playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

DSC_0278_resize.JPG

เขตบางซื่อ / โครงการ “สานพลังประชารัฐ การพัฒนาบึงบางซื่อ” ซึ่งเป็นความร่วมมือทั้งภาคเอกชนและรัฐ โดย SCG. มอบที่ดิน 10 ไร่ เพื่อสร้างบ้านมั่นคงให้ชาวชุมชนแออัดที่อาศัยอยู่รอบบึง 197 ครอบครัว และพัฒนาพื้นที่รอบบึง 51 ไร่ให้เป็นสถานที่พักผ่อน โดยมีเครือข่ายบ้านมั่นคงทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดกว่า 200 คนเข้าร่วมงานและแสดงความยินดีกับชาวชุมชนบ่อฝรั่ง

พื้นที่บึงบางซื่อมีเนื้อที่ทั้งหมด 61 ไร่ เป็นที่ดินของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCG. ขุดดินเอาไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตปูนซิเมนต์ จนกลายเป็นบึงหรือบ่อน้ำขนาดใหญ่ ส่วนพื้นที่รอบบ่อ บริษัทฯ สร้างบ้านให้พนักงานอยู่อาศัย ต่อมามีการขยายครอบครัว รวมทั้งคนจากภายนอกบุกรุกเข้ามาปลูกบ้านเรือนเพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นชุมชนแออัด บ้านเรือนทรุดโทรม บริษัท SCG ในฐานะเจ้าของที่ดินจึงมีแผนงานพัฒนาบึงบางซื่อขึ้นมา โดยร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ‘บ้านมั่นคง’ เฟสแรก จำนวน 45 ครัวเรือน แล้วเสร็จในปี 2558 และจะดำเนินการอีก 197 ครัวเรือน พร้อมทั้งพัฒนาบึงบางซื่อให้เป็นพื้นที่สีเขียว โดยความร่วมือของหลายหน่วยงาน

โดยในช่วงเช้าวันนี้ (9 เมษายน) มีเวทีเสวนาเรื่อง “ 15 ปีบ้านมั่นคง เหลียวหลัง แลหน้า จากชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ถึงบึงบางซื่อ” โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วยตัวแทนชุมชนบึงบางซื่อ (บ่อฝรั่ง) ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ เครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพ อ.มณฑล จันทร์แจ่มใส ม.ราชภัฏพระนคร และนางสาวสมสุข   บุญญะบัญชา ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)

DSC_0292_resize.JPG

อ.มณฑล จันทร์แจ่มใส ม.ราชภัฏพระนคร กล่าวว่า แนวทางบ้านมั่นคงเป็นแนวทางที่ดี และควรจะเอาชุมชนที่ประสบความสำเร็จมาขยายผลต่อ ซึ่งในส่วนของสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยจะต้องไปรับใช้ชุมชน เพราะที่ผ่านมา นักศึกษาที่เรียนด้านสถาปนิกมีความคิดที่จะสร้างบ้านให้คนรวย ตนจึงพานักศึกษาลงชุมชนเพื่อไปเรียนรู้จากชาวบ้าน

“คนจนต้องมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แต่จะทำเพียงคนเดียวหรือทำเดี่ยวๆ ไม่ได้ ต้องร่วมมือกัน โดยหน่วยงานรัฐต้องให้โอกาสชาวบ้านได้มีพื้นที่พูดคุย ต่อรอง   และเอาหน่วยงานต่างๆ มาพูดคุยกัน เป็นการทำงานแบบบูรณาการ ไม่คิดแยกส่วน แต่ต้องมองในภาพรวม โดยมหาวิทยาลัยควรมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาของชาวบ้าน ในขณะเดียวกันชาวบ้านก็จะต้องถอดบทเรียน เอาประสบการณ์จากพื้นที่อื่นๆ มาเรียนรู้   และต้องทำเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การศึกษา เป็นการพัฒนาทั้งกระบวนการ เพื่อทำให้เมืองน่าอยู่และมีความสุข” อ.มณฑลกล่าว

DSC_0296_resize.JPG

นางสาวสมสุข   บุญญะบัญชา ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญของชาวชุมชนบ่อฝรั่ง (บึงบางซื่อ) และถือเป็นวันที่สำคัญของประเทศ เพราะโครงการพัฒนาบึงบางซื่อเป็นความร่วมมือของชุมชน บริษัท SCG. กรมธนารักษ์ พอช. และหน่วยงานต่างๆ มาร่วมสนับสนุนชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านมีภาระในการสร้างบ้านน้อยลง ขณะเดียวกันชุมชนต้องใช้โอกาสนี้ทำให้คนทุกกลุ่มในสังคมเห็นว่าบ้านมั่นคงเป็นโครงการที่ดี เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้สังคมเห็นถึงความร่วมมือร่วมใจในการทำบ้านมั่นคง ซึ่งจะทำให้คนจนคนอื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งในเมืองและชนบทได้มีกาสแบบชาวชุมชนบึงบางซื่อ

“โครงการบ้านมั่นคงเป็นเครื่องมือเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เป็นการพัฒนาคน พัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง ไม่ใช่สร้างบ้านเพียงอย่างเดียว และต้องทำร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ต้องเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย และต้องทำทั้งเมือง ทำทุกมิติ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดี” นางสาวสมสุขกล่าว

DSC_0290_resize.JPG

นางสนอง รวยสูงเนิน เครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบางเมืองชุมแพ กล่าวว่า การทำโครงการบ้านมั่นคง ชุมชนจะต้องเข้มแข็ง ต้องร่วมกันตัดสินใจ และร่วมกันบริหารโครงการ โดยใช้ทุนภายในของเราเป็นหลัก เช่น มีการร่วมกันออมทรัพย์เพื่อเป็นหลักประกันในการทำโครงการ ใช้ทุนภายนอกให้น้อย เพื่อนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชน

“เมื่อก่อนคนจนจะเรียกร้องสิ่งใด เราต้องไปม็อบหรือไปประท้วง แต่ตอนนี้มีหน่วยงานต่างๆ มาร่วมสนับสนุนเราแล้ว และเมื่อเราทำบ้านมั่นคงแล้ว เราต้องรักษาบ้านเอาไว้ให้ได้ โดยการสร้างอาชีพมารองรับ เช่น ที่เมืองชุมแพ เราทำนารวม ทำโรงงานน้ำดื่ม รวมทั้งยังมีกิจกรรมอื่น เช่น การพัฒนาเด็กและเยาวชน ทำเรื่องสุขภาพผู้สูงอายุ และมีการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายเพื่อให้เกิดพลังในการเปลี่ยนแปลง” นางสนองกล่าว

DSC_0307_resize.JPG

นายมานะ เพ็งสุคันโธ ตัวแทนชุมชนบ่อฝรั่ง กล่าวว่า ชุมชนบ่อฝรั่งเป็นต้นแบบการทำโครงการบ้านมั่นคงทีมที่มีเอกชนคือ หน่วยงานรัฐมาร่วมสนับสนุน ซึ่งต่อไปเราจะพัฒนาบึงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งรายได้ของชุมชน   และจะพัฒนาในด้านต่างๆ โดยนำประสบการณ์จากการดูงงานที่ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ เมืองชุมแพ ฯลฯ มาเป็นแบบอย่างการพัฒนา เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ลูกหลานมีอนาคตที่ดี

DSC_0315_resize.JPG

นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผอ.พอช.กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงทำให้ชุมชนมีโอกาสในการพัฒนาที่อยู่อาศัย เป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่น ทำให้ชาวบ้านเกิดความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น และมีอิสระในการคิด เป็นการใช้พลังความดีของชุมชนอย่างสร้างสรรค์

“ต่อไปชุมชนหรือคนจนจะไม่เป็นภาระของการพัฒนาเมือง แต่คนจนจะเป็นพลังสร้างสรรค์เมืองในอนาคต และคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนกับคนอื่น” ผอ.พอช.กล่าว

ผอ.พอช.กล่าวด้วยว่า โครงการสานพลังประชารัฐพัฒนาบึงบางซื่อ ถือเป็นตัวอย่างและเป็นทิศทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน และเป็นการพัฒนาทุกมิติ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาเด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมอาชีพและรายได้ ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ในปี 2556-2558 พอช.ได้สนับสนุนการการสร้างบ้านเฟสแรกในชุมชนบ่อฝรั่งไปแล้ว จำนวน 45 ครัวเรือน ส่วนโครงการสานพลังประชารัฐ การพัฒนาบึงบางซื่อ ในเฟสใหม่จะดำเนินการรวม 197 ครัวเรือน โดยแบ่งการก่อสร้างเป็น 1.บ้านแถวหรือทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น จำนวน 60 ห้อง ขนาดห้องละ 56 ตร.ม. ราคา 481,750 บาท 2.อาคารชุด 4 ชั้น 3 อาคาร รวม 133 ห้อง ขนาด 31.5-38 ตร.ม. ราคา700,182-844,664 บาท   และ 3.บ้านสำหรับผู้สูงอายุ ไม่มีรายได้ จำนวน 4 ห้อง ขนาด 12-15 ตร.ม. รวมทั้งหมด 197 หลัง  ใช้งบประมาณทั้งหมด 129 ล้านบาท โดยสำนักงานสลากกินแบ่งฯ สมทบเงินจำนวน 71 ล้านบาท ชุมชนสมทบจากเงินออมหลังละ 30,000 บาท รวม 5.7 ล้านบาทเศษ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนให้สินเชื่อรวม 48 ล้านบาท

ส่วนการพัฒนาบึงบางซื่อเนื้อที่ 51 ไร่ ให้เป็นสถานที่พักผ่อน เป็นพื้นที่สีเขียว และเป็นปอดใหม่ของกรุงเทพฯ SCG. จะสมทบงบอีกประมาณ 100 ล้านบาท รวมงบประมาณพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาบึงบางซื่อทั้งหมดประมาณ 350 ล้านบาท (พอช. 48 ล้านบาท สนง.สลากฯ 200 ล้านบาท SCG.100 ล้านบาท) ตามแผนงานโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาบึงบางซื่อจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณเดือนพฤษภาคมนี้ และจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2563  

   DSC_0282_resize.JPGDSC_0322_resize.JPG                                                     

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter