ปลัด พม.ร่วมงาน “เปิดพื้นที่สร้างบ้านใหม่” ที่ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม เดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองลาดพร้าว ตั้งเป้าสิ้นปีนี้จะสร้างบ้านได้ 3,672 ครัวเรือน
playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
10 1
ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม/  ปลัดกระทรวง พม.ร่วมงาน “เปิดพื้นที่สร้างบ้านใหม่  สร้างขวัญกำลังใจให้กับชุมชนริมคลอง”  ที่ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม   ประเดิมรื้อบ้านเฟสแรก 7 หลัง  เพื่อเปิดพื้นที่ตอกเสาเข็มสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม  หลังจากนั้นจะเริ่มสร้างบ้าน 17 หลังแรก  โดย พอช.สนับสนุนงบเบื้องต้นรวม 13 ล้านบาทเศษและจะทยอยสร้างทั้งชุมชนรวม  123  ครัวเรือน  ตั้งเป้าหมายภายในสิ้นปี 2560  จะสร้างบ้านในชุมชนริมคลองลาดพร้าว  33  ชุมชน  รวม  3,672 ครัวเรือน

เมื่อวันที่  9 มกราคม   เวลา 16.30 น. ที่ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม  เขตจตุจักร  มีการจัดงาน “เปิดพื้นที่สร้างบ้านใหม่  สร้างขวัญกำลังใจให้กับชุมชนริมคลอง”  โดยมีนายไมตรี  อินทุสุต  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานในการเปิดงาน  มีตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม  เช่น นายสมชาติ ภาระสุวรรณ  รองผู้อำนวยการ  รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  นายเทวฤทธิ์  ทรงนวรัตน์  ผู้อำนวยการเขตจตุจักร   ผู้แทนกรมทหารราบที่ 11  รักษาพระองค์  ผู้แทนสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน  ฯลฯ  และตัวแทนชาวชุมชนริมคลองต่างๆ เข้าร่วมงานประมาณ 100 คน 

ภายในงานมีการจัดแสดงป้ายนิทรรศการการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม  ซึ่งมีบ้านเรือนทั้งหมด 123 ครัวเรือน   ประชากรทั้งหมด  470  คน  ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างและค้าขายเล็กๆ น้อยๆ  โดยชาวบ้านได้เริ่มตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการพัฒนาที่อยู่อาศัยตั้งแต่เดือนเมษายน 2559  เป็นต้นมา  สำหรับงานในวันนี้มีการรื้อบ้านหลังแรกเพื่อเปิดพื้นที่ในการสร้างเขื่อนระบายน้ำ  หลังจากนั้นจึงจะสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 17 หลัง   โดยปลัดกระทรวง พม.ได้เป็นตัวแทนมอบงบประมาณสนับสนุนเบื้องต้นจาก พอช.จำนวน 13.3 ล้านบาท  ให้แก่ชาวชุมชนเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดินแปลงที่ 1  รวมทั้งหมด 40 ครัวเรือน 


นายกิตติ  หนองพล  หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) พื้นที่ 4  เขตจตุจักร  กล่าวว่า  ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม  ตั้งอยู่ริมคลองลาดพร้าว  มีพื้นที่ประมาณ  4 ไร่เศษ  มีบ้านเรือนทั้งหมด 123 ครัวเรือน  แบ่งการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็น 2  แปลง (พื้นที่ติดต่อกันยาวตามแนวคลอง)  คือ  แปลงที่ 1  เช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์ในนาม “สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนพหลโยธิน 32 จำกัด”  รวม  40  ครัวเรือน  แปลงที่ 2  เช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์ในนาม “สหกรณ์เคหสถานเพื่อที่อยู่อาศัยเครือข่ายคลองบางเขน  จำกัด”  รวม 83  ครัวเรือน  อัตราค่าเช่าทั้งสองแปลง  ราคาตารางวาละ 1.75 บาท  ระยะเวลาในการเช่า 30 ปี



ส่วนการดำเนินงานในวันนี้เป็นการรื้อย้ายเพื่อสร้างบ้านใหม่ในที่ดินแปลงที่ 1   รวม 40 หลังคาเรือน  ได้รับอนุมัติงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. รวม 13.3 ล้านบาท  แยกเป็น  สาธารณูปโภค  รวม 13.6  ล้านบาท  งบอุดหนุน  รวม  900,000 บาท   งบช่วยเหลือ  รวม 2.5 ล้านบาท  และสินเชื่อ  รวม  8.4 ล้านบาท  โดยในวันนี้มีการรื้อบ้านเฟสแรกจำนวน 1 หลัง  จากทั้งหมด  7 หลัง  เมื่อรื้อแล้วจะสามารถสร้างบ้านได้จำนวน 17 หลัง  ขนาดบ้าน  2 ชั้น  เนื้อที่  4x7 ตารางเมตร  รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 56 ตารางเมตร   ส่วนที่เหลือจะทยอยรื้อย้ายและสร้างบ้านต่อไป



“หลังจากรื้อบ้านออกจากพื้นที่ริมคลองแล้ว  จะต้องรอให้บริษัทรับเหมาสร้างเขื่อนเข้ามาตอกเสาเข็มเพื่อสร้างเขื่อนก่อน  ก่อนที่จะเริ่มสร้างบ้าน  เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านที่จะสร้างใหม่ได้รับผลกระทบจากการตอกเสาเข็ม   ซึ่งหลังจากที่รื้อบ้านแล้ว  บริษัทรับเหมาก็จะเข้ามาตอกเสาเข็มทันที  และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างบ้านได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้”  นายกิตติกล่าวและบอกว่า  การพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดินแปลงที่ 2  รวม 83  ครัวเรือนนั้น  ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการจัดทำโครงการเพื่อเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.   ซึ่งเมื่อได้รับอนุมัติแล้วก็จะเริ่มรื้อย้ายบ้านเฟสแรกได้ทันที



นางสุชาดา  นวรัตนาภรณ์   ตัวแทนชาวชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม  กล่าวว่า  ชาวชุมชนมีความพร้อมที่จะทำตามนโยบายของรัฐบาล  เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น  จากเดิมที่สภาพบ้านเรือนมีความแออัดหนาแน่น  ไม่น่าอยู่   มีขยะในคลอง   น้ำเน่าเสีย  ชาวบ้านก็จะร่วมกันรื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลอง  เพื่อสร้างบ้านใหม่ให้มั่นคง  อยู่อาศัยในที่ดินที่เช่าอย่างถูกกฎหมาย  และจะช่วยกันสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น  และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาให้การสนับสนุนและช่วยเหลือชาวบ้านเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นต่อไป



10 3นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ   รักษาการตำแหน่ง ผอ.พอช.  กล่าวว่า  การจัดงานในวันนี้เพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือกับ หน่วยงาน  และภาคีพัฒนาที่เกี่ยวข้อง  ในการรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ กทม.  นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและสร้างขวัญกำลังใจให้กับชุมชนและประชาชนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  รวมทั้งยังเป็นการจัดเตรียมพื้นที่ในการก่อสร้างที่พักอาศัยของชุมชนหลัง วค.จันทรเกษม  โดย พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ จะร่วมกันสนับสนุนเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อให้ชาวบ้านมีบ้านเรือนที่มั่นคง  และจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนให้ดีขึ้นต่อไป

10 4นายไมตรี  อินทุสุต  ปลัดกระทรวง พม.  กล่าวว่า  โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเป็นนโยบายจัดระเบียบสังคมของรัฐบาลชุดนี้  เช่นเดียวกันกับการจัดระเบียบต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด  การค้ามนุษย์  แรงงานเถื่อน  รวมทั้งเรื่องรถตู้  ฯลฯ  เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาหมักหมมในระยะยาว  ซึ่งการจัดระเบียบชุมชนริมคูคลอง  โดยการรื้อบ้านออกจากแนวคลอง  เพื่อสร้างเขื่อนระบายน้ำและสร้างบ้านใหม่นี้  จะทำให้ชุมชนมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น  มีความสะอาด  มีความสะดวกสบายในการเดินทาง  และมีสาธารณูปโภคที่ครบถ้วน

“ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษมทั้ง 123 ครัวเรือนนี้  หากพัฒนาที่อยู่อาศัยได้สำเร็จทั้งหมดก็จะทำให้ชุมชนมีสภาพดีขึ้น  ภายในเวลา 4 เดือนเมื่อก่อสร้างบ้านเสร็จ  พี่น้องก็จะมีบ้านหลังใหม่  มีสีสันสวยงามเหมือนกับชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญที่ทำไปแล้ว  เป็นการสร้างอนาคตให้ลูกหลานได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  มีสภาพแวดล้อมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี  แต่ถ้าใครยังไม่เข้าร่วมโครงการก็จะตกขบวนการพัฒนาไป  ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย”  นายไมตรีกล่าว

10 5

10 6

นอกจากนี้ปลัดกระทรวง พม.ยังกล่าวว่า  การพัฒนาที่อยู่อาศัยในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ  ขณะนี้ดำเนินการไปหลายชุมชนแล้ว  เช่น  ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ  สะพานไม้ 2  ฯลฯ  โดยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน  ไม่ใช่เพียงหน่วยงานใด  หน่วยงานเดียว  และจะต้องทำทั้งหมดประมาณ  7,000 ครัวเรือน  ทั้งนี้กระทรวง พม. และ พอช.ตั้งเป้าหมายว่าจะพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ  รวม 33  ชุมชน  ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2560 จำนวน  2,025 ครัวเรือน  และจะเพิ่มเป็น  3,672  ครัวเรือนภายในสิ้นปีเดียวกัน

                                                                                ******************





 
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter