playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

01

ตั้งเป้า 3 ปี พัฒนาให้เกิดรูปธรรมตำบลจัดการตนเอง พัฒนานวัตกรรมในการพัฒนาสังคม ทางเลือกในงานพัฒนา ผ่านความร่วมมือด้านงานวิจัย การพัฒนานิสิต การบริการทางวิชาการในการสร้างความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่น จังหวัดมหาสารคาม พอช.อีสานจับมือสภาฮักแพงเบิ่งแญงคนสารคาม และ 3 คณะ มมส. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ คณะการบัญชีและการจัดการ เริ่มปฏิบัติการจากการพัฒนาแผนตำบล 13 ตำบล พร้อมกับการพัฒนานิสิต และพัฒนาขอบเขตความร่วมมือของแต่ละฝ่ายก่อนที่จะมีการทำบันทึกความร่วมมือในระยะต่อไป

มหาสารคาม/ 8 มีนาคม 2561 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และสภาฮักแพงเบิ่งแญงคนสารคาม จัดประชุมเวทีสรุปบทเรียนและหารือการพัฒนาแนวทางความร่วมมือในการหนุนเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น โดยมีสภาฮักแพงเบิ่งแญงมหาสารคาม, รองคณบดี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และคณาจารย์, ศูนย์บริการวิชาการ คณะการบัญชีและการจัดการ มมส. และผู้อำนวยการภาค และเจ้าหน้าที่ พอช.อีสานเข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือ

02นายปฏิภาณ จุมผา ผู้อำนวยการภาค พอช. กล่าวว่า ความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นนั้น พอช.เองคาดหวังให้มหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นคานงัดไปสู่ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในภาคอีสาน ต้องขอชี้แจงว่า ทำไม พอช.ต้องทำงานพัฒนา เพราะเป็นผลจากการพัฒนาที่ผ่านมา เราจึงมีแนวคิดให้ชุมชนท้องถิ่นลุกขึ้นมาจัดการตนเอง เพราะเมื่อตำบลเข้มแข็ง เมื่อรวมเป็นจังหวัด ภาค ก็จะเป็นพลังของการเปลี่ยนแปลง 

ที่จังหวัดมหาสารคามนั้น พอช.ได้ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดมหาสารคามทำเรื่องการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ปัจจุบันมี 123 กองทุน สมาชิกกว่า 2 แสนคน มีเงินกองทุนหนุมเวียนเกือบ 500 ล้านบาท มีสภาองค์กรชุมชน 114 ตำบล โครงการบ้านมั่นคง 10 โครงการ และประเด็นงานต่างๆ ที่ปัจจุบันยังต้องการการหนุนเสริม ยกระดับจากสถาบันวิชาการในทุกๆ ประเด็น การทำงานกองทุนสวัสดิการต้องถูกยกระดับ การทำงานของสภาองค์กรชุมชนต้องยกระดับ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นทิศทางสำคัญ และเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของขบวนองค์กรชุมชนและ พอช.

ผู้อำนวยการภาค กล่าวต่อว่า พอช.มีความคาดหวัง 1)ระบบข้อมูล การจัดการความรู้ ชุดองค์ความรู้และการสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง ทักษะความสามารถองค์กรชุมชนยังต้องการยกระดับ มีขบวนองค์กรชุมชนเต็มพื้นที่ แต่ยังขาดทักษะเรื่องราวเหล่านี้ จะใช้เรื่องราวของมหาสารคามเปลี่ยนแปลงอย่างไร 2)การจัดทำแผนพัฒนาองค์กรชุมชน และแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ปัจจุบันองค์กรชุมชนยังไม่สามารถบูรณาการแผนกับ อปท. แผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด แผน ประชาชนยังไม่เขียนเป็นวิชาการ 3) การพัฒนาคนและ CA ให้เป็นภูมิคุ้มกันของชุมชนท้องถิ่นด้วยพลังจิตอาสา มีสถาบันร่วมพัฒนายกระดับ มีหลักสูตรรองรับ

4) การสร้างวาระของคนในตำบลและจังหวัด ที่เป็นวาระของประชาชน ยังขาดความเป็นวิชาการที่แหลมคมและน่าเชื่อถือ 5) การยกระดับปฏิบัติการิงพื้นที่ เชิงงานประเด็น ยกระดับเป็นนวัตกรรม ที่เป็นทางออกทางรอดของชุมชนท้องถิ่น เป็นทิศทางที่ถูกต้องของการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่มีวิชาการกำกับรับรอง และ6) ระบบการบริหารจัดการองค์กรการเงิน การบัญชี บทบาทหน้าที่ หลายองค์กรต้องการการหนุนเสริมและพัฒนา

อย่างไรก็ตาม พอช.ใช้งานประเด็นเป็นเครื่องมือ ในการเปลี่ยนแปลงโรงสร้างเชิงอำนาจและเชิงระบบ เป็นหลุมดำในการพัฒนาเราต้องเปลี่ยนความสัมพันธ์ใหม่ 1)เราต้องเอาวิธีคิดและความเชื่อมเดิมกลับคืนมา ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง 2) โครงสร้างความสัมพันธ์ที่ประชาชนเป็นผู้กำหนด 3) ระบบแผนงาน ต้องบรรจุในทุกระดับ ทุกระยะเพื่ให้เกิดความยั่งยืน 4) ระบบงบประมาณที่มีช่องทางตรงไปที่องค์กรเครือข่ายชุมชนโดยตรง ใช้เงินเป็นเครื่องมือในการสร้างความสามารถ ศักยภาพของขบวนองค์กรชุมชน 5)ระบบกติกา ระเบียบข้อบังคับ กฏหมายยังไม่เอื้อต่อการพัฒนา มองกฏหมายเป็นเครื่องมือไม่ใช่เป้าหมาย

ทั้งนี้ พอช.เป็นองค์กรของประชาชนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากด้วยพลังองค์กรชุมชนและประชาสังคมเป็นเพื่อนร่วมทางกับมหาวิทยาลัยและขบวนองค์กรชุมชน ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น ผู้อำนวยการภาค กล่าวในตอนท้าย

ดร.อภิราดี จันทร์แสง รองคณบดี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ความร่วมมือที่จะเกิดต่อจากนี้ จะเป็นบันทึกความร่วมมือ ฉบับที่ 3 ครั้งนี้จะเป็นการสรุปความร่วมมือที่ผ่านมา และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนในอนาคต นอกจากความร่วมมือที่ผ่านมากับภาควิชาสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา ยังมีภาควิชาอื่นๆ ที่คณะฯ ไม่ว่าจะเป็นภาควิชาภูมิศาสตร์ ที่มีความถนัดในเรื่องการทำระบบแผนที่ GIS ภาควิชาอื่นๆ ภาควิชาประวัติศาสตร์ ภาควิชาภาษาไทย ภาควิชาอังกฤษและตะวันตก ที่ถนัดการใช้ภาษา การให้บริการทางภาษา การแปลเอกสาร เป็นต้น นี่เป็นภาพรวมของคณะฯ ซึ่งในการขยายความร่วมมือถัดจากนี้ ทางคณาจารย์มีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่

อ.วชิราภรณ์ วรรณโชติ อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มมส. กล่าวว่า ความร่วมมือที่ผ่านมาในการพัฒนาบัญฑิต สาขาพัฒนาชุมชน ที่มีการบูรณาการ 4 รายวิชา 1) การวางแผนเพื่อการพัฒนาชุมชน 2) วิชากระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาองค์กรชุมชน 3) วิชาทักษะการปฏิบัติการเพื่องานพัฒนา และ 4) วิชาภาวะผู้นำในงานพัฒนาชุมชน โดยมีการร่วมกับ พอช.ในการวางแผน ทำปฏิทินกิจกรรมการเรียนรู้ การเตรียมความพร้อมนิสิตก่อนลงพื้นที่ จัดฐานกิจกรรมราย 4 วิชา ให้กับนิสิตชั้นปีที่ 2 ได้หมุนเวียนเรียนรู้ ทั้งจากบทบาทสมมุติ ในการเรียนรู้เรื่องกองทุนสวัสดิการ สภาองค์กรชุมชนตำบล และคิดกิจกรรมเพื่อเสนอแผนของบประมาณ รวมทั้งการสรุปบทเรียน

โดยทาง พอช.ได้ประสานการลงพื้นที่เรียนรู้ที่ตำบลกุดรัง อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม เรียนรู้จากชุมชน และกลับมาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัย เสร็จแล้วก็มีการลงพื้นที่ครั้งที่ 2 เพื่อคืนข้อมูลกลับชุมชน แผนที่เดินดินชุมชน การพัฒนาโครงการ แผนการพัฒนาชุมชน สภาพปัญหา ซึ่งในการลงพื้นที่มีนิสิตปี 3 ลงเป็นพี่เลี้ยงคอยช่วยและมีการเสนอแผนชุมชนในภาพรวม โดยมีทีมเจ้าหน้าที่ พอช. คอยเป็นวิทยากรให้ความรู้ประสบการณ์ตลอดจนจบหลักสูตร

นายศุภสิทธิ์ ศรีสว่าง หัวหน้ากลุ่มจังหวัด ได้ประมวลบทเรียนที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือ มมส.-พอช. ที่บทเรียนประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ พอช. เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของนิสิตในอนาคต และทำให้ชุมชนมีความตื่นตัว เป็นรูปธรรมที่นำไปสู่การปฏิบัติจริง โดยความร่วมมือครั้งที่ 2 เริ่มต้นในปี 2557 ที่เห็นชอบร่วมกันในการนำความรู้ทางวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

โดยมีวัตถุประสงค์ 1) ร่วมกันในการส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ของคณะและสถาบัน 2) เพื่อร่วมพัฒนาศักยภาพบุคคลากร ผู้นำด้านการพัฒนาชุมชน องค์กรชุมชน อย่างมีส่วนร่วม 3) ร่วมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและองค์กรชุมชน 4) ร่วมกันผลิตบัญฑิตที่พึงประสงค์ของชุมชนและสังคม

รูปธรรมความร่วมมือ ที่เกิดขึ้น 1) งานวิจัย/วิชาการ เกิดชุดโครงการวิจัยสวัสดิการชุมชน 3 พื้นที่ 2) การให้บริการทางวิชาการ มีการจัดทำโครงการฝึกอบรมร่วมกับคณะ โครงการประชุมสัมมนา โครงการติดตามประเมินผล ความร่วมมือในการกลั่นกรองโครงการ การติดตามกลุ่มจังหวัด และ 3) ความร่วมมือในการผลิตบัญฑิต การฝึกงานภาคสนาม วิชาฝึกงาน วิชาประสบการณ์ชีวิต

ที่ผ่านมาแต่ละฝ่ายมีบทบาทความร่วมมือคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สนับสนุนวิชาการภายใต้ความร่วมมือ ส่งบุคคลากรทางการศึกษาและนิสิต เข้าร่วมปฏิบัติการในโครงการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน การประสานงานพื้นที่ การจัดกระบวนการแลกเปลี่ยน หนุนเสริมผู้ปฏิบัติงานให้ความร่วมมือ รวมทั้งให้การสนับสนุนงบประมาณที่มีอยู่ในแต่ละปีงบประมาณ

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือ ซึ่งจะขยายความร่วมมือจากระดับคณะ สู่บันทึกความร่วมมือในระดับมหาวิทยาลัย มีช่วงระยะเวลา 3-5 ปี และนำไปสู่การออกแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน มีขอบเขตความร่วมมือของแต่ละฝ่าย เป้าหมายใหญ่อยากเห็นชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเองได้ ที่สะท้อนการมีส่วนร่วมของชุมชน ไม่ว่าจะเรื่องกระบวนการวางแผน ระบการเงินบัญชี ระบบของการออกแบบวางผังที่อยู่อาศัย สำคัญต้องมีการตอบโจทย์การทำงานของแต่ละฝ่ายร่วมกัน

โดยขั้นตอนก่อนไปถึงบันทึกความร่วมมือ จะมีคณะทำงานชุดเล็กมาคุยในรายละเอียด แต่ที่ประชุมเห็นควร เริ่มปฏิบัติการจากการพัฒนาแผนตำบล 13 ตำบล พร้อมกับการพัฒนานิสิต และนัดหมายลงพื้นที่ตำบลสิ้นเดือนมีนาคม 2561 และพัฒนาขอบเขตความร่วมมือของแต่ละฝ่ายก่อนที่จะมีการทำบันทึกความร่วมมือในระยะต่อไป

03

 

04

 

05

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter