playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Interior1_resize.JPG

ริมคลองลาดพร้าว/ นายสุธี  มากบุญ รมช.มหาดไทย  เป็นประธานมอบทะเบียนบ้านชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศและชุมชนหลังสมาคมโรงเรียนไทย-ญี่ปุ่นที่สร้างบ้านเฟสแรกเสร็จแล้วรวม 31 หลัง  ขณะที่การก่อสร้างบ้านตลอดคลองลาดพร้าว 50 ชุมชน  รวม 6,841 ครัวเรือน   ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว  34 ชุมชน  ก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว  2,592  ครัวเรือน   ส่วนการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมยังติดปัญหาผู้ที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการทำให้การสร้างเขื่อนฯ ล่าช้า  สร้างได้ 33 %  ส่อแววขยายสัญญาให้บริษัทรับเหมา  ด้าน กทม.เตรียมใช้ ปว.44 รื้อบ้านรุกคลอง

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายบริหารจัดการสิ่งรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ  โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ  ระยะทางรวม 45.3 กิโลเมตร  และให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’ จัดทำแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองซึ่งจะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อน  ในพื้นที่ 8 เขต  จำนวน  50 ชุมชน  รวม 6,841 ครัวเรือน  โดยเริ่มดำเนินตั้งแต่ปี 2558

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา  นายสุธี  มากบุญ  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ได้เดินทางมาเป็นประธานจัดกิจกรรม “คืนความสุขให้คนคลอง  คืนสายคลองให้คนเมือง” ที่ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ  เขตห้วยขวาง  เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์นโยบายบริหารจัดการสิ่งรุกล้ำลำน้ำสาธารณะของรัฐบาล   รวมทั้งมอบทะเบียนบ้านให้แก่ชาวชุมชนชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศและชุมชนหลังสมาคมโรงเรียนไทย-ญี่ปุ่นที่เข้าร่วมโครงการ  โดยรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อน  และสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิม  ซึ่งขณะนี้สร้างบ้านเฟสแรกเสร็จแล้วรวม 31 หลัง  โดยมีพลโทสรรเสริญ  แก้วกำเนิด  รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์  นายสกลธี  ภัททิยกุล  รองผู้ว่า กทม.  นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ ผอ.พอช. ผู้แทน คสช.  ตำรวจ  และประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ  300 คน

Interior2_resize.JPG

นายสุธี  มากบุญ  รมช.มหาดไทย  กล่าวว่า  ทั้งสองชุมชน  คือ  ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศและชุมชนหลังสมาคมโรงเรียนไทย-ญี่ปุ่นได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานของภาครัฐสูงมาก  แม้ว่าจะมีบางส่วนที่ยังไม่ร่วมมือ  แต่ก็จะเร่งดำเนินการสร้างความเข้าใจกับประชาชน  และจะเป็นตัวอย่างที่ดีกับในอีก 50 ชุมชนต่อไป  โดยเฉพาะการร่วมมือของทุกฝ่าย  รวมทั้งกรมประชาสัมพันธ์ที่เข้าสนับสนุนการทำงานจัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจกับประชาชน

“รัฐบาลภายใต้การทำงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  ต้องการที่จะแก้ไขปัญหา      มีนโยบายที่ชัดเจน  มีทั้งแผนงาน  แผนเงิน  แผนคน   และแปลงยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน  ซึ่ง ณ วันนี้สมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว  8 เขต 50 ชุมชนที่เราจะต้องแก้ไข  ซึ่งผมเชื่อว่าความก้าวหน้าของเราเกินกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว ถึงแม้ว่า กทม.จะทำงานยากสักนิดหนึ่ง  แต่อย่างน้อยที่สุดโครงการคลองลาดพร้าวของเรา ไม่ว่าจะปักเสาเข็มก็ก้าวหน้าไปแล้ว  และอีกส่วนหนึ่งก็คือ ในสิ้นปีนี้  บ้านของ พอช.ที่ทำงานใน 50 ชุมชนจะก้าวขึ้นเป็น 40% เช่นกัน  ซึ่งผมเชื่อว่าโครงการนี้จะสำเร็จ  และจะส่งผลให้นโยบายของรัฐบาลมีผลสัมฤทธิ์่ที่สมบูรณ์”  รมช.มหาดไทยกล่าว

Interior3_resize.JPG

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’  กล่าวว่า  พอช.มีเป้าหมายสนับสนุนการสร้างบ้านใหม่ตามโครงการ ‘บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว’ เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคง  เปลี่ยนจากการบุกรุกที่ดินราชพัสดุที่กรมธนารักษ์ดูแลเป็นการเช่าอย่างถูกกฎหมาย  ระยะเวลาเช่าช่วงแรก 30 ปี  หลังจากหมดสัญญาสามารถทำเรื่องเช่าต่อได้อีก  ขณะที่กรุงเทพมหานครก็สามารถสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯได้   โดยมีเป้าหมายทั้งหมด 50 ชุมชน  รวม 6,841 ครัวเรือน  ในพื้นที่ 8  เขต คือ  วังทองหลาง  ห้วยขวาง  ลาดพร้าว  จตุจักร  บางเขน  หลักสี่  ดอนเมือง  และสายไหม  ซึ่งขณะนี้สนับสนุนการสร้างบ้านไปแล้ว  34 ชุมชน  ก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว  2,592  ครัวเรือน  ส่วนที่เหลืออยู่ในระหว่างการดำเนินการ

“ส่วนรูปแบบบ้านนั้น  ชาวชุมชนจะกำหนดเอง  ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว 2 ชั้น  ขนาดประมาณ  4x7 ตารางเมตร  เมื่อรื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลองและเขื่อนฯ แล้ว  ชาวชุมชนก็สามารถสร้างบ้านใหม่ได้ทันที  ใช้เวลาไม่เกิน 1 ปีก็สามารถเข้าอยู่ได้  ทำให้ชุมชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  บ้านเรือนสวยงาม  มีสภาพแวดล้อมที่ดี  โดย พอช.สนับสนุนงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้แก่ชาวบ้านครัวเรือนละ  50,000   บาท  งบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยครัวเรือนละ 25,000 บาท  งบแบ่งเบาผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 72,000   บาท  นอกจากนี้ยังสนับสนุนสินเชื่อครัวเรือนละไม่เกิน 330,000 บาท  ผ่อนชำระคืนภายใน 20 ปี  แต่หากอยู่อาศัยในชุมชนเดิมไม่ได้  ชาวบ้านต้องรวมตัวกันไปหาซื้อที่ดินใหม่  ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้วหลายชุมชน”  ผอ.พอช.กล่าว

Interior4_resize.JPG

 นายสกลธี  ภัททิยกุล  รองผู้ว่า กทม. กล่าวว่า  การสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวจะทำให้พื้นที่คลองเปิด   ทำให้การขุดลอกคูคลองได้ง่ายขึ้น  มีทางระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น  และนอกจากเรื่องระบายน้ำแล้วยังเป็นเรื่องทางสัญจรด้วย  เพราะเป็นนโยบายของทางกรุงเทพมหานคร  คือ “ล้อ  ราง  เรือ”  ซึ่งในอนาคตจะเป็นจุดเชื่อมต่อนั่งเรือแล้วไปขึ้นรถไฟฟ้า 

“ส่วนเรื่องกลุ่มผู้ที่คัดค้านและยังไม่เข้าร่วมโครงการทำให้การก่อสร้างเขื่อนฯ ล่าช้า  และทาง กทม.มีมาตรการจะใช้ ปว.44  เพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น  ขณะนี้จะให้เจ้าหน้าที่เขตทั้ง 8 เขตเข้าไปพูดคุยอีกครั้งหนึ่งก่อน  แต่ถ้าพูดคุยแล้วยังไม่เรียบร้อย  เพื่อให้งานเดินและให้เสร็จตามเป้าอาจจะมีความจำเป็นต้องใช้ ปว.44  ซึ่งทางรองผู้ว่า กทม. นายจักรพันธ์ ผิวงาม  ที่คุมสำนักระบายน้ำจะเป็นผู้พิจารณาและนำเสนอผู้ว่าฯ อีกครั้งภายใน  1- 2 เดือนนี้”  นายสกลธีกล่าว

รองผู้ว่า กทม.กล่าวด้วยว่า  การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าวตามสัญญาจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2562  แต่จากปัญหากลุ่มชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการรวมทั้งหมดประมาณ 470 หลังในพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว 8 เขต  ทำให้ผู้รับเหมาไม่สามารถเข้าไปตอกเสาเข็มได้ตามเป้าหมาย  จึงคาดว่าจะทำให้การก่อสร้างเขื่อนต้องล่าช้าออกไปพอสมควร

ทั้งนี้ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 44 (พ.ศ.2502)  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจในการติดประกาศเพื่อให้ผู้รุกล้ำลำคลองรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน  หากยังดื้อแพ่งและไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง  เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตสามารถรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ทันที  อย่างไรก็ตาม  ก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานเจ้าของที่ดินราชพัสดุริมคลองได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มแกนนำชุมชนริมคลองประมาณ 70 รายที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำที่ดินราชพัสดุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว  ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการในชั้นอัยการ

Interior5jpg_resize.jpg

โครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำมีระยะทางทั้งหมด 45.3 กิโลเมตร  บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง  จำกัด  ประมูลงานได้ในวงเงิน 1,645 ล้านบาท  เริ่มโครงการวันที่ 15 มกราคม 2559  กำหนดแล้วเสร็จ 27 มิถุนายน 2562  ระยะเวลา 1,260  วัน  รูปแบบเป็นเขื่อนระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก  มีรั้วกันตก  และประตูระบายน้ำ  เริ่มสร้างจากอุโมงค์เขื่อนยักษ์พระรามเก้า-รามคำแหง (บริเวณปากคลองแสนแสบ) เขตวังทองหลาง  ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้  เขตสายไหม 

ปัจจุบันตอกเสาเข็มได้ระยะทางประมาณ  18.2 กิโลเมตร  คิดเป็นเนื้องานประมาณ 33.27 %  ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าแผนงาน  จึงคาดว่า กทม.จะต้องขยายสัญญาการสร้างเขื่อนฯ ให้แก่บริษัทรับเหมา  เนื่องจากติดปัญหาบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองและแนวเขื่อนฯ ที่ไม่เข้าร่วมโครงการ  และเข้าร่วมกับนายศรีสุวรรณ  จรรยา  สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย  เพื่อคัดค้านโครงการในประเด็นต่างๆ  

Interior6_resize.jpg

 

Interior7_resize.JPG

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter