พิมพ์
งานสื่อสารองค์กร พอช.
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2023
Nakhon_Chai_Si1_resize.jpg


จ.นครปฐม/ เมื่อวันที่  24 มกราคม  2560 ที่บ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี (ท่าตำหนัก)  อ.นครชัยศรี  จ.นครปฐม  มีการบันทึกเทปรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” โดยมี ดร.ธัชพล  กาญจนกูล ผู้ว่าการ  การเคหะแห่งชาติ  นายจิรศักดิ์  พูลสง  ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  และนางสาวสุชาดา  จิตประสพเนตร  ประธานกลุ่มออมทรัพย์ราชผาทับทิมร่วมใจ  ร่วมบันทึกเทปครั้งนี้  โดยมีนางสาวปัฐมาภรณ์  หาญชาญชัย    เป็นผู้ดำเนินรายการ   มีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดหาที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับชาวชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งเจ้าพระยา  คาดว่าจะนำออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้  ในช่วงเวลาหลัง 18.00 น.

 

Nakhon_Chai_Si2_resize.JPG

นายจิรศักดิ์  พูลสง  ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยา กล่าวว่า  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้จัดทำแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยา  จำนวน  12  ชุมชน  รวม 309  ครัวเรือน   โดยมีแนวทางการดำเนินงาน 4 แนวทาง  คือ  1.ย้ายเข้าไปอยู่แฟลต ขส.ทบ.ใกล้รัฐสภาแห่งใหม่  ดำเนินการไปแล้ว  รวม 64   ครัวเรือน  โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซมและเงินช่วยเหลือบางส่วน  โดยผู้ที่เข้าอยู่อาศัยต้องจ่ายค่าเช่าผ่านสหกรณ์เคหสถานให้แก่กรมธนารักษ์ห้องละ 1,001  บาทต่อเดือน  ระยะเวลาเช่า 30 ปี

2.จัดหาที่ดินเพื่อสร้างชุมชนใหม่  โดยชาวชุมชนได้ไปดูที่ดินหลายแปลง  และได้ข้อตกลงว่าจะจัดซื้อที่ดินบริเวณ อบต.บางใหญ่  ตำบลบางใหญ่  จ.นนทบุรี  เนื้อที่ประมาณ  2  ไร่  2 งาน  ราคา 12   ล้านบาทเศษ  สามารถรองรับชาวบ้านได้ 67   ครัวเรือน  ขณะนี้มีชาวบ้านแจ้งความประสงค์ที่จะเข้าอยู่ 58 ครัวเรือน   โดย พอช.พร้อมจะให้สินเชื่อในการสร้างบ้านและซื้อที่ดิน  แต่ยังรองบประมาณช่วยเหลือ (ชดเชยค่ารื้อย้าย) จากกรุงเทพมหานครที่ส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว  คาดว่าภายในเดือนมีนาคมนี้จะสามารถซื้อที่ดินได้

3.ขอเช่าที่ดินบริเวณที่ติดกับแฟลต ขส.ทบ.จากกรมธนารักษ์เพื่อให้การเคหะสร้างแฟลตให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนเข้าอยู่อาศัย  รูปแบบเป็นอาคารสูง 5 ชั้น  จำนวน  40 ห้อง  ขนาดห้องละ 33 ตารางเมตร  ระยะเวลาเช่า 30 ปี  ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ

4.เข้าอยู่อาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทรท่าตำหนัก  อ.นครชัยศรี  จ.นครปฐม  ของการเคหะแห่งชาติ  ซึ่งชาวชุมชนได้เดินทางมาดูห้องแล้ว  และทำสัญญาจะซื้อจะขายกับการเคหะไปแล้วเมื่อวันที่  8 มกราคมที่ผ่านมา  จำนวน  23    ห้อง  ขนาดห้องละ 33 ตารางเมตร  ราคาประมาณ  400,000  บาท   โดย พอช.สนับสนุนสินเชื่อครัวเรือนละ 360,000   บาท  (ระยะเวลาผ่อนส่ง 20 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี   หรือผ่อนส่งเดือนละ 2,376  บาท  รวม 240  งวด)   ส่วนที่เหลือเป็นเงินสมทบจากชาวบ้านและเงินชดเชยค่ารื้อถอนบ้านจาก กทม.

“ชาวบ้านมาดูห้องพักที่นี่แล้วรู้สึกพอใจ  เพราะมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม  ทั้งเรื่องอากาศที่ปลอดโปร่ง  มีสถานที่พักผ่อน       มีสวนหย่อม  และอยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม  ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ  30 นาที   และหากชาวชุมชนได้รับเงินค่าชดเชยจากทางกรุงเทพมหานครแล้ว  ก็จะสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ภายในเดือนมีนาคมนี้  และหลังจากนั้น พอช.ก็จะสนับสนุนชาวบ้านเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิต  รวมทั้งเรื่องการส่งเสริมอาชีพและรายได้ต่อไป”  นายจิรศักดิ์กล่าว
Nakhon_Chai_Si3_resize.jpg


ดร.ธัชพล  กาญจนกูลผู้ว่าการ  การเคหะแห่งชาติ  กล่าวว่า  การเคหะมีแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและริมแม่น้ำเจ้าพระยา  2 รูปแบบ  คือ 1.จัดหาที่ดินของการเคหะฯ ที่มีอยู่แล้วเพื่อสร้างเป็นอาคารสูง  เช่น  ที่ดินบริเวณซอย 20 มิถุนายน  ย่านถนนสุทธิสาร  และที่ดินติดกับแฟลต ขส.ทบ.ใกล้รัฐสภาใหม่   2.จัดหาโครงการที่มีอยู่แล้ว  เช่น  บ้านเอื้ออาทรท่าตำหนัก  ซึ่งชาวบ้านจากชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาได้มาดูแล้ว  และกำลังจะทำสัญญาเพื่อเข้าอยู่อาศัยรวม  23  ครัวเรือน  นอกจากนี้ยังมีห้องว่างอีก 495  ห้อง  สามารถรองรับชาวชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาและชุมชนริมคลองได้อีก

“โครงการบ้านเอื้อทรที่ท่าตำหนักมีความเหมาะสม  เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ  สามารถเดินทางได้สะดวก  และบริเวณโดยรอบก็มีโรงเรียนสำหรับบุตรหลาน  มีโรงพยาบาล  มีวัด  และในชุมชนก็มีกิจกรรมต่างๆ รองรับชาวบ้านได้  เช่น  มีสหกรณ์  มีกลุ่มเยาวชน  ผู้สูงอายุ”  ผู้ว่าการเคหะฯ กล่าว

นางสาวสุชาดา  จิตประสพเนตร  ประธานกลุ่มออมทรัพย์ราชผาทับทิมร่วมใจ  กล่าวว่า  ชาวบ้านเริ่มตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559  มีสมาชิก 23  ครัวเรือน  โดยออมอย่างต่ำครัวเรือนละ 300 บาท  ตอนนี้มีเงินออมรวมกันประมาณ 40,000 บาทเศษ   หากได้รับเงินค่าชดเชยรื้อถอนจาก กทม.ได้เร็ว  ชาวบ้านก็จะเริ่มย้ายเข้าอยู่อาศัยได้ภายในเดือนมีนาคมนี้


Nakhon_Chai_Si4_resize.jpg


“ครอบครัวของหนูและเพื่อนบ้านอีกหลายคน  เดิมเคยอาศัยอยู่ในเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่รุ่นพ่อ  แต่ต่อมาพอเรือเริ่มผุ  จึงปลูกสร้างบ้านอยู่ริมแม่น้ำ  อยู่กันมานานไม่ต่ำกว่า 40-50 ปี  เมื่อก่อนก็เคยมีข่าวว่าทางราชการจะมาไล่ไม่ให้อยู่  แต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะทำอะไร  แต่พอครั้งนี้รัฐบาลมีโครงการที่จะพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำจริง  ชาวบ้านจึงเตรียมตัว  มีการตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเอาไว้เป็นทุน  และได้รับการช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยจาก พอช.และหน่วยงานอื่นๆ   ชาวบ้านจึงไม่ได้ต่อต้าน  เพราะอยากจะมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งมั่นคง  ที่ผ่านมาเวลาหน้าน้ำบ้านเรือนก็จะถูกน้ำท่วมเสียหาย  บ้านก็ทรุดโทรม  พอมาดูที่ท่าตำหนักแล้วก็พอใจ  ได้บ้านใหม่  มี 2 ห้องนอน  มีห้องนั่งเล่นด้วย  แม้ว่าต่อไปจะมีภาระค่าผ่อนส่งบ้านแต่ก็พร้อม  ไม่ต้องกลัวเรื่องน้ำท่วมหรือถูกไล่ที่อีก”  ประธานกลุ่มออมทรัพย์ฯ กล่าว

สำหรับชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและจะได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่ง

แม่นำเจ้าพระยามีจำนวน  10 ชุมชน  รวม 285 ครัวเรือน คือ (1.) ชุมชนปากคลองบางเขนใหม่ (2.) ชุมชนวัด

สร้อยทอง เขตบางพลัด (3.) ชุมชนวัดฉัตรแก้วจงกลนี (4.) ชุมชนเขียวไข่กา (5.) ชุมชนซอยศรีคาม (6.) ชุมชนราชผาทับทิม (7.) ชุมชนศาลเจ้าแม่ทับทิม (8.) ชุมชนมิตรคาม 1 (9.) ชุมชนมิตรคาม 2 (10.) ชุมชนวัดเทวราชกุญชร  รวม 285  ครัวเรือนนอกจากนี้ยังมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ จำนวน 2 ชุมชน ซึ่งอยู่ในแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยของ พอช. ด้วย คือ (1.) ชุมชนองค์การทอผ้า และ (2.) ชุมชนริมไทร  รวม 24 ครัวเรือน  รวมทั้งหมด  309  ครัวเรือน

 

Nakhon_Chai_Si5_resize.JPG

Nakhon_Chai_Si6_resize.JPG

 

รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter