playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

2009 1

 กรุงเทพมหานคร/  ขบวนองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร  ร่วมกับหน่วยงานภาคี จัดเวทีสมัชชาขบวนองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเมืองฐานราก ชุมชนอยู่ดีมีสุข  “ตามแนวทางศาสตร์พระราชา  สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”  เพื่อนำเสนอภาพการทำงานขบวนองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร  และเครือข่ายการทำงานทุกประเด็น และระดมความคิดเห็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อแนวทางการพัฒนาชุมชนฐานรากกรุงเทพมหานคร  การประสานความร่วมมือ  และเชื่อมโยงแผนงานของขบวนองค์กรชุมชนกับหน่วยงานภาคี  อีกทั้งผู้ว่า กทม. มอบเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน 21 กองทุน  กว่า 7 ล้านบาท

 

วันที่  19 กันยายน  2561  ขบวนองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร  ร่วมกับกรุงเทพมหานคร  โดยสำนักพัฒนาสังคม  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)  มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.)  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  (สปสช.) จัดเวทีสมัชชาขบวนองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร  การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเมืองฐานราก ชุมชนอยู่ดีมีสุข  “ตามแนวทางศาสตร์พระราชา  สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”  ณ  อาคารกีฬาเวสน์  ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย – ญี่ปุ่น)  เขตดินแดง  กรุงเทพมหานคร  โดยมีผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนและหน่วยงานภาคีเข้าร่วมประมาณ  750  คน

2009 2

ในการจัดงานครั้งนี้  ช่วงเช้าได้มีเวทีสานเสวนาการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเมืองฐานราก  ชุมชนอยู่ดีมีสุข  “ตามแนวทางศาสตร์พระราชา  สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”  ซึ่งมีผู้ ร่วมเสวนา  ดังนี้  1) นางวิภารัตน์  ไชยานุกิจ  ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม  2)นายธีรพล  สุวรรณรุ่งเรือง  รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  (องค์การมหาชน)  3) ร.อ.ดร.ประภาส  แสงประดับ  ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน  4) นางหนูเกณ  อินทจันทร์  ผู้แทนเครือข่ายสลัม  4  ภาค  และมีนายยุทธพงษ์  เขื่อนเมือง  หัวงานปฏิบัติการชุมชน  ดำเนินการเสวนา โดยมีบทสรุปที่สำคัญคือ ประการแรก  การทำงานและการขับเคลื่อนงานเชิงบูรณาการและมีเป้าหมายร่วมของทุกภาคส่วน ปัจจุบันได้ก้าวมาถูกทิศถูกทางแล้ว  ประการที่สอง  แนวทางการแก้ไขปัญหา พัฒนานวัตกรรมวันนี้มีแนวทางที่ตรงกัน  คือการเริ่มสร้างจากฐานรากของสังคม  ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง  ชุมชนเป็นแกนหลัก  ประการที่สาม  ยกระดับและพัฒนางานเชิงบูรณาการ ให้เกิดรูปธรรม  เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การยกระดับเชิงนโยบาย  ซึ่งบางเรื่องต้องใช้รูปธรรมจริงผลักดัน  หมายถึงการระเบิดจากข้างใน  ประการที่สี่ ใช้ข้อมูลวิชาการเป็นเครื่องมือของการทำงานร่วม  ประการสุดท้าย  สร้างการเรียนรู้การทำงาน ใช้ความหลากหลายเป็นพลังเชิงบวก และเพิ่มคณะทำงานที่หลากหลาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง 

2009 5

นางสาวสมสุข  บุญญะบัญชา  ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  (องค์การมหาชน)  กล่าวถึงเมืองทุกมิติ  กับการจัดการที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครว่า การพัฒนาเมืองทุกมิติจะต้องสร้างกระบวนการรวมเป็นกลุ่ม เสนออะไรก็เสนอเป็นกลุ่ม เพราะเป็นปัจเจกไม่มีทางจะได้  สิ่งสำคัญเราต้องแก้ทุกเรื่อง เรื่องที่อยู่อาศัย  เรื่องสวัสดิการ เรื่องผู้สูงวัย  เรื่องเด็กเยาวชน  ทำให้เกิดการพัฒนาแบบองค์รวมเล็กๆ ในชุมชน โดยมีคำหนึ่งที่เราได้ยินบ่อยๆ คือ “การพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง  ไม่ทอดทิ้งใคร จะเกิดการพัฒนาเมืองทุกมิติไม่ได้หากไม่มีชุมชน”  การพัฒนาที่อยู่อาศัยมั่นคงเรายังไม่ได้ทำอย่างเป็นกระบวนการ  มีชุมชนที่มั่นคง  ประเด็นหนึ่งของการสมัชชาคือ การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย  ระหว่างสมัชชากับ พอช. ว่าเราจะแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยร่วมกัน  แก้ไขปัญหาทุกเรื่อง เรื่องดิน เรื่องบ้าน เรื่องกองทุน และมิติอื่นๆ ได้อย่างไร

          “กทม. จะเป็นเมืองพัฒนาทุกมิติ  เป็นเมืองต้นแบบ เราต้องทำงานกับคนที่อยู่รอบข้าง ทำการขายผักปลอดสารเคมี  ชุมชนเข้มแข็งก็ค่อยๆ เชื่อมโยงไปสู่เรื่องอื่นๆ เกิดการพัฒนาผังเมือง  สอดคล้องกับวิถีชีวิต  จะต้องเป็นเครือข่ายที่ไม่หยุดนิ่ง เดินไปข้างหน้า  พวกเราต้องรวมกันเป็นเครือข่ายช่วยเหลือพี่น้องชุมชนที่มีความเดือดร้อน  ทำการพัฒนาทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ด้านสังคม ด้านผู้สูงวัย  หากว่าท่านมีความเข้มแข็งพอแล้ว ขยายการพัฒนาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

          เรามีสมัชชาทำให้เกิดการยอมรับจากรุงเทพมหานครอย่างสูง และเป็นก้าวสำคัญ  ให้แต่ละเขตคุยกัน แล้วมาคุยกัน  พอช. ยินดีเป็นอย่างยิ่ง  ที่จะสนับสนุนการแก้ไขปัญหา มีส่วนร่วมในกระบวนการของการสร้างความเปลี่ยนแปลง มีส่วนไปพัฒนาเขต สร้างเขต สร้างกรุงเทพ ที่สามารถให้ประชาชนมาพัฒนา ไม่ใช่เจริญแต่ทางวัตถุ  ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน 

          ลำดับถัดมา ร.อ.ดร.ประภาส  แสงประดับ  และตัวแทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร  ได้มีฉันทามติร่วมกันในการสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชน  เพื่อให้เป็นแกนหลักในการพัฒนาร่วมกับภาคีอื่นๆ อีกทั้งได้มีการถักทอเป็นเครือข่าย ทั้งเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่ทุกระดับ  สร้างนวัตกรรมงานพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานต่างๆ อย่างกว้างขวาง จึงมีมติร่วมกันให้เสนอต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดังนี้

  1. 1. ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ร่วมคิด ร่วมวางแผน  ร่วมปฏิบัติการในพื้นที่เพื่อการพัฒนา  และติดตามการดำเนินงานทุกขั้นตอน
  2. 2. นโยบายการพัฒนากรุงเทพมหานครที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน กรุงเทพมหานครต้องเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน  และขอให้มีกลไกจากเครือข่ายองค์กรชุมชน มีส่วนร่วมในการพัฒนาทั้งระดับเขต ระดับโซนและระดับกรุงเทพมหานคร
  3. 3. กรุงเทพมหานครต้องจัดให้มีและปรับปรุงระเบียบการสนับสนุนงบประมาณให้แก่ชุมชน องค์กรชุมชน และสภาองค์กรชุมชน ในเขตกรุงเทพมหานคร
  4. 4. ให้มีการสนับสนุนการสมทบเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนอย่างต่อเนื่องโดยบรรจุใน ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และต้องเพิ่มเติมสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ไม่ได้รับรองเป็นชุมชน  และกลุ่มเครือข่ายสวัสดิการชุมชนที่อยู่ภายในกรุงเทพมหานคร  เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน  ที่กรุงเทพมหานคร  สามารถสมทบเงินได้  และให้มีการแก้ไขข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
  5. 5. สร้างระบบการบริหารจัดการขยะ เพื่อเอื้อให้เกิดกองทุนจัดการสิ่งแวดล้อม ที่เกิดรายได้จากการจัดการขยะ  เปลี่ยนรถเก็บขยะ  ให้เป็นรถซื้อขยะ  สนับสนุนองค์ความรู้การคัดแยกขยะในชุมชน  และผลักดันให้ชุมชนแปรรูปขยะเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน
  6. 6. สนับสนุนการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์  บรรจุภัณฑ์  ยกระดับสินค้าชุมชนให้ได้มาตรฐาน  และสร้างช่องทางการตลาด  พื้นที่จำหน่ายสินค้า
  7. 7. ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาและจัดการที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง ให้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ  และมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่น ๆ ต่อเนื่องจากที่อยู่อาศัย   
  8. 8. ส่งเสริมบทบาทและภารกิจของสภาองค์กรชุมชน ให้เป็นที่ยอมรับของชุมชน  ด้วยความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร  หน่วยงานของรัฐ  และภาคเอกชน  และหนุนเสริมให้มีการจัดเวทีสาธารณะ  และการเสนอนโยบายสาธารณะ  ต่อการพัฒนากรุงเทพมหานคร
  9. 9. ให้กรุงเทพมหานคร เพิ่มหน่วยบริการทั้งในระดับปฐมภูมิ  ทุติยภูมิ  และตติยภูมิ  (รับ-ส่งต่อ)  ให้เพียงพอต่อคนกรุงเทพมหานคร  และรองรับประชากรในกรุงเทพมหานครได้อย่างทั่วถึง  พร้อมทั้งการส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร

 2009 6

          ในตอนท้ายพลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ให้เกียรติมอบเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน จำนวน  21 กองทุน  งบประมาณ 7,900,000  บาท  พร้อมกล่าวให้กำลังใจสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนดำเนินงานตามเป้าหมายให้สำเร็จลุล่วงตามเจตนารมณ์ของกองทุน  และสามารถขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต  ส่วนในปี 2562  กรุงเทพมหานครตั้งงบประมาณไว้สมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

         2009 8

2009 7

          จากการจัดเวทีสมัชชาดังกล่าว ขบวนองค์กรชุมชนมีแนวทางในการจัดสมัชชาที่อยู่อาศัย อีกครั้งในช่วงสองสามเดือนถัดจากนี้ต่อไป เพื่อขับเคลื่อน กทม.พัฒนาเมืองทุกมิติ

รายงานโดย : บุญทัน  มาพงษ์  เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน ภาคกรุงเทพ ปริมณฑล และตะวันออก

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter