พอช.อีสาน และสภาองค์กรชุมชนบุรีรัมย์ จับมือวิทยาลัยชุมชน ร่วมตอบโจทย์การพัฒนาโดยภาคประชาชน
playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

001 06

บุรีรัมย์/ 15 มีนาคม 2561 วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดบุรีรัมย์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ  ณ วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ เพื่อประสานความร่วมมือภาคี 3 ฝ่าย ในการพัฒนาแกนนำชุมชน พัฒนาระบบสารสนเทศ การจัดทำข้อมูล การพัฒนาโครงการ พัฒนาฐานข้อมูล พัฒนาแผนยุทธศาสตร์ตำบล และจังหวัดของภาคประชาชน รวมทั้งพัฒนางานวิจัยชุมชนร่วมกัน  โดยมีคณาจารย์ และเจ้าหน้าที่วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้อำนวยการภาค และเจ้าหน้าที่ พอช.ภาคอีสาน เข้าร่วมงานประมาณ 50 คน  

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒินันท์ รามฤทธิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ กล่าวว่า วิทยาลัยชุมชนตั้งมา 10 กว่าปี ทำงานที่เกี่ยวกับชุมชน มีพันธกิจในการจัดการศึกษา บริการทางการศึกษา จัดการฝึกอบรม และการวิจัย ทำหน้าที่เกาะติดกับชุมชน เป็นวิทยาลัยระดับอุดมศึกษา อย่างในอเมริกา ยุโรป มีวิทยาลัยเพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นได้เข้ามาศึกษา ค้นหาวิทยากรเฉพาะด้านเพื่อตอบสนองความต้องการความรู้ของชุมชน ในอเมริกาคนร่ำรวยมีไม่มาก คนมีฐานะก็ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย คนทั่วไปก็จะมุ่งเข้าสู่วิทยาลัยชุมชน ที่เรียนไปพร้อมกับการหางานทำ

ในประเทศไทย ความสามารถในการส่งลูกเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ก็มีค่าใช้จ่ายในราคาสูง ถ้าเรียนกับวิทยาลัยชุมชนค่าเทอมละ 800 บาท วันธรรมดาก็หางานทำ เมื่อจบอนุปริญญาก็เข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ณ วันนี้คนที่จบปริญญายังไม่มีงานทำ วันนี้คนจบตรียังไปวิ่งส่งพิซซ่า และยังมีคนตกงานอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อก่อนคนไทยยึดติดการการส่งลูกหลานเรียนเพื่อเป็นเจ้าคนนายคน ซึ่งวันนี้โอกาสที่จะเป็นข้าราชการน้อยลง เพราะฉะนั้นเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วย ซึ่งวิทยาลัยชุมชนก็มีความสำคัญ

วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ตั้งขึ้นในปี 2545 ทั่วประเทศเกิดขึ้น 10 แห่ง เป็นไปตามแบบประเทศอเมริกา ให้โอกาสกับชุมชนในพื้นที่ได้เรียนในระดับอุดมศึกษา ให้การสนับสนุนการอบรมหลักสูตรระยะสั้นให้กับชุมชน ยิ่งวันนี้ผู้สูงวัยมีจำนวนมากขึ้นในชุมชน ทำโรงเรียนผู้สูงอายุ ที่จะทำให้ผู้สูงวัยมีความสุข สุขภาพแข็งแรง พร้อมกับมีความรู้ด้านอาชีพ ในการวิจัยก็เพื่อแก้ปัญหาชุมชนท้องถิ่น อย่างที่บ้านเจริญสุขวิจัยเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน

วิสัยทัศน์ของวิทยาลัยก็คือ มุ่งจัดการศึกษา ฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ที่ตอบสนองยุทธศาสตร์จังหวัด วิทยาลัยชุมชนจะทำงานคู่ขนานกับสภาองค์กรชุมชน และ พอช. ในข้อตกลงเราจะทำอย่างเต็มที่เพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ กล่าว

001 03

นายปฏิภาณ จุมผา ผู้อำนวยการภาค สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า เรื่องราวที่เราทำเป็นประวัติศาสตร์ของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ร่วมกันทำบันทึกความร่วมมือเป็นสัญญาใจของ 3 ฝ่าย ที่จะมารวมพลังขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ในภาคอีสานความร่วมมือกับวิทยาลัยชุมชนเป็นการบันทึกความร่วมมือครั้งแรก ต่อไปจะนำไปสู่การขยายผลกับวิทยาลัยชุมชนทั้งภาคอีสาน

ณ เวลานี้ คนบุรีรัมย์ขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนเกือบเต็มพื้นที่ สภาฯ เกือบเต็มพื้นที่ พอช.มีเครื่องมืออย่างน้อย 13 เครื่องมือ เป็นเครื่องมือสนับสนุนภาคประชาชนในการพูดคุยหารือ ปฏิบัติการ เชื่อมโยงพลังประชาชนและหน่วยงาน ผนึกพลังเปลี่ยนแปลงระบบที่ยังไม่เอื้อ

พอช.เกิดมาจากคนยากคนจน ที่ไม่มีโอกาสลุกขึ้นมา เป็นกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญของสังคม ที่ผ่านมาประชาชนเป็นเพียงแค่เครื่องมือของหน่วยงาน ไม่ได้เป็นผู้กำหนดการพัฒนา ที่ผ่านมาดินน้ำป่าชุมชนไม่ดีขึ้น เราจะปล่อยไปหรือไม่ ความรู้สึกเป็นเจ้าของของประชาชนหายไป จากสิ่งที่เกิดขึ้น พอช.กับชุมชนได้มาคุยกัน และมีความต้องการอยากเห็นชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ประชาชนมีคุณค่ามีศักดิ์ศรี แต่เมื่อทำไปๆ ติดระบบโครงสร้างอำนาจที่อยู่ในตัวคน เป็นวิธีคิด ความเชื่อ และติดโครงสร้างนอกระบบ

ผู้อำนวยการภาค กล่าวต่อว่า การพัฒนาตั้งแต่ 2504 จนถึงวันนี้ ทำให้ประชาชนคิดว่าการพัฒนาเป็นเรื่องที่คนอื่นต้องทำแทน ทั้งที่เรามีคุณค่า มีทรัพยากร ชาวบ้านต้องรอถ้าจะพัฒนา ชาวบ้านเป็นเพียงแค่เครื่องมือ เราต้องฟื้นให้คนบุรีรัมย์สามารถดูแลจัดการตนเองได้ หน่วยงานภายนอกแค่หนุนเสริมประสานความร่วมมือ การพัฒนาที่ผ่านมาทำให้ชาวบ้านลืมเรื่องคุณค่าในการกำหนดการพัฒนาด้วยตนเอง

โครงสร้างการพัฒนา ระยะที่ผ่านมา เจ้าของปัญหาไม่มีบทบาทในแต่ละประเด็นงานและภูมินิเวศน์ เช่นแก้ปัญหาลุ่มน้ำปิง คณะทำงานที่แต่งตั้งขึ้นมา ชาวบ้านที่ทำฝายชาวบ้านที่อยู่ริมน้ำ ไม่ได้เข้าไปมีบทบาทในการแก้ปัญหา ถึงเวลาแล้วที่เจ้าของปัญหาต้องลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของและหุ้นส่วนในการพัฒนา คณะกรรมการแผนพัฒนาในระดับต่างๆ ต่อไปต้องมีภาคประชาชนเข้าไปร่วม เพื่อเสนอและร่วมตัดสินใจการพัฒนาจังหวัด ตำบลของตนเอง

 นโยบายแผนงานของรัฐและท้องถิ่น แผนงานประชาชนได้ไปกำหนดเป็นนโยบายของตำบล เทศบาล อำเภอ จังหวัด หรือระดับชาติบ้างหรือไม่ ณ เวลานี้ยังไม่มี ที่มีเข้าไปเฉพาะโครงการๆ เป็นการสรุปของภาคประชาชน ระบบงบประมาณราชการ ใช้เงินเป็นเป้าหมาย คนที่รับเงินเป็นเครื่องมือ ซึ่งไม่น่าจะใช่ ทำอย่างไรคนบุรีรัมย์ที่ทำในหลายเรื่องอยากให้บุรีรัมย์เป็นเมืองแห่งความสุข มีงบประมาณลงมาเพื่อทำสิ่งนี้หรือไม่ ภาษีมาจากประชาชน แต่ประชาชนไม่มีช่องทางที่จะเป็นเจ้าของเงินงบประมาณในการพัฒนา การพัฒนาต้องเอาความทุกข์ความยากของพื้นที่เป็นตัวตั้ง กฏกติกาที่ไม่เอื้อก็จำเป็นที่จะต้องเอื้อต่อภาคประชาชนในการพัฒนา

วันนี้เป็นวันสำคัญของ 3 ฝ่าย เมื่อจับมือกับวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์เพื่อช่วยกันหาทางพัฒนา หาทางที่ประชาชนจะเป็นผู้กำหนดการพัฒนา เป็นพลังสามเส้า อนาคตจะเปลี่ยนบุรีรัมย์สู่นครแห่งความสุขร่วมกัน ผู้อำนวยการภาค กล่าว

นายวุฒิพงษ์ เหลืองอุดมชัย ผู้แทนเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า เป็นก้าวที่สำคัญของภาคประชาชนที่ได้จับมือกับทั้ง 2 หน่วยงานเพื่อสร้างความร่วมไม้ร่วมมือ ไปสู่เป้าหมายจากสิ่งที่เราคาดหวังไว้ ต่อไปนี้เรามีวิทยาลัยชุมชน ที่เป็นสถาบันวิชาการ มาเป็นหน่วยงานที่ประคับประคอง ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์จะไม่เดินอย่างโดดเดียว ทำอย่างไรชุมชนจะเป็นเจ้าของการพัฒนา เราเชื่อมาตลอดว่าไม่มีใครแก้ปัญหาชุมชนได้ดีกว่าคนในชุมชน ทำไมต้องปล่อยให้คนอื่นมาแก้ปัญหาให้ วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะเดินไปร่วมกัน

ผู้ช่วยศาสตรจารย์น้อย สุปิงคลัด ประธานสภาวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ กล่าวว่า ความมุ่งหวังที่อยากเห็นเมืองบุรีรัมย์เป็นนครแห่งความสุขของคนบุรีรัมย์นั้นเป็นเรื่องที่ดี การที่เรามาพบกันเพราะมีเหตุและปัจจัยที่ทำให้เรามาพบกัน และได้จับไม้จับมือกันพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะการพัฒนาประชาชนยิ่งถูกพัฒนายิ่งเตี้ยลงๆ แต่นักพัฒนากลับมีหน้ามีตาเจริญขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านที่ถูกพัฒนา ยิ่งพัฒนาคุณค่ายิ่งลดลงๆ คุณภาพชีวิตแย่ลง ทรัพยากรเสื่อมลง เป็นผลพวงจากการพัฒนาที่ตามมา หน่วยงานราชการยิ่งพัฒนายิ่งขยายตัวขยายองค์กร

ที่ผ่านมาการทำงานพัฒนาเป็นเรื่องของคนอื่น แม้คลองหน้าบ้านตนเองผักตบชวาเต็มคลองแต่เป็นเรื่องของเทศบาลที่ต้องมาเก็บให้ การพัฒนาต้องยึดหลักพระพุทธเจ้าที่ว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ที่ผ่านมาเราต่างรอให้คนอื่นมาแก้ปัญหา ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อคนผ่านไปมาก็ตกหลุมเกิดอุบัติเหตุ มีอยู่ที่แห่งหนึ่งเด็กเยาวชนเรี่ยรายเงินซื้อปูนมาช่วยกันถมนับเป็นเรื่องที่ดี

การจับมือ 3 ฝ่ายเป็นการเอาสิ่งที่ตนมีมาร่วมกัน จะเสริมสิ่งที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขาด เราจะมาช่วยกันเติมเต็มได้ วิทยาลัยชุมชนสามารถประสานความร่วมมือทางวิชาการมาช่วยสภาองค์กรชุมชนตำบล และ พอช. ไม่ว่าการอบรมบัญชี การฝึกอบรมความรู้ในด้านต่างๆ ชุมชนหากทำเองได้ก็ลงมือทำ หากที่เกินตัวก็ประสานความร่วมมือจากภายนอก ความรักในการพัฒนาที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตต้องเกิดจากภายใน และประสานพลังความร่วมมือ

สิ่งที่เราเหนื่อยในวันนี้ จะดีต่อลูกหลานของเราในวันหน้า การทำงานพัฒนาอย่าใจร้อนค่อยเป็นค่อยไป ก้าวทีละก้าว อย่าเป็นไฟไหม้ฟาง เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของเราเมืองบุรีรัมย์เป็นนครแห่งความสุข ไปทีละก้าวแต่อย่าหยุด และทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ประธานสภาวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ กล่าว

 

001 05

 

ทั้งนี้สาระสำคัญของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 3 ฝ่าย เป็นบันทึกความร่วมมือระยะ 4 ปี (2561– 2564) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคีพัฒนาเป็นการสร้างเครือข่ายข้ามหน่วยงานอย่างยั่งยืน 2) พัฒนาแกนนำเพื่อการเปลี่ยนแปลงของจังหวัดบุรีรัมย์ 3) พัฒนาการจัดการระบบข้อมูล การจัดการความรู้ การวิจัยพื้นที่รูปธรรมความคุมทุกมิติของการการพัฒนา 4) ร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับจังหวัดและแผนพัฒนาตำบล และ 5) ร่วมพัฒนางานวิจัยในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งบทบาทของแต่ละหน่วยงาน มีดังนี้

เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดบุรีรัมย์  มีบทบาทสำคัญในการ 1) ร่วมพัฒนาหลักสูตรแกนนำเพื่อการเปลี่ยนแปลง (วิทยากรกระบวนการ) 2) จัดบุคลากรเข้าร่วมอบรมแกนนำเพื่อการเปลี่ยนแปลง (วิทยากรกระบวนการ) และอบรมระบบบัญชี และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กรภาคีต่างๆ  3) เผยแพร่ ส่งเสริม การสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารตลอดจนเผยแพร่สู่สาธารณะ  และ 4) ร่วมปฏิบัติการและสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดรูปธรรมความสำเร็จในประเด็นงานต่างๆ ระดับตำบล เช่น สวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชนตำบล เศรษฐกิจและทุนชุมชน การพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกษตรอินทรีย์ เป็นต้น 5) ร่วมติดตาม/สอบทาน/ประเมินผล แบบเสริมพลังสู่การบริหารการจัดการที่ดี 6) สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมอื่นๆที่เหมาะสม

วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ เป็นผู้ดำเนินการหลักให้การสนับสนุน 1) ร่วมจัดทำหลักสูตรผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง (วิทยากรกระบวนการ) 2) จัดอบรมหลักสูตรผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง (วิทยากรกระบวนการ)  3) ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารตลอดจนเผยแพร่สู่สาธารณะ 4) ร่วมดำเนินการสนับสนุนพัฒนาแกนนำเพื่อการเปลี่ยนแปลง 5) ร่วมดำเนินงานการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์และแผนพัฒนาตำบล 6) ร่วมดำเนินงานการจัดทำวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนในจังหวัดบุรีรัมย์ 7) ร่วมพัฒนา/จัดทำศูนย์เรียนรู้ชุมชน และ 8) ร่วมติดตาม/สอบทาน/ประเมินผล แบบเสริมพลังสู่การบริหารการจัดการที่ดี 9) สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมอื่นๆที่เหมาะสม

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้การสนับสนุน 1) การดำเนินงานและการปฏิบัติการของเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนเพื่อนำไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง 2) สนับสนุนด้านบุคลากร และทรัพยากรสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงานที่ได้กำหนดร่วมกัน 3) การเชื่อมโยงเครือข่ายงานพัฒนากับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนท้องถิ่นระดับพื้นที่และระดับจังหวัด 4) ร่วมติดตาม/สอบทาน/ประเมินผล แบบเสริมพลังสู่การบริหารการจัดการที่ดี 5) ประสานและอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ที่เหมาะสม

 

001 10

001 02001 18001 17

001 15

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter