playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

25610310 1

อุดรธานี/ 9-10 มีนาคม 2561 สำนักเลขานุการสภาองค์กรชุมชน และสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับสำนักงานจัดการป่าไม้สำนัก 6 กรมป่าไม้ จัดประชุม “ถอดบทเรียนเพื่อยกระดับสภาองค์กรชุมชนตำบล ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ณ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ถ้ำสิงห์ บ้านหนองเจริญ ตำบลขอนยูง อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความร่วมมือในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของสภาองค์กรชุมชนตำบล ที่มีพื้นที่ติดต่อกับพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานจัดการป่าไม้ 6 โดยมีผู้นำสภาองค์กรชุมชน ในพื้นที่เป้าหมาย 5 จังหวัดๆ ละ 2 ตำบล ได้แก่ จังหวัดหนองคาย เลย อุดรธานี บึงกาฬ และหนองบัวลำภู เข้าร่วมประชุม

 

นายสมเด็จ จำปี ผอ.ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ในมิติป่าไม้เห็นประเด็น 3-4 ประเด็นร่วม เรื่องของงานที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน ประเทศเราตั้งแต่อดีตที่ดินเป็นของพระมหากษัติรย์ทุกตารางนิ้ว ต่อมาในสมัย 2475 มีแนวคิดแบ่งปันเฉลี่ย ปี 2484 มีกฏหมายป่าไม้ รัฐเริ่มเอากฏหมายมาครอบ ปี 2497 เกิดประมวลกฏหมายที่ดิน ที่มีบุคคลมีสิทธิ์ในการครอบครองในรูปแบบต่างๆ ปี 2507 มีการประกาศพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งชาวบ้านสามารถ ต่อมามีกฏหมายอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งกฏหมายมีความเข้มข้นมากว่ากฏหมายป่าสงวนแห่งชาติ

ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะกฏหมายซ้ำซ้อน เกิดประเด็นชาวบ้านที่อยู่อาศัยถูกกันออก เพราะไม่มีเอกสารหลักฐาน นอกจากนั้นยังมีกฏหมายของหน่วยงานต่างๆ ทั้งจากกระทรวงมหาดไทย สปก. ที่การนิคมฯ เป็นต้น

ที่กล่าวถึงกฏหมายก็เพื่อให้เข้าใจว่าในการทำงานที่จะเกิดขึ้น ต้องมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเข้าร่วมด้วยในการพัฒนาโครงการ ทิศทางของกรมป่าไม้จะใช้แนวทางน่านโมเดล ให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ทำโครงการร่วมกับภาคประชาชน เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีสั่งการให้กรมป่าไม้ดำเนินการ รวมถึงการปฏิรูประบบปฏิบัติการ ที่ต้องมีการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเพิ่มขึ้น ส่งเสริมการปลูกป่า การทำป่าชุมชน เป็นต้น ความร่วมมือกับสภาองค์กรชุมชนครั้งนี้ก็เพื่อให้การทำงานในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมีพลังในการทำงานมากขึ้น  

 

นายชัยวิชญ์ภณ ตังกิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาค (พอช.)  กล่าวว่า สิ่งที่เราคาดหวัง อยากทำ สร้างพื้นที่ความร่วมมือ พื้นที่ที่ติดเขตพื้นที่ป่าไม้ เลือกพื้นที่ที่ทำงานอยู่แล้ว มาทบทวนการทำงานให้มีความชัดเจน เรื่องใหญ่ของงานพัฒนาต่อไปนี้คือประชาชนต้องเป็นเจ้าของงานพัฒนา พี่น้องต้องลุกขึ้นมา

งานนี้พี่น้องต้องเดินต่อ ที่จะเชื่อมกับกองทุนสิ่งแวดล้อม หัวใจสำคัญขณะนี้อยู่ที่การทำข้อมูลอย่างรอบด้าน ดินน้ำป่า แหล่งน้ำ พื้นที่เกษตรอินทรีย์ ที่ดินทำกิน หลายอย่างล้วนเกี่ยวข้องกัน ในคำว่าคนต้องมอง คน พื้นที่ ผลกระทบ สาเหตุ ปริมาณ ทั้งด้านดีและไม่ดี ซึ่งในการทำข้อมูลต้องระบุจำนวนผู้ได้รับประโยชน์จากการดำเนินงาน มีองค์กรผู้เกี่ยวข้องใครบ้าง

โดยสังเคราะห์กลุ่มปัญหา และจัดวางน้ำหนัก แล้วนำมากำหนดแผนพัฒนา ค้นหาประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะทะลุทะลวงไปสู่การแก้ปัญหา เช่นการสร้างการมีส่วนร่วม ต้องมีการวิเคราะห์กลุ่มคน มีใครเห็นด้วย มีใครคัดค้าน มีใครอยู่เฉย และมีแผนการทำงานในกิจกรรมใดบ้าง และในแต่ละกิจกรรมมีกลุ่มเป้าหมายจำนวนเท่าไหร่ ใครบ้าง ที่จะมาส่งเสริมพัฒนาศักยภาพคน และการวิเคราะห์พื้นที่ จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และปัญหาอุปสรรค ซึ่งเป็นการจัดทำแผนแบบย่อ เพื่อให้ได้ประเด็นที่จะนำมาทำแผนต่อ ตำบลที่สนใจจากนี้ไป ต้องกลับไปทำรายละเอียดเพิ่ม 

 

25610310 7นายทองใบ สิงสีทา ผู้จัดการสำนักเลขานุการสภาองค์กรชุมชน พอช. กล่าวว่า ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชน ที่ดำเนินการโดย พอช. นั้น นอกจากจะมีการหนุนเสริมในเรื่องสวัสดิการชุมชน บ้านมั่นคง การแก้ปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัย อีกงานหนึ่งก็คือ การส่งเสริมให้สภาองค์กรชุมชนตำบล เป็นเวทีกลางให้พี่น้องในตำบลได้มาพูดคุยเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาของตนเอง ซึ่งปัจจุบันมีการจดแจ้งจัดตั้งสภาฯ ไปแล้วกว่า 6,000 แห่ง ทั่วประเทศ

ในด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องหนึ่งในข้อเสนอของสภาองค์กรชุมชนตำบลที่มีการเสนอในเวทีระดับชาติที่มีทั้งเรื่อง การจัดการทรัพยากรน้ำ การจัดการปัญหาที่ดิน ผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ ที่มีความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เรื่องการบุกรุกป่า ในข้อเสนอของสภาฯ หลักใหญ่ใจความสำคัญหนึ่งคือการมีส่วนร่วมของสภาองค์กรชุมชนกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่มาของการจัดเวที ที่สภาองค์กรชุมชนจะเข้ามามีบทบาทร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างไร  

อีกทั้งสำนักงานเลขานุการสภาฯ ได้พูดคุยกับทางกองทุนสิ่งแวดล้อม ที่มีงบประมาณพร้อมที่จะสนับสนุนซึ่งสามารถให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานให้กับทางสภาองค์กรชุมชนตำบลได้ จึงได้ชวนพี่น้องสภาฯ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ มาพูดคุยหาแนวทาง วิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ แนวทางแก้ไข พัฒนาเป็นข้อเสนอโครงการเพื่อเสนอกับทางกองทุนสิ่งแวดล้อม สิ่งที่จะดำเนินการร่วมกันกับสำนักป่าไม้เขต 6 สิ่งที่สภาองค์กรชุมชนจะทำ สิ่งที่ป่าไม้จะทำ และสิ่งที่จะทำร่วมกัน นายทองใบ กล่าว

อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้แบ่งกลุ่มย่อยสอบทานสภาองค์กรชุมชน เพื่อประเมินสถานะสภาองค์กรชุมชน ใน 3 ประเด็นคือ 1) การจัดรูปองค์กร โครงสร้างในการทำงาน ซึ่งผลจากการประเมินการจัดองค์กรของสภาองค์กรชุมชนที่มาร่วมพบว่ายังไม่มีความชัดเจนมากนักส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับกลางๆ 2) การขับเคลื่อนภารกิจตามมาตรา 21 จากการประเมินในข้อนี้สภาองค์กรชุมชนโดยส่วนใหญ่ที่มา มีการดำเนินการตามภารกิจของสภาฯ ทั้ง 12 ด้าน แต่มีความเข้มข้นมากน้อยต่างกัน 3) ด้านการทำแผนและการบูรณาการแผนกับหน่วยงาน ในด้านนี้ พบว่ามีการทำแผนร่วมกับหน่วยงาน แต่ยังขาดความชัดเจนในการบูรณาการแผนที่ได้รับการสนับสนุน อยู่ในระดับปานกลาง

 

25610310 2

และแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น 4 กลุ่มป่า แลกเปลี่ยนสภาพปัญหาที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทรัพยากรที่เกิดขึ้นในตำบล จัดความสำคัญของปัญหา  วิเคราะห์สาเหตุ และหาแนวทางการแก้ปัญหาที่สภาองค์กรชุมชนตำบลทำร่วมกับหน่วยงานอื่น สภาองค์กรชุมชนตำบลทำร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบลอื่นๆ และแนวทางที่สภาองค์กรชุมชนทำเอง 

1) กลุ่มป่าหมากหญ้า-ป่ากุดจับ (เทือกเขาภูพานน้อย) ตำบลขอนยูง และตำบลกุดหมากไฟ จังหวัดอุดรธานี ป่าภูพานน้อย-ถ้ำสิงห์ กลุ่มนี้จัดลำดับความสำคัญของปัญหา 1) กรมอุทยานแห่งชาติมีนโยบายที่จะการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ จากเดิมที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติที่ชาวบ้านสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์จากป่าได้ หากมีการจัดตั้งเป็นอุทยานฯ จึงมีความกังวลว่าจะกระทบการใช้ประโยชน์จากป่าของชาวบ้าน จึงคิดแผนงานการจัดการพื้นที่ป่าโดยชุมชน เพื่อแสวงหาแนวร่วมจากชุมชน และทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าชุมชนสามารถจัดการทรัพยากรป่าไม้ได้เป็นอย่างดี หาแนวทางที่แสดงให้เห็นว่าชุมชนจัดการป่าได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน 2) แผนงานการป้องกันไฟป่า ที่เกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้งโดยมีสาเหตุเกิดจากคน เกิดจากคนที่จุดไฟเผาอ้อย ในการแก้ปัญหา ต้องมีการแสวงหาแนวร่วม ต้องมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ 3) แผนงานการป้องกันการบุกรุกป่า จากการเพิ่มขึ้นของประชากร การแบ่งพื้นที่ให้กับครอบครัว ทำให้ต้องมีการแสวงหาพื้นที่เพิ่มเติม 4) การป้องกันการลักลอบตัดไม้ เกิดจากนายทุนแสวงหาผลประโยชน์จากมูลค่าของไม้ แนวทางสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังจากทุกภาคส่วน 

2) กลุ่มป่าภูห้วยหมาก-ป่าภูบ่อบิด ในพื้นที่ ตำบลศรีสองรัก ตำบลน้ำสวย และตำบลชัยพฤกษ์ จังหวัดเลย สภาพปัญหา-สาเหตุ-แนวทางแก้ไข 1) ปัญหาป่าเสื่อมโทรม แหล่งน้ำตื้นเขิน ที่เกิดจากการบุกรุกแพ้วถางเพื่อทำกิน แนวทางแก้ไขปัญหา ป่าเสื่อมโทรม ทำความเข้าใจ จัดเก็บข้อมูล ขอบเขตพื้นที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย จำแนกพื้นที่ป่า ในการฟื้นฟูป่าใช้กระบวนการแบบประชารัฐ ที่ดึงการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในหารฟื้นฟูป่า ปลูกป่า ฟื้นฟูแหล่งน้ำ  2) ปัญหาสารเคมีตกค้างจากภาคเกษตร เพราะเกษตรกรใช้สารพิษสารเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรกรไม่มีความเข้าใจ แนวทางแก้ปัญหาสารเคมีตกค้าง เชื่อมโยงหน่วยงาน รพสต. สสอ. มภล. สอชต. สสส. ทำข้อมูล ตรวจหาสารตกค้าง แยกกลุ่มคน เกษตรกร ผู้บริโภค เพศ วัย ชักชวนหน่วยงานมากำหนดแนวทางแก้ปัญหา ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ อบรมสร้างความเข้าใจ ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ส่งเสริมตลาดเกษตรไร้สาร 3) ปัญหาขยะและมลพิษจากขยะ จากสาเหตุการจัดการขยะของหน่วยงานไม่สอดคล้อง ประชาชนขาดจิตสำนึกในการจัดการขยะ การจำกัดขยะไม่ยึดหลักรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แนวทางแก้ไขปัญหาในการกำจัดขยะ ส่งเสริมกองทุนขยะชุมชนคัดแยกขยะจากครัวเรือน นำมาขายกองทุนขยะชุมชน ในส่วนขยะเปียก ส่งเสริมการเลี้ยงไส้เดือน ย่อยขยะ ผลิตปุ๋ย สร้างรายได้ ซึ่งจะทำร่วมกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง  4) แนวเขตทับซ้อนไม่ชัดเจน ปัญหาเกิดจากนโยบายรัฐ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องใช้กฏหมายคนละฉบับ แนวทางการแก้ไขปัญหาแนวเขตทับซ้อน จะมีการทำข้อมูล ประชุมร่วมกับหน่วยงาน ร่วมกันจับพิกัดแนวเขต

3) กลุ่มป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าวแก้งไก่  ตำบลด่านศรีสุข และตำบลผาตั้ง จังหวัดหนองคาย ในพื้นที่นี้ประสบปัญหาการขยายพื้นที่ทำกินของเกษตรกร ที่ดินทำกินไม่เพียงพอ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยที่ดินทำกิน ขาดแคลนแหล่งน้ำใช้ในครัวเรือน สาเหตุจากการขายที่ดินให้นายทุน การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า พะยูง ชิงชัน การจุดไฟล่าสัตว์ รวมถึงแนวเขตพื้นที่ทับซ้อนพื้นที่ป่าชุมชน แนวทางแก้ปัญหาของกลุ่ม มองว่าให้รัฐจัดสรรที่ดินของรัฐที่ไม่ใช้ประโยชน์ให้ชาวบ้านทำกิน พัฒนาอาชีพ แผนการสำรวจที่ดินที่อยู่อาศัยผู้เดือดร้อนร่วมกับป่าไม้ และส่งเสริมจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน

4) กลุ่มป่ารอบพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ตำบลบุ่งคล้า ตำบลโคกกว้าง จังหวัดบึงกาฬ พื้นที่กลุ่มนี้มี 6 ตำบลที่อยู่รอบเขตฯ ปัญหาที่สำคัญมีอยู่ 2 ประเด็น คือ ปัญหาการลักลอบตัดไม้ ทำลายทรัพยากร สาเหตุเกิดจากชาวบ้านหาเงินมาซื้ออาหารเพื่ออยู่เพื่อกิน เกิดจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว มีการล่าสัตว์ เพื่อหาอยู่หากิน เกิดจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ชาวบ้านขาดความรู้การจัดการทรัพยกร ขาดเงินทุนทำการเกษตร แนวทางในการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น จะส่งเสริมให้ความรู้ ส่งเสริมการปลูกพืชเสริม

สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนในการออม ส่งเสริมอาชีพ สร้างงานสร้างรายได้ จัดตั้งศูนย์เพาะพันธุ์ไม้ เพื่อกระจายพันธุ์ สร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่งเสริมปศุสัตว์ส่งเสริมอาชีพ เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เพาะเห็ด เน้นเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมการดูแลรักษาทรัพยากร ให้ชาวบ้านติดแนวเขตมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาเขตรักษาพันธุ์ฯ

25610310 3

 

ยึดหลักการร่วมคิด มีส่วนร่วมกำหนดแผนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 

ปัญหาช้างลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในพื้นที่ สาเหตุเกิดจากการเพิ่มขึ้นของประชากรช้าง ปัจจุบันมี 47 เชือก แหล่งอาหารในป่าลดลง ทำให้ช้างลงมาหากินพืชที่ชาวบ้านปลูก อย่างกล้วย สับปะรด โดยแนวทางแก้ปัญหา การปลูกป่าอาหารช้างด้านบน สร้างความเข้าใจกับคนในชุมชน เสนอแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน เลือกพื้นที่ให้เหมาะสม พัฒนาแหล่งน้ำ ส่งเสริมให้เกษตรกรทำอาชีพอื่น เลี้ยงมดแดง เลี้ยงผึ้ง เป็นต้น พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีการศึกษาวิจัยสาเหตุปัญหาช้าง เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาได้ถูกต้อง ตั้งกองทุนเพื่อรองรับผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาช้าง อาศัยพิธีกรรมความเชื่อเกี่ยวกับช้างมาปรับใช้ สุดท้ายอาจปิดทางขึ้นทางลงของช้าง ซึ่งทั้งหมดในการแก้ปัญหาต้องเป็นการทำร่วมกัน     

ทั้งนี้สภาองค์กรชุมชนตำบลมีความเห็นร่วมกันที่จะกลับพิ่มเติมเพื่อหารือแผนงาน แนวทางการแก้ไขปัญหา และพัฒนาโครงการเสนอต่อกองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนบทบาทสภาองค์กรชุมชนตำบลในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้มีความยั่งยืน

 

25610310 525610310 825610310 9

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter