playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

smart community1 resize

ตามที่รัฐบาลโดยนายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรี  มีแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพหรือท่าเรือคลองเตยให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจและเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ   โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมจัดทำแผนแม่บท (master plan) การพัฒนาที่ดินท่าเรือกรุงเทพ  เนื้อที่  2,353 ไร่  ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำแผนงาน 

ขณะเดียวกันก็มีโครงการ Smart  Community เพื่อรองรับชาวชุมชนคลองเตยที่อยู่อาศัยในพื้นที่การท่าเรือประมาณ 13,000 ครอบครัว  ซึ่งจะต้องย้ายออกจากพื้นที่เดิม  โดยมีข้อเสนอ 3 แนวทางให้ชาวชุมชนเลือก  คือ 1.รื้อย้ายแล้วเข้าอยู่ในอาคารสูงที่การท่าเรือจะสร้างให้  2.ย้ายไปสร้างชุมชนใหม่ที่บริเวณหนองจอก  และ3.รับเงินชดเชยแล้วย้ายออกจากพื้นที่  โดยการท่าเรือแห่งประเทศไทยเปิดตัวโครงการนี้ไปเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา  แต่ชาวชุมชนคลองเตยส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลและรายละเอียดของโครงการ

smart community2_resize.jpg

เปิดเวทีประชาชนโครงการ Smart  Community

            ล่าสุดวันนี้สภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตยและตัวแทนชาวชุมชนคลองเตยได้ร่วมกันจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น  ข้อเสนอของภาคประชาชน  โดยเชิญผู้แทนการท่าเรือกรุงเทพมาชี้แจงโครงการ Smart  Community ที่ห้องประชุมเอนกประสงค์วัดสะพาน  เขตคลองเตย  กรุงเทพฯ  โดยมีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตย   แกนนำชาวชุมชน  ชาวคลองเตย  นักวิชาการ  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เข้าร่วมประมาณ 250 คน

                นายเดชา  นุชพุ่ม  ผู้อำนวยการกองบริหารสินทรัพย์  การท่าเรือแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า  การท่าเรือมีข้อเสนอ 3 แนวทางสำหรับประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ของการท่าเรือ  คือ 1.ย้ายเข้าอยู่อาศัยในอาคารสูงหรือคอนโดมิเนียม  ขนาดพื้นที่ห้องละ 33 ตารางเมตร  โดยจะใช้พื้นที่บริเวณโรงงานฟอกหนังของกระทรวงกลาโหม (อยู่ตรงข้ามวัดสะพาน) ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ใช้แล้ว  พื้นที่ประมาณ  58 ไร่  สร้างเป็นที่พักขนาด 30 ชั้น   จำนวน 4 อาคาร   อาคารละ 1,700  ห้อง  สามารถรองรับชาวชุมชนได้กว่า 6,000   ครอบครัว  รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ  โรงเรียน  และมูลนิธิต่างๆ ที่จะย้ายเข้ามาอยู่ในที่ดินแปลงนี้ด้วย

                2.สำหรับชาวชุมชนที่ไม่ต้องการอยู่อาคารสูง  สามารถย้ายไปสร้างบ้านและชุมชนใหม่ในที่ดินของการท่าเรือบริเวณเขตหนองจอก  กรุงเทพฯ (ห่างจากท่าเรือคลองเตยประมาณ 33 กิโลเมตร) เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 220 ไร่ เป็นที่ดินถมแล้ว  มีถนน  ไฟฟ้า  ประปาเข้าถึง  และสาธารณูปโภคต่างๆ รองรับ  รวมทั้งโรงเรียน  ตลาด  ฯลฯ  ขนาดเนื้อที่ 19.5 ตารางวาต่อครอบครัว  และ 3.ขอรับเงินค่าชดเชยแล้วย้ายออกจากพื้นที่

smart community3_resize.JPG

ส่วนแผนการดำเนินการนั้น  ผู้อำนวยการกองบริหารสินทรัพย์ฯ กล่าวว่า  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำ TOR (ข้อกำหนดการว่าจ้าง) เพื่อให้ผู้รับจ้างซึ่งเป็นสถาบันการศึกษา  ทำการสำรวจข้อมูลต่างๆ  เพื่อนำไปประกอบการจัดทำโครงการ Smart  Community  เช่น  สำรวจจำนวนข้อมูลครัวเรือนที่แท้จริง  จำนวนผู้สูงอายุ  จำนวนผู้ป่วยติดเตียง  ฯลฯ  เพื่อนำมาประกอบการจัดทำโครงการให้เหมาะสมกับความต้องการของชุมชนคลองเตย 

                “ข้อมูลที่นำมาชี้แจงกับชาวคลองเตยในวันนี้  ถือเป็นข้อมูลเบื้องต้นหรือเป็นกรอบในการดำเนินการ  ส่วนแผนการจริงจะต้องรอผลการสำรวจข้อมูลชุมชนต่างๆ ให้แล้วเสร็จก่อน  เพื่อนำข้อมูลมาจัดทำแผนและโครงการ  และคาดว่าการสำรวจข้อมูลและจัดทำโครงการจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2562 นี้  หลังจากนั้นในช่วงต้นปี 2563  การท่าเรือจะส่งแผนงานให้กระทรวงคมนาคมเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป”  ผอ.กองบริหารสินทรัพย์ชี้แจง  และกล่าวย้ำว่า  โครงการนี้การท่าเรือไม่ได้มาไล่รื้อชาวบ้าน  แต่จะมาช่วยพัฒนาที่อยู่อาศัย  และชุมชนจะต้องเจริญไปพร้อมกับการท่าเรือ

เสียงจากประชาชนและนักวิชาการ

              ขณะเดียวกันผู้แทนชาวชุมชนคลองเตยได้กล่าวแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ  เช่น  เสนอให้ตัวแทนชาวชุมชนเข้าร่วมสำรวจข้อมูล  เพราะคนในชุมชนจะรู้ข้อมูลและข้อเท็จจริงดีกว่าบุคคลภายนอก  เสนอให้การท่าเรือให้สิทธิ์ที่อยู่อาศัยเพิ่มสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกเยอะ  หรือเป็นครอบครัวขยาย  รวมทั้งคนที่เช่าบ้านอยู่เป็นเวลานานหลายปีแต่ไม่มีทะเบียนบ้านอยู่ในชุมชน

                นางประไพ  สานุสันต์  ประธานสภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตย  กล่าวว่า  ตนอยากให้การท่าเรือเปิดโอกาสให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการสำรวจข้อมูล  และเสนอความต้องการของชาวบ้าน  เพราะที่ผ่านมาการท่าเรือเคยสร้างแฟลตให้ชาวคลองเตยเข้าไปอยู่แล้ว  แต่ไม่มีใครเข้าไปอยู่  เพราะห้องมีขนาดกว้างเพียง 28 ตารางเมตร  ขณะที่คนคลองเตยมีขนาดครอบครัวใหญ่  อยู่อาศัยกันไม่พอในห้องแคบๆ  

“ตอนนี้แฟลตที่สร้างเอาไว้ 4 ตึก  ประมาณ 600 ห้อง  กลายเป็นแฟลตร้างมานานประมาณ 15 ปี   เพราะการท่าเรือไม่เคยถามความคิดเห็นและความต้องการของชาวบ้านก่อน   ฉะนั้นโครงการใหม่นี้การท่าเรือควรจะให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการด้วย”  ประธานสภาฯ กล่าว

smart community4_resize.JPG

นอกจากนี้สภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตยยังได้ออกแถลงการณ์ในกรณีดังกล่าว  โดยมีสาระสำคัญ  เช่น  การท่าเรือแห่งประเทศไทย   มีแผนการพัฒนาพื้นที่เพื่อนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์  มีการตั้งคณะกรรมการ 1 คณะและคณะทำงาน 3 คณะ  ซึ่งแต่ละคณะมีประธานกรรมการชุมชน ผู้แทนองค์กร สหกรณ์ ในพื้นที่ร่วมด้วย  แต่มีการประชุมเพียงไม่กี่ครั้ง  เป็นโครงการที่ขาดการมีส่วนร่วมของชาวชุมชน  เนื่องจากไม่ได้มีมติเห็นชอบจากที่ประชุมทั้ง 4 คณะ  และไม่ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ  รับฟังความคิดเห็นจากชาวชุมชน 

รูปแบบอาคาร   ขนาดห้องพักที่มีเพียงขนาดเดียวของโครงการฯ  อาจตอบสนองการอยู่อาศัยของคนบางกลุ่ม

ซึ่งมีจำนวนน้อย    แต่ไม่สอดคล้องกับความเป็นอยู่และจำนวนสมาชิกในครอบครัวของชาวชุมชนจำนวนมาก ยังมิต้อง

พูดถึงการที่ชาวชุมชนต้องปรับตัวครั้งใหญ่ และภาระค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มมากขึ้น

“สภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตย  ขอให้ทบทวนโครงการ Smart Community  และขอเสนอแนวทาง

กระบวนการทำงานกับชุมชน  โดยได้จัดทำข้อมูล  กระบวนการทำงาน  การออกแบบ  รูปแบบอาคาร  และห้องพัก

เป็นวิดีทัศน์  เอกสาร   เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดกระบวนการ  ให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาที่อยู่อาศัย

ที่สอดคล้องกับความเป็นอยู่ วิถีชีวิต อาชีพ รายได้ของชาวชุมชน  ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง” แถลงการณ์ระบุ      

ทางด้านนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น  เช่น  เสนอให้การท่าเรือแบ่งพื้นที่ประมาณ 5-10 ไร่มาให้ชาวคลองเตยได้สร้างธุรกิจ  สร้างรายได้  เช่น  ทำตลาดนัด  เพราะพื้นที่คลองเตยถือเป็นทำเลทอง  มีพื้นที่มากกว่า 2,300  ไร่  และเป็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเพราะมีประชากรนับแสนคน  ถือเป็นเมืองขนาดใหญ่  ดังนั้นหากให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นหรือร่วมออกแบบผังชุมชนก็จะทำให้พื้นที่คลองเตยเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์  ทำให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน  ไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานรัฐหรือนักธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุนเท่านั้น

เมกกะโปรเจ็คท์แสนล้านบาท !!

โครงการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพเชิงธุรกิจมีแผนดำเนินการมานานไม่ต่ำกว่า 30 ปี  นับตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกชาติชาย  ชุณหะวัณ (พ.ศ.2531-2534) แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ  เนื่องจากเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล  โครงการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพก็จะถูกพับไปด้วย  เช่นเดียวกับแผนการพัฒนาท่าเรือในขณะนี้ที่ยังอยู่ในระหว่างการปรับปรุง Master Plan 

smart community5.jpg

 การพัฒนาพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพในเบื้องต้นจะแบ่งพื้นที่การพัฒนาเป็น 3 โซน  ประกอบด้วย 1.โซนพื้นที่พัฒนาด้านการค้า  พัฒนาธุรกิจหลักการให้บริการของท่าเรือ  และพื้นที่พัฒนาเมือง  มูลค่าการลงทุน 23,853 ล้านบาท  โดยพื้นที่ด้านการค้าจะมีอาคารศูนย์ธุรกิจพาณิชยนาวี  เนื้อที่ 17 ไร่  ด้านข้างอาคารที่ทำการปัจจุบัน   ภายในอาคารประกอบด้วย  สำนักงาน  ศูนย์ฝึกอบรม  ศูนย์แสดงสินค้า นิทรรศการ  ศูนย์การประชุม  พื้นที่ค้าปลีกและธนาคารศูนย์โลจิสติกส์และกระจายสินค้า เนื้อที่ 54 ไร่   อาคารสำนักงาน เนื้อที่ 126 ไร่

2.โซนพัฒนาธุรกิจ  หลักการให้บริการท่าเรือกรุงเทพฯ  จะปรับพื้นที่จากปัจจุบัน 943 ไร่  เหลือ 534 ไร่ พัฒนาสถานีบรรจุสินค้าเพื่อส่งออกและบูรณาการพื้นที่หลังท่าเป็นคลังสินค้าขาเข้าเขตปลอดภาษี  พื้นที่ปฏิบัติการสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่าต่าง ๆ  เช่น  คลังสินค้าห้องเย็น  ฮาลาล  ลานบริหารจัดการรถบรรทุก  และจุดบริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ  และมีโครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือและทางด่วนสายบางนา-อาจณรงค์  เพื่อระบายรถบรรทุกขาออกที่มุ่งหน้าไปยังบางนา-ตราด และขาเข้ามายังท่าเรือกรุงเทพ

และ 3.โซนพื้นที่พัฒนาเมืองท่าเรือกรุงเทพ (Bangkok Modern City) ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะเน้นการพัฒนาเมืองธุรกิจขนาดใหญ่ที่เป็นแลนด์มาร์กของประเทศ  ศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวใหม่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางน้ำ และเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์สาธารณะ  มีโรงแรมและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

smart community6_resize.jpg

ทั้งนี้โครงการ  Smart  Community  ถือเป็นโครงการย่อย  หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทดังกล่าว  โดยการท่าเรือมีพื้นที่ทั้งหมด 2,353 ไร่  ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ที่ชุมชนอยู่อาศัยประมาณ 200 ไร่  จำนวน 26 ชุมชน   ประชากรประมาณ  85,000-100,000 คน  (จำนวนครัวเรือนประมาณ 13,000 ครอบครัว)  ส่วนใหญ่ไม่ได้เช่าที่ดินจากการท่าเรืออย่างถูกต้อง 

ชาวชุมชนคลองเตยรุ่นแรกๆ ปลูกสร้างบ้านเรือนมาพร้อมกับการเปิดกิจการท่าเรือในปี 2490  โดยเข้ามาเป็นกรรมกร  ขายแรงงานในท่าเรือ  และปลูกสร้างบ้านเรือนในที่รกร้างว่างเปล่าของการท่าเรือ  จนกลายเป็นชุมชนหนาแน่นในปัจจุบัน  เมื่อการท่าเรือมีโครงการพัฒนาพื้นที่จึงต้องโยกย้ายชุมชนเหล่านี้ขึ้นอาคารสูง  หรือย้ายไปปลูกสร้างบ้านในย่านหนองจอก  เพื่อเปิดพื้นที่ให้การท่าเรือนำที่ดินมาพัฒนาสร้างธุรกิจ  สร้างรายได้  มูลค่ารวมของโครงการคาดว่าไม่ต่ำกว่า  100,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ทั้งนั้น  โครงการนี้จะสำเร็จหรือไม่คงจะต้องรอดูผลการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใด  จะสานต่อโครงการนี้หรือไม่  และโครงการ  Smart  Community  จะเดินต่อไปในทิศทางใด  การท่าเรือจะให้ชาวชุมชนมีส่วนร่วมตามข้อเรียกร้องหรือไม่ ?  เป็นเรื่องที่จะต้องจับตามองกันต่อไป !!

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter