playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

102546.jpg

วันนี้ (30 พ.ย. 2561) ที่ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นายปฏิภาณ จุมผา ผู้อำนวยการ ภาคกลางและตะวันตก พอช. เป็นประธานกล่าวเปิดในเวทีพิจารณากลั่นกรองรางวัลกองทุนสวัสดิการชุมชน ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ ตามแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ “คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ปี 2562 ซึ่งจัดโดยคณะทำงานกองทุนสวัสดิการชุมชน และสำนักงานภาคกลางและตะวันตก ในปีนี้มีกองทุนสวัสดิการเสนอรับคัดเลือก 10 ประเภท รวม 18 กองทุน ภายหลังการพิจารณา มีผ่านเวทีระดับภาค 10 กองทุน จาก 10 ประเภท

         46290.jpg

นายปฏิภาณ จุมผา ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตก กล่าวว่า กองทุนสวัสดิการเป็นกองทุนที่บ่งบอกถึงทิศทางการพัฒนาที่ถูกต้อง เป็นกองทุนที่ไปจัดระบบความสัมพันธ์ใหม่ที่สังคมอยากเห็น อยากจะให้เกิด เพราะฉะนั้นกองทุนสวัสดิการที่ขบวนชุมชนดำเนินการไม่ใช่แค่เรื่องเงินแต่เป็นเรื่องวิถีชีวิต วิถีวัฒนธรรม และที่สำคัญ คือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐ และขอชื่นชมกองทุนที่ขับเคลื่อนมาถึงปัจจุบันนี้

“เริ่มแรก เรามีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการ 191 กองทุนทั่วประเทศ ตอนนี้มีการจัดตั้งเกือบเต็มพื้นที่ เป็นการบอกรัฐบาลได้ว่าการจัดสวัสดิการให้กับประชาชนผ่านกองทุนสวัสดิการ ส่งผลต่อวิธีคิดของคนในชุมชน ทำให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถดูแลและจัดการตนเองได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ว่าจะไปที่ไหนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่ภาคประชาชนทำระบบสวัสดิการโดยไม่ต้องรอใคร สามารถบริหารจัดการตัวเองได้   

นอกจากนี้ กองทุนสวัสดิการยังเป็นการกำหนดโครงสร้างสวัสดิการแห่งรัฐ จากการที่มีภาคประชาชนเข้าไปเป็นคณะกรรมการระดับตำบล จังหวัด และระดับชาติ ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าพี่น้องที่ขับเคลื่อนรื่องสวัสดิการเข้าไปมีบทบาทการขับเคลื่อนในทุกระดับ ต่อไปนี้ภาคประชาชนจะมีส่วนเข้าไปกำหนดเป้าหมย ทิศทาง และงบประมาณ การรับอย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี รวมถึงเป็นการพิสูจน์ได้ว่าแผนงานของภาคประชาชนที่ขับเคลื่อนในปัจจุบันเป็นแผนที่สำคัญเกิดการยอมรับ สามารถนำรูปธรรมไปนำเสนอต่อได้ตั้งแต่รัฐท้องถิ่นจนถึงรัฐส่วนกลาง จนนำไปสู่การสนับสนุนงบประมาณลงตรงยังชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนวิธีงบประมาณของรัฐที่สำคัญที่สุด การที่เงินจะลงไปที่ใครหมายถึงว่าเขาต้องเชื่อ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือ การปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อรองรับการสนับสนุนงบประมาณของหน่วยงานท้องถิ่น ทำให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนงาน แสดงให้เห็นว่ากองทุนสวัสดิการได้พิสูจน์ว่าภาคประชาชนสามารถลุกมาจัดการตัวเองได้ดีกว่า เร็วกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่า” ผู้อำนวยการภาคกลางและตะวันตกกล่าว   

 ด้านนายธนพล สีใส คณะทำงานกองทุนสวัสดิการ ภาคกลางและตะวันตก และคณะทำงานสวัสดิการ ในระดับชาติ กล่าวว่า โครงการมอบรางวัลองค์กร/กองทุนสวัสดิการชุมชน : ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ตามแนวคิดของ ศาสตราจารย์ ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” เป็นการจัดร่วมกันระหว่างวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, คณะอนุกรรมการส่งเสริมกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับประเทศ, เครือข่ายสวัสดิการชุมชนแห่งชาติ, ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน), สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่อง เชิดชู องค์กร/กองทุนสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินงานช่วยเหลือ ดูแลคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างโดดเด่นในด้านต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายและกองทุนสวัสดิการในพื้นที่ และเพื่อกระตุ้นให้รัฐบาล ภาคเอกชน และสังคมตระหนักถึงคุณค่าของแนวคิดเรื่อง “คุณภาพชีวิตปฏิทินแห่งความหวัง : จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” และร่วมนำไปสู่การพัฒนานโยบาย ระบบปฏิบัติการด้านสวัสดิการให้ประชาชน และชุมชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงเหมาะสม

“รางวัลดังกล่าวถือว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ แม้ว่าจะไม่มีเงินรางวัลให้แต่ทุกกองทุนให้ความสำคัญค่อนข้างมาก ซึ่งหลักคิดหนึ่งที่ภาคกลางและตะวันตกให้ความสำคัญ คือ ไม่ได้หวังที่จะได้รับรางวัล แต่เป็นการบอกให้คนอื่นได้รับรู้ว่ากองทุนสวัสดิการมีการดำเนินงานที่ดีอย่างไร ซึ่งในปีนี้หลังจากที่มีการไปสร้างความเข้าใจในแต่ละพื้นที่พบว่าหลายกองทุนมีความตื่นตัว โดยเบื้องต้นมีส่งเข้าประกวด 31 กองทุน แต่มีกระบวนการพิจารณาชั้นแรก คือ คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ได้มีการคัดเลือกเบื้องต้น จึงมีกองทุนที่ผ่านการกลั่นกรองจากจะดับจังหวัดมาสู่ระดับภาคเพียง 18 กองทุน” นายธนพลกล่าว

ทั้งนี้ ผลจากการพิจารณา มีกองทุนที่ผ่านเข้าไปชิงรางวัลในระดับประเทศ จำนวน 9 กองทุน จาก 9 ประเภท ดังนี้

ประเภทที่ 1 ด้านการสร้างครอบครัวอบอุ่น (ทุกช่วงวัยและเพศสภาพ) ให้มีคุณภาพชีวิตและคุณค่าในสังคม ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโพตลาดแก้ว จังหวัดลพบุรี                         

ประเภทที่ 2 ด้านการส่งเสริมสุขภาพ การรักษา ดูแล ป้องกัน สร้างที่ดีสุขภาวะในชุมชน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลหาดท่าเสา จังหวัดชัยนาท

ประเภทที่ 3 ด้านการพัฒนาเด็กเยาวชนและการเรียนรู้ เพื่อการเติบโตเป็นคนดี และมีคุณภาพ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางหลวง จังหวัดนครปฐม     

ประเภทที่ 4 ด้านการพัฒนาอาชีพ ทั้งในระดับครัวเรือน กลุ่มและชุมชน และการแก้ปัญหาหนี้สิน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลห้วยชัน จังหวัดสิงห์บุรี         

ประเภทที่ 5 ด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะ การจัดการและฟื้นฟูภัยพิบัติ มี 2 กองทุนที่ได้รับคะแนนใกล้เคียงกัน คณะทำงานจึงมีมติขอลงพื้นที่ก่อนการตัดสิน ได้แก่ 1) กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลท่ามะนาว จังหวัดลพบุรี 2) กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลหาดอาษ จังหวัดชัยนาท

ประเภทที่ 6 ด้านการจัดการ/จัดสรรที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยที่พอเพียงต่อการดำรงชีพ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลสระพัง จังหวัดเพชรบุรี

ประเภทที่ 7 ด้านการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลเสือโฮก จังหวัดชัยนาท                

ประเภทที่ 8 ด้านการบริหารจัดการกองทุนที่ดีและมีธรรมาภิบาล ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม  

ประเภทที่ 9 ด้านผลงานการจัดสวัสดิการชุมชนแบบองค์รวม หลายมิติ สามารถเชื่อมโยง/บูรณาการทรัพยากรจากหลากหลายแหล่ง เพื่อแก้ไขปัญหาของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางระกำ จังหวัดนครปฐม

ประเภทที่ 10 ด้านการฟื้นฟูระบบคุณค่าทางวัฒนธรรม เพื่อการอยู่ร่วมกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างกลุ่ม และภาคี นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชนท้องถิ่นและสังคม ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลห้วยลึก   จังหวัดเพชรบุรี 

102457.jpg

102459.jpg

รายงานโดย เรวดี อุลิต สำนักงานภาคกลางและตะวันตก     

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter