการเองนั้นก็มีความเป็นไปได้   และ พอช.พร้อมที่จะให้การสนับสนุนทั้ง 2 ฝ่าย  ซึ่งตนและนายศรีสุวรรณเห็นตรงกันว่าควรจะมีการจัดทำโมเดลชุมชนในลักษณะนี้ขึ้นมา  ขณะที่ตัวแทนฝ่ายทหาร  และผู้อำนวยการเขตหลักสี่ที่เข้าร่วมเจรจาด้วยก็เห็นตรงกัน  และเสนอว่าควรจะใช้ชุมชนก้าวหน้า  เขตบางเขน  เป็นชุมชนนำร่อง 

“ทุกฝ่ายเห็นด้วยในหลักการแล้ว  ซึ่งต่อไปก็จะต้องไปคุยในรายละเอียดกับทางชุมชนว่าชาวบ้านเห็นมีความคิดเห็นอย่างไร  จะใช้รูปแบบ  หรือวิธีการใดในการบริหารจัดการ  หรือหากชุมชนใดยังมีความขัดแย้งกันอยู่   เช่น  มีการกล่าวหากันเรื่องการสวมสิทธิ์บ้าน  ก็จะใช้วิธีการแต่งตั้งตัวแทนทั้ง 2 ฝ่ายมาพิสูจน์สิทธิ์ร่วมกัน   เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชุมชน  และพัฒนาชุมชนร่วมกันต่อไป”   ผอ.ศปก.ทชค.กล่าวในตอนท้าย

ชุมชนก้าวหน้ามีบ้านเรือนประมาณ 296 หลัง  เริ่มมีการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงริมคลองตั้งแต่ปี 2552  ก่อนที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์   จันทร์โอชาจะมีนโยบายในการจัดระเบียบชุมชนริมคลอง  ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันในชุมชนยังมีความเห็นแตกต่างกัน  โดยส่วนหนึ่งพร้อมที่จะเข้าร่วมกับโครงการบ้านมั่นคงหรือประชารัฐฯ กับ พอช.  ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเตรียมที่จะจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานของตนเองขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการเอง  โดยเริ่มมีการรวมกลุ่มจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นมาแล้ว  และจะนำเงินออมทรัพย์ไปฝากกับธนาคารออมสินเพื่อเป็นหลักทรัพย์ในการขอใช้สินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่  อย่างไรก็ตาม  ยังไม่มีข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่ายว่าแต่ละกลุ่มมีสมาชิกมากน้อยเพียงใด

 

สุวัฒน์ กิขุนทด รายงาน

 

 

02

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter