playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

จ.อุทัยธานี / พลเอกอนันตพร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และผู้ว่าราชการ จ.อุทัยธานี  ร่วมงานมอบบ้านมั่นคงในที่ดิน สปก.ตำบลระบำ  อำเภอลานสัก  ที่สร้างเสร็จแล้วรวม 228 ครัวเรือน  ส่วนที่เหลืออีก 90 ครัวเรือนจะสร้างเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้  ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนร่วมมือกับ สปก.สร้างบ้านมั่นคงนำร่องทั่วประเทศ 982 ครัวเรือน  ใช้งบกว่า 46 ล้านบาท  สร้างเสร็จแล้วประมาณ 500 ครัวเรือน

ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งที่ 36/2559  ให้ยึดคืนพื้นที่ในเขตปฎิรูปที่ดินจากผู้ที่ครอบครองไม่ถูกกฎหมายทั่วประเทศ  รวมทั้งให้นำที่ดิน สปก.(สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ยากไร้ขาดแคลนที่ดินทำกิน   โดยในจังหวัดอุทัยธานี  สปก.ได้นำที่ดินที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) เคยเช่าปลูกยูคาลิปตัสใน ต.ระบำ อ.ลานสัก  จำนวน 3,239  ไร่  มาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ยากไร้รวม 318  ครัวเรือน  โดย สปก. ได้พัฒนาแปลงที่ดิน  จัดโซนที่ดินทำกิน และโซนที่อยู่อาศัยให้เกษตรกร ในลักษณะแปลงรวม  (ให้อยู่อาศัยและทำกิน  แต่ไม่ให้กรรมสิทธิ์) โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุนทั้งด้านสาธารณูปโภคและส่งเสริมอาชีพ

ส่วนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำแผนงานสนับสนุนที่อยู่อาศัยชุมชนหรือ ‘บ้านมั่นคงชนบท’ เริ่มดำเนินการในปี 2560 ที่ผ่านมา   ขณะที่กลุ่มเกษตรกรได้รวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินตำบลระบำ จำกัด ขึ้นมา  เพื่อบริหารโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาอาชีพ    

DSC_0742_resize.JPG

ล่าสุดวันนี้ (19 เมษายน) พลเอกอนันตพร  กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และคณะ  ได้เดินทางมาที่ชุมชนอริโยทัย  ต.ระบำ  อ.ลานสัก  จ.อุทัยธานี  เพื่อเป็นประธานในพิธีมอบบ้านมั่นคงในที่ดิน สปก.ให้แก่ชาวชุมชน  6  ชุมชนที่สร้างบ้านเสร็จแล้วจำนวน  228 ครัวเรือน   โดยมีนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี  หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ  นายสุรจิตต์  อินทรชิต  เลขาธิการ สปก. และนายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ให้การต้อนรับ  มีประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 450 คน                                                         

นายแสนสุข  ป้องสนาม  ประธานกรรมการสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินตำบลระบำ จำกัด  กล่าวว่า  เดิมชาวชุมชน   อริโยทัยส่วนใหญ่อพยพมาจากภาคอีสานเพื่อมาบุกเบิกที่ดินทำกินในจังหวัดอุทัยธานีตั้งแต่เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว  โดยเข้าไปทำกินในที่ดินของรัฐ  เช่น  ที่ดินในเขตพื้นที่ป่าต้นน้ำ  ที่ดินในเขตวนอุทยาน  ฯลฯ  เมื่อรัฐบาลมีโครงการจัดสรรที่ดิน สปก.ให้แก่เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดิน  โดยนำที่ดินที่ ออป.เคยเช่าจำนวน  3,239  ไร่  มาจัดสรรให้แก่เกษตรกร โดยให้บริหารจัดการที่ดินในรูปแบบสหกรณ์  มีเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์รวมทั้งหมด  486  ราย  ได้รับที่ดินปลูกสร้างบ้านครอบครัวละ 150  ตารางวา  และที่ดินทำกินครอบครัวละ 4.5 ไร่  ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรย้ายออกจากพื้นที่เดิมมาอยู่ในชุมชนใหม่แล้ว  รวม 6 ชุมชน  318 ครอบครัว   โดยสร้างบ้านเสร็จแล้ว  228  ครอบครัว  ส่วนอีก 2 ชุมชน  รวม 168 ครอบครัวยังไม่ได้ย้ายเข้ามา

ทั้งนี้เกษตรกรที่อยู่ในข่ายที่จะได้รับสิทธิ์  คือ  1. ผู้ที่ถูกผลักดันและอพยพออกจากพื้นที่ป่าต้นน้ำและป่าอนุรักษ์ที่สำคัญ 2. ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามโครงการของทางราชการที่สูญเสียที่ดินทำกิน  3. เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินที่ขอรับการจัดที่ดินที่มีถิ่นที่อยู่ในท้องที่ที่จะจัดที่ดิน และได้ขึ้นทะเบียนกับ สปก. หรือหน่วยงานอื่นๆ

DSC_0673_resize.JPG

DSC_0669_resize.JPG

ส่วนการก่อสร้างบ้านนั้น  นายแสนสุขกล่าวว่า  เริ่มก่อสร้างบ้านเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา  โดยได้รับงบสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ครัวเรือนละ 40,000 บาท  ส่วนใหญ่จะสร้างบ้านชั้นเดียว  สร้างด้วยอิฐบล็อค  ใช้วัสดุและไม้เก่า  รวมทั้งช่วยกันก่อสร้างแบบเอาแรง  ไม่เสียค่าจ้าง  ทำให้ใช้งบประมาณไม่มาก  ขณะนี้สร้างบ้านเสร็จแล้วรวม 228 หลัง  และจะสร้างเสร็จอีก 90 หลังภายในเดือนกรกฎาคมนี้  รวมทั้งหมด 318 หลัง 

“ส่วนการพัฒนาเรื่องอาชีพนั้น  เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่จะปลูกมันสำปะหลังและข้าวโพด  สหกรณ์ฯ จึงจะเปิดรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้านเพื่อรวบรวมนำมาขายต่อให้แก่พ่อค้าโดยตรง  ซึ่งจะทำให้ได้ราคาดีกว่าที่ต่างคนต่างขาย  นอกจากนี้หากสมาชิกคนใดเดือดร้อนเรื่องเงิน  สหกรณ์ฯ ก็จะให้กู้ยืมไม่เกินรายละ 30,000 บาท  ดอกเบี้ยร้อยละ 7 บาทต่อปี  ชำระคืนภายใน 10 เดือน  ตอนนี้สหกรณ์ฯ มีสมาชิกประมาณ 357 ราย สมาชิกจะต้องออมเงินเดือนละ 100 บาท ตอนนี้มีเงินหมุนเวียนประมาณ 2 ล้านบาท” ประธานสหกรณ์ฯ กล่าว 

นอกจากอาชีพปลูกมันสำปะหลังและข้าวโพดแล้ว  สมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ยังปลูกหม่อนเพื่อเลี้ยงไหมส่งขาย  มีรายได้ประมาณเดือนละ 10,000 บาท  และยังทำเกษตรผสมผสาน  เช่น  เลี้ยงกบ  ปลาดุก  เลี้ยงไก่  เลี้ยงวัวเนื้อ  ปลูกผักสวนครัว  ผักปลอดสารเคมี  เอาไว้กินและขายเป็นรายได้

พลเอกอนันตพร  กาญจนรัตน์  รมว.พม.  กล่าวว่า  รัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม  โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชนบท   ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ  21.32 ล้านครัวเรือน  มีผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการที่อยู่อาศัยประมาณ  3.5 ล้านครัวเรือน   รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ  20 ปี  เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2560  ถึงปี 2579  รวม  1,053,702 ครัวเรือน 

“โครงการบ้านมั่นคงในตำบลระบำ  จังหวัดอุทัยธานี  ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปีของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  และเป็นต้นแบบในการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ  โดยเฉพาะสปก.ที่นำที่ดินมาจัดสรรให้แก่เกษตรกร  และมีหน่วยงานอื่นๆ มาร่วมสนับสนุน  ทั้งเรื่องการสร้างสาธารณูปโภค  ถนน ประปา  ไฟฟ้า  การส่งเสริมอาชีพ  ซึ่งโครงการบ้านมั่นคงไม่ได้ทำแต่เฉพาะเรื่องบ้านเท่านั้น  แต่จะต้องทำทุกเรื่อง  เช่น  เรื่องเด็กและเยาวชน  สตรี  ผู้สูงอายุ  สิ่งแวดล้อม  การสร้างอาชีพ  สร้างรายได้  ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายให้ประชาชนมีความมั่นคง  มั่งคั่ง  และยั่งยืน”  พลเอกอนันตพรกล่าว

นายแมนรัตน์  รัตนสุคนธ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี  กล่าวว่า  จังหวัดอุทัยธานีมีวิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดที่มุ่งสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  เกษตรปลอดภัย  สังคมอุทัยผาสุก  ซึ่งการดำเนินการจัดสรรที่ดิน สปก.ให้แก่เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย  ถือเป็นแนวทางสำคัญที่จังหวัดได้ให้การสนับสนุน  เพราะทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินที่มั่นคง  ไม่ต้องบุกรุกที่ดินหวงห้าม  และทำมาหากินด้วยความสุข

“ โดยเฉพาะการที่เกษตรกรได้รวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์จะทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง  สามารถให้การช่วยเหลือสมาชิกที่เดือดร้อน  และสร้างพลังต่อรองในการรวมกลุ่มกันเพื่อขายผลผลิต  จะได้ไม่ถูกเอาเปรียบ  นอกจากนี้การปลูกพืชปลอดสารเคมีก็สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของจังหวัด  ซึ่งต่อไปชุมชนอาจจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ได้  เพราะสภาพชุมชนมีทิวทัศน์สวยงาม  มีอาหารที่ปลอดภัย  และยังอยู่ใกล้กับเขตรักษษพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งด้วย”  ผู้ว่าฯ จ.อุทัยธานีกล่าว

นายสมชาติ  ภาระสุรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า  พอช.ได้ร่วมกับ สปก. นำที่ดินที่ สปก.ยึดมาจากผู้ที่ครอบครองไม่ถูกต้อง  รวมทั้งพื้นที่ที่หมดสัญญาเช่า  เช่น  ที่ดิน สปก.ตำบลระบำ  มาจัดสรรให้เกษตรกรที่ขาดแคลน  โดย พอช.มีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย  เริ่มดำเนินการในปี 2560  ซึ่งขณะนี้ได้ทำโครงการนำร่องไปแล้วทั้ง 5 ภาค  7 จังหวัด  คือ  อุทัยธานี  กาญจนบุรี  ชลบุรี   สระแก้ว  นครราชสีมา  กาฬสินธุ์  และสุราษฎร์ธานี  รวมทั้งหมด 982 ครัวเรือน  ใช้งบประมาณทั้งหมด 46.9 ล้านบาท  ขณะนี้สนับสนุนการก่อสร้างบ้านเสร็จแล้วประมาณ 500 ครัวเรือน  ซึ่งรวมทั้งพื้นที่ในตำบลระบำ จ.อุทัยธานีด้วย

DSC_0697_resize.JPG

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter