ปลัด พม.ร่วมรื้อบ้านริมคลองลาดพร้าวเพื่อสร้างใหม่อีก 113 หลัง ขณะที่ กทม.เร่งบริษัทรับเหมาตอกเสาเข็มให้เสร็จทั้ง 60,000 ต้นภายในสิ้นปีนี้
playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
03 1
          คลองลาดพร้าว-เขตจตุจักร/ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ร่วมงาน  “เปิดพื้นที่สร้างบ้านหลังใหม่   เพื่ออนาคตที่สดใสของลูกหลานชาวชุมชนริมคลอง”  รื้อบ้านที่ชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์ฯ ริมคลองลาดพร้าว  เพื่อสร้างบ้านใหม่อีก  113   หลัง  ขณะที่ พอช.สนับสนุนชาวบ้านสร้าง “บ้านประชารัฐริมคลอง”  เสร็จแล้ว 726 หลัง  จากเป้าหมาย 3,672 หลังภายในสิ้นปีนี้  ส่วนการสร้างเขื่อนระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมสร้างไปแล้ว 8 กม.เศษ  ตอกเสาเข็มแล้ว  8,050 ต้น  ขณะที่ กทม.เร่งบริษัทรับเหมาตอกเสาเข็มให้เสร็จทั้ง 60,000 ต้นภายในสิ้นปีนี้  โดยปรับแผนหากชุมชนใดรื้อย้ายแล้วให้เข้าไปตอกเสาเข็มทันที



เมื่อวันที่  2 เมษายน  ที่ชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก  ริมคลองลาดพร้าว  เขตจตุจักร  มีการจัดงาน  “เปิดพื้นที่สร้างบ้านหลังใหม่   เพื่ออนาคตที่สดใสของลูกหลานชาวชุมชนริมคลอง”  โดยมีนายไมตรี  อินทุสุต  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานในพิธี   มีนายสมคิด  สมศรี  ผู้อำนวยการ  กองอำนวยการร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและเจ้าพระยา  สมชาติ  ภาระสุวรรณ  รองผู้อำนวยการฯ รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน   (องค์การมหาชน)  นายธนัช  นฤพรพงษ์  ผู้ช่วย ผอ.พอช.  ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก  คสช.  ผู้แทนเขตจตุจักร  ชาวชุมชน  และเจ้าหน้าที่ พอช.เข้าร่วมงานประมาณ 200  คน  



ทั้งนี้การรื้อย้ายบ้านในชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์ฯ มีช่างชุมชนจาก อ.บางสะพาน  จ.ประจวบคีรีขันธ์  และเจ้าหน้าที่ พอช.ได้ช่วยกันรื้อย้ายบ้านเฟสแรกจำนวน  14 หลังออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ  จากจำนวนบ้านทั้งชุมชน  113 หลังคาเรือน  และปลัด พม.ได้มอบงบสนับสนุนการสร้างบ้านและชุมชนใหม่ให้แก่ตัวแทนชาวชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์ฯ จำนวน  49.5  ล้านบาทเศษ  รวมทั้งมอบเงินค่าเช่าบ้านให้แก่ชาวชุมชนที่รื้อย้ายบ้านเฟสแรกจำนวน  14 หลัง  เป็นเวลา 6   เดือนๆ ละ 3,000 บาท

03 2

นางสาวศิริวรรณ กลิ่นหอม   ประธานชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์ฯ  กล่าวว่า   ชุมชนมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 4 ไร่ 41 ตารางวา ได้รับสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559   ระยะเวลาเช่า 30 ปี  ในอัตราตารางวาละ  1.75 บาทต่อเดือน   โดยหลังจากรื้อย้ายบ้านเฟสแรกออกจากแนวเขื่อนแล้ว  จะเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่ทันที  และหลังจากนั้นจะทยอยรื้อและสร้างบ้านใหม่ทั้งชุมชนจำนวน  113 หลัง  รวม  122 ครัวเรือน  ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2560 นี้



ทั้งนี้ชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์ฯ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  หรือ พอช.รวมทั้งสิ้น 49,592,500 บาท  ประกอบด้วย  งบช่วยเหลือลดภาระหนี้สิน จำนวน  8,784,000 บาท  งบอุดหนุนจากรัฐบาล จำนวน 3,050,000 บาท   งบสาธารณูปโภค  6,100,000 บาท  และสินเชื่อก่อสร้างบ้านประมาณหลังละ 210,000-360,000 บาท  ระยะเวลาผ่อนส่ง  15 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี



ส่วนแบบบ้านมี  2 แบบ  คือ  บ้านแถว 1 ชั้น ขนาด 4X7 เมตร  ราคา 210,000 บาท  ผ่อนชำระเดือนละ 1,017 บาท  และบ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 6X7 เมตร  ราคา 360,000 บาท   ผ่อนชำระเดือนละ 2,219 บาท



สำหรับการบริหารจัดการนั้น  ประธานชุมชนกล่าวว่า  ชาวชุมชนได้เข้าร่วมกับสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงคลองลาดพร้าวจตุจักร จำกัด  เพื่อบริหารจัดการการก่อสร้างบ้าน  และดูแลเรื่องสินเชื่อจาก พอช.  โดยมีคณะกรรมการสหกรณ์ฯ จำนวน 15 คนช่วยกันบริหารงาน  รวมทั้งจะช่วยกันพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ  เช่น  เรื่องสิ่งแวดล้อม  ไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียลงคลอง  โดยใช้ถังดักไขมันในครัวเรือน  และส่งเสริมอาชีพชาวชุมชนให้มีรายได้  ฯลฯ

03 303 4




นายไมตรี  อินทุสุต  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า  ขอชื่นชมชาวชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมงาน  “เปิดพื้นที่สร้างบ้านหลังใหม่   เพื่ออนาคตที่สดใสของลูกหลานชาวชุมชนริมคลอง” ในวันนี้  ซึ่งเป็นการรื้อย้าย  เพื่อให้กรุงเทพมหานครได้ก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ อันเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  ซึ่งท่านนายกฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคลองลาดพร้าวให้เกิดประโยชน์   สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ และในอนาคตก็จะพัฒนาคลองให้กลับมาใสสะอาด  เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ  และมีทางขี่จักรยานหรือไบค์เลนเลียบคลอง ในขณะที่ชาวชุมชนก็จะมีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคง  สวยงาม  มีสภาพแวดล้อมที่ดี  จากเดิมที่เป็นชุมชนแออัด ก็จะมีบ้านเรือนที่เป็นระเบียบ   มีสวนหย่อมเอาไว้นั่งเล่นหรือออกกำลังกาย  มีต้นไม้เขียวขจี  ร่มรื่น  ลูกหลานก็จะมีอนาคตที่สดใส  ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกไล่รื้ออีกต่อไป 



นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ  ผู้อำนวยการ พอช.  กล่าวว่า  ขณะนี้ พอช.ได้สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยเสร็จไปแล้ว  รวมทั้งหมด  726  หลังคาเรือน  จากเป้าหมายภายในสิ้นปีนี้จำนวน 33 ชุมชน  รวม  3,672    ครัวเรือน  และจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผนงานระยะเวลา 3 ปี  (พ.ศ.2559-2561)  รวมเป้าหมาย  52  ชุมชน จำนวน 7,081  ครัวเรือน   ใช้งบประมาณรวม  4,061  ล้านบาทเศษ 

ส่วนชุมชนที่กำลังรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านอยู่ในขณะนี้  เช่น  เขตห้วยขวาง  ชุมชนหลังโรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น  ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ,  เขตจตุจักร  ชุมชนวังหิน  ชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์  ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม  ชุมชนพหลโยธิน 32 , เขตบางเขน  ชุมชนวัดบางบัว  ชุมชนสามัคคีร่วมใจ,  เขตหลักสี่  ชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา,   เขตดอนเมือง  ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา,  เขตสายไหม  ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ  ชุมชนเลียบคลองสองโซน 3  ฯลฯ

03 503 6
ส่วนความคืบหน้าในการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าว  ระยะความยาวรวมทั้งหมดประมาณ  45 กิโลเมตร (ทั้ง 2 ฝั่ง)  งบประมาณรวม  1,645  ล้านบาท  ขณะนี้บริษัทริเวอร์  เอ็นจิเนียริ่ง  จำกัด  ซึ่งรับเหมาก่อสร้างเขื่อนฯ ได้ก่อสร้างเขื่อนไปแล้ว  รวมความยาวทั้งหมดประมาณ 8 กิโลเมตรเศษ  และตอกเสาเข็มเพื่อเป็นรากฐานของเขื่อนไปแล้วประมาณ 8,050  ต้น  จากจำนวนเสาเข็มที่ต้องตอกทั้งหมดประมาณ  60,000 ต้น    โดย กทม.มีเป้าหมายจะให้บริษัทรับเหมาตอกเสาเข็มให้เสร็จทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้  เพื่อให้การก่อสร้างเขื่อนแล้วเสร็จตามกำหนดภายในเดือนมิถุนายน 2562

อย่างไรก็ตาม  การก่อสร้างเขื่อนฯ ขณะนี้ถือว่ามีความล่าช้ากว่าแผนงาน  เนื่องจากบริษํทรับเหมาก่อสร้างติดปัญหาอุปสรรคเรื่องบ้านเรือนริมคลองที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนหลายชุมชนยังไม่ยอมรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่  ทำให้บริษัทรับเหมาเข้าไปก่อสร้างเขื่อนไม่ได้  และบางชุมชนมีพื้นที่คับแคบทำให้การขนย้ายเครื่องจักรเข้าไปทำงานเกิดความล่าช้าและไม่สะดวก  ทั้งนี้ กทม.ได้ประสานงานกับทาง พอช.และบริษัทรับเหมาเพื่อให้การก่อสร้างเขื่อนเป็นไปตามแผนงาน  โดยหากชุมชนใดรื้อย้ายบ้านเรือนแล้ว  บริษัทรับเหมาก็จะเข้าไปตอกเสาเข็มทันที

ในวันเดียวกันนี้เวลา 9.00 น.  ที่ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ  ริมคลองสอง  (คลองลาดพร้าว) เขตสายไหม  มีพิธียกเสาเอกสร้างบ้านใหม่เพิ่มอีก 6 หลัง  โดยก่อนหน้านี้เริ่มสร้างไปแล้ว  6 หลัง   แบบบ้าน 2 ชั้น  ขนาด 4X7 ตารางเมตร โดยมีนายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  รักษาการ ผอ.พอช.เป็นประธานในพิธี  มีชาวบ้านเข้าร่วมงานประมาณ 100 คน   ทั้งนี้ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจมีบ้านเรือนทั้งหมด  63 หลัง  เข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐ  โดยรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมจำนวน  41 หลัง   ตามแผนงานจะก่อสร้างบ้านเสร็จทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้   ส่วนที่เหลือประมาณ  19 ครอบครัวจะรวมตัวกันไปหาซื้อที่ดินใหม่

03 703 803 9










               

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter