playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

                                                                         เรียบเรียงโดย : นางพิรัลรัตน์   รุจิวรพัฒน์

ตำบลคลองใหม่ตั้งอยู่ในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ชุมชนนี้ตั้งขึ้นในสมัยรัชกาล ที่ 5  ในอดีตใช้การเดินทางโดยทางเรือไม่ว่าจะเป็นการค้าขาย หรือการขนส่งสินค้าใช้ทางน้ำเป็นหลัก เมื่อครั้งมีการเปลี่ยนแปลง การปกครองในปี รศ. 112 ซึ่งมีการแบ่งแยกมณฑล เป็นอำเภอ และเป็นตำบล เพื่อให้ง่ายต่อการปกครอง จึงเรียกชื่อตำบลนี้ใหม่ตามชื่อคลองขุดใหม่ว่า “ตำบลคลองใหม่”

ตำบลคลองใหม่มีทั้งหมด 6 หมู่บ้าน ปัจจุบันอยู่ในเขตการปกครองขององค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหม่ มีพื้นที่ทั้งหมด 7,820 ไร่ มีประชากร 9,070 คน ลักษณะเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำท่าจีนไหลผ่าน เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ ประชากรส่วนใหญ่ในชุมชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก รองลงมา คือรับจ้าง และค้าขาย พืชเศรษฐกิจหลักได้แก่ ชมพู่ ฝรั่ง มะพร้าวน้ำหอม กล้วยหอม ข้าว กล้วยไม้ และพืชอื่นๆ

นางลำไย  สุขบำรุง ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลคลองใหม่ กล่าวว่า เนื่องจากระบบการผลิตของตำบลคลองใหม่ เป็นการผลิตผลไม้ตามฤดูกาล และจำหน่ายผลผลิตผ่านพ่อค้าคนกลาง ในบางช่วงของฤดูการผลิต เกิดปัญหาพืชผลล้นตลาด เกิดความเสียหายต่อเกษตรกร เนื่องจากมีราคาที่ตกต่ำลงมาก ทางคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบล ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งหลังจากได้จัดตั้งสภาฯแล้ว คณะกรรมการยังขาดความรู้ความเข้าใจในการขับเคลื่อนงาน ทำให้เกิดการหยุดชะงักไประยะหนึ่ง แต่ต่อมาคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครปฐม ได้เข้ามาทบทวนบทบาทสภาฯ  จนทำให้เกิดการขับเคลื่อนงานอีกครั้งและเกิดเป็นที่มา ในการใช้พื้นที่สภาฯ ทำงานแบบบูรณาการเชื่อมโยง โดยมีผู้นำชุมชนเข้ามาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และระดมความคิด ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาชุมชน โดยยึดหลักชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเอง โดยคณะทำงานขบวนองค์กรชุมชน จังหวัดนครปฐม และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เข้ามาช่วยเสริมหนุน ด้านงบประมาณ และการออกแบบกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาตำบล วิธีการ รูปแบบการพัฒนา และให้คำแนะนำในกระบวนการทำงานในแต่ละขั้นตอนรวมถึงการถอดชุดความรู้ในการทำงาน จนเป็นที่มาของ “โครงการแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตร ของชุมชนตำบลคลองใหม่สู่การเป็นชุมชนเข้มแข็ง”

นางลำใย สุขบำรุง กล่าวต่อว่า เมื่อมีการทบทวนบทบาทสภาฯ แล้ว เราได้คนรุ่นใหม่ เข้ามาช่วยงานชุมชน ซึ่งมาทำหน้าที่ในการช่วยขับเคลื่อนงานของสภาฯ และมีส่วนร่วม ในการประสานพูดคุยหารือกับแกนนำ ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล และทุกหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน รวมถึงคนในชุมชนให้เข้ามาร่วมกันกำหนดเป้าหมายพัฒนาตำบลร่วมกัน จนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า คนในชุมชนท้องถิ่นมีความรักใคร่สามัคคีปรองดองกัน การเมืองไม่แบ่งข้าง เลือกฝ่าย ซึ่งจะนำมาสู่การพัฒนาที่เข้มแข็งและยั่งยืน

นอกจากนี้การมีประชาธิปไตยในระดับครอบครัว นำไปสู่ระดับหมู่บ้าน ตำบลและระดับประเทศ การเคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน และที่สำคัญที่สุด คือ ความซื่อสัตย์ของผู้นำในชุมชน  จากการวิเคราะห์ด้านศักยภาพของชุมชนร่วมกัน ได้ร่วมกันกำหนดเป็นวิสัยทัศน์ของคนในชุมชนตำบลคลองใหม่ คือ “การพัฒนาคน เริ่มที่ใจ พัฒนาประชาธิปไตย เริ่มที่บ้าน สืบสานงานประเพณี ยึดถือวิถีเศรษฐกิจพอเพียง”

klongmaiklongmai1

การประชุมจัดทำแผนพัฒนาตำบล

หลังจากที่ทีมทำงานได้รวบรวมข้อมูล ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นข้อมูลเป็นฐานข้อมูล ของตำบล และนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่น ข้อมูลบริบทตำบลข้อมูลประชากร ข้อมูลองค์กรชุมชน ข้อมูลแผนพัฒนาตำบล ซึ่งมีข้อมูลที่ได้จัดทำอยู่แล้ว เพื่อนำมาใช้ในการค้นหาต้นทุน และศักยภาพของชุมชน ที่ค้นพบและนำมากำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์เพื่อทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น จึงนำเอาจุดแข็งที่ชุมชนมีอยู่และนำมาพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นอาทิ เช่น พื้นที่เกษตรที่อุดมสมบูรณ์ การคมนาคมขนส่งที่สะดวก มีป่าชุมชน ชาวบ้านมีกลุ่มองค์กรชุมชน องค์กรสวัสดิการ และแหล่งทุนที่มีอยู่ในชุมชน

ด้านจุดด้อยและปัญหาที่พบมากที่สุด คือ ราคาผลผลิตที่ตกต่ำ ต้นทุนการผลิตมีราคาสูง รายได้ ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย การที่เกษตรกรปลูกพืชตามกระแส ทำให้เกิดปริมาณผลผลิตล้นตลาด

จากสภาพปัญหาและต้นทุนที่มี  สภาองค์กรชุมชนตำบลคลองใหม่จึงได้ขับเคลื่อนงานทางด้านเศรษฐกิจและทุนชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการส่งเสริมอาชีพด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในชุมชนโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยทำจากเล็กไปหาใหญ่ ทำเพื่อกินเพื่อใช้  เหลือแล้วจึงขาย เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ หนุนเสริมในอาชีพหลัก ทั้งในช่วงที่ผลผลิตล้นตลาด และยามผลผลิตอยู่ในภาวะปกติ

นายสมพงษ์  อรชร เกษตรกรในตำบลคลองใหม่ กล่าวว่า ตนเองเป็นสมาชิกของกลุ่มอาชีพการแปรรูปกล้วยหอมทอง ได้ปลูกกล้วยหอมทองในพื้นที่ 3 ไร่ มีวิธีการจัดสรรพื้นที่โดยแบ่งพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทอง ด้านบนคันล้อมของสวน และด้านในปลูกสลับกับพริกไทย ซึ่งจะได้ประโยชน์ร่วมกัน พริกไทยได้ร่มจากกล้วยหอมทอง เมื่อใส่ปุ๋ยพริกไทย กล้วยหอมทองก็จะได้รับปุ๋ยด้วย กล้วยหอมทอง 1 ต้น ราคาต้นพันธุ์อยู่ที่หน่อละ 15 บาท ปลูก 1 ครั้ง ระยะการเก็บเกี่ยว มีอายุยาวนาน 8-10 ปี ถ้ากล้วยสมบูรณ์จะขายได้ราคาประมาณเครือละ 150 บาท

           klongmai2.jpg

klongmai3.png

          สำหรับการแปรรูปกล้วย ทำได้หลายแบบ สามารถแปรรูปในรูปแบบอาหาร คือ การทำเค้กกล้วยหอม  การทำกล้วยหอมทองอบน้ำผึ้ง การทำกล้วยกรอบอบน้ำผึ้ง  หรือการนำกล้วยหอมสุกมาเป็นส่วนผสมในการทำสบู่บำรุงผิว 

ทั้งนี้ทางกลุ่มมีความเห็นตรงกันว่า จะแปรรูปกล้วยหอมดิบ ในรูปแบบขนมกินเล่น (Snacks) ซึ่งทางกลุ่มมีปราชญ์ที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการทำ คือ นางบังอร วงศ์ประเสริฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทอง ในตำบลคลองใหม่ โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ Bok tor Banana Snacks” “อร่อยจนต้องบอกต่อ”

ขั้นตอนการแปรรูป   การแปรรูปกล้วยหอมทองของกลุ่ม จะให้ความสำคัญกับการใช้แรงงานคนในชุมชน เป็นการใช้กำลังคนจากสมาชิกและชาวบ้านในชุมชน เพื่อเป็นการฝึกอาชีพสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ทั้งนี้ในแต่ละขั้นตอนการทำ จะเน้นอุปกรณ์ที่หาได้ในครัวเรือน และยึดหลักการทำแบบดั้งเดิม

ขั้นตอนแรกจะนำกล้วยหอมทองดิบ ที่ต้องการแปรรูป (เน้นตัดใหม่) ปอกเปลือกออกแล้วนำมาล้างด้วยน้ำเกลือเพื่อขจัดคราบสิ่งสกปรกและยางกล้วยออกให้หมด หลังจากนั้นนำมาปอก คัดแยกขนาด และคุณภาพ

สไลด์กล้วยเป็นแผ่นด้วยเครื่องสไลด์มือ แล้วนำไปทอด ทั้งนี้ กล้วยที่ทอดแล้วจะต้องผึ่งให้แห้งก่อน แล้วจึงนำไปใส่เครื่องปรุงตามรสต่างๆ เช่น รสหวาน รสเค็ม รสบาบีคิว รสชีส

บรรจุภัณฑ์เราเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เปิดง่าย ทานสะดวก และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ มีทั้งแบบบรรจุซอง แบบกระปุก และยังเน้นการทำบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อเป็นของขวัญ ของฝากได้ด้วย

klongmai4.jpg

สถานที่จัดจำหน่าย  ในช่วงแรกเราจะเน้นจำหน่ายในกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชนก่อนเพื่อเป็นการทดลองตลาดและปรับปรุงผลิตภัณฑ์  หลังจากนั้นจะวางในร้านขายของฝากในเขตพื้นที่ และจะประสานกับร้านค้าประชารัฐในเขตอำเภอสามพราน และอำเภอใกล้เคียงเพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย นอกจากนั้นทางกลุ่มจะใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านช่องทาง Online โดยประสานกับสถาบันการศึกษาเพื่อช่วยในการทำเพจเฟซบุ๊กจัดจำหน่าย โดยขายทั้งในรูปของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปบรรจุหีบห่อของกลุ่ม และจำหน่ายเป็นวัตถุดิบเพื่อให้ผู้ที่สนใจนำไปทำบรรจุภัณฑ์ของตนเอง กำหนดราคาขายในรูปแบบวัตถุดิบ กิโลกรัมละ 290 บาท และแบบบรรจุซอง 80 กรัม ซองละ 35 บาท

ประมาณการต้นทุนการผลิต กล้วยแปรรูป 1 กก. ราคาขาย200 บาท บรรจุถุงละ 80 กรัม ได้จำนวน 12 ถุง ต้นทุนเฉลี่ยถุงละ16 บาท กำไรต่อถุงๆ ละ 10 บาท

เมื่อนำมาแปรรูปเป็นกล้วยหอมทองอบน้ำผึ้ง จะได้คุณค่าทางโภชนาการ รับประทานเป็นของทานเล่น อร่อยจนหยุดไม่ได้ อีกทั้งในการทำการแปรรูปนี้ สามารถนำกลับไปทำเองที่บ้านได้และทำรับประทานเองในครัวเรือน ทำเป็นอาหารว่าง ในการสัมมนา จัดประชุมต่างๆ ของหน่วยงานท้องถิ่น จัดทำเป็นของที่ระลึกในงานต่างๆ และทำเป็นวัตถุดิบส่งให้ผู้ประกอบการนำไปทำแพคเกจจิ้ง ตีตราสินค้าของตนเองได้ด้วย

       klongmai7.pngklongmai8.png

กล้วยแปรรูป และตัวอย่าง บรรจุภัณฑ์แบบซอง

ผลสัมฤทธิ์หลังการขับเคลื่อนโครงการที่ผ่านมา ทำให้คนในชุมชนตำบลคลองใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากด้านการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างครัวเรือน เกิดการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลชัดเจนในเรื่อง 1) ได้แสดงออกถึงความเป็นผู้นำสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมกันตามความถนัด 2) สมาชิกในครัวเรือนที่เคยว่างงานก็มีรายได้เพิ่มจากการแปรรูป จำนวน 360 บาท/วัน/กิโลกรัม/8 วันต่อเดือน  สามารถลดรายจ่ายในครัวเรือนได้ 2,880 บาท/เดือน  ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อชีวิตของคนคลองใหม่ในทางที่ดีขึ้น

จากการทำโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนตำบลมีข้อค้นพบสำคัญ คือ เกิดการเรียนรู้ว่าการใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลให้เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงพี่น้องประชาชน หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่และนอกพื้นที่เข้าด้วยกัน จนเกิดความร่วมมือเป็นภาคี เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) องค์การบริหารส่วนตำบล การศึกษานอกโรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชน ได้รู้สภาพปัญหาในภาพรวมของตำบล ซึ่งในอดีตอาจมองเพียงภาพภายในหมู่บ้านของตน ทำให้เข้าใจกระบวนการจัดทำแผนวิธีการ เทคนิคต่างๆ ได้เรียนรู้ที่จะพัฒนาและนำไปสู่การเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาร่วมกัน อีกทั้งยังร่วมกันเสนอปัญหาของชุมชน โดยอาศัยความตามมาตรา 21(5) แห่ง พรบ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 ให้สภาองค์กรชุมชนตำบลมีภารกิจเพื่อเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไข หรือความต้องการของประชาชนอันเกี่ยวกับการจัดทำบริการสาธารณะของรัฐ ร่วมถึงได้ค้นพบแนวทางในการที่จะพัฒนาด้านเศรษฐกิจของตำบลให้เกิดรูปธรรม สร้างคุณค่า ภูมิปัญญาให้ถ่ายทอดสู่รุ่นลูกหลาน จนนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนา คือ

1.การฝึกการแปรรูปผลิตภัณฑ์กล้วยหอมทอง ไปสู่การพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ การรวมกลุ่มกันทำจะมีอำนาจการต่อรองตลาดได้ดีกว่าการทำเป็นปัจเจก หรือบุคคลเดียว
2.เมื่อมีผู้ผลิตแล้วต้องมีผู้บริโภค ทำอย่างไรสินค้าของชุมชนจะเป็นที่รู้จัก ทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องถูกจำกัดการขายเพียงหน้าร้านหรือสถานที่ใด สถานที่หนึ่ง การกระจายสินค้าต้องรวดเร็ว การทำ แพคเกจจิ้งที่ทันสมัย เน้นหลักการรักษาสิ่งแวดล้อม ยึดหลักประโยชน์ ประหยัด ถือเป็นอีกหัวใจหนึ่งของการทำผลิตภัณฑ์ให้ประสบความสำเร็จ โดยทางกลุ่มจะใช้ทุกช่องทางการจัดจำหน่าย เข้ามามีส่วนร่วมในการกระจายสินค้า เช่น การขายแบบวางจำหน่ายตามร้านค้า การขายผ่านร้านค้าชุมชน การขายผ่านช่องทาง Online การขายแพ็คเกจอาหารว่างกับหน่วยงานราชการโดยเริ่มในท้องถิ่นก่อน
นางลำใย สุขบำรุง กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่มีใครรู้จักชุมชนของเราได้ดีเท่ากับคนในชุมชนเอง ต่อให้ใคร ๆ มาพัฒนาพื้นที่ให้ การพัฒนานั้นก็ไม่อาจยั่งยื่นเท่ากับเราลงมือพัฒนาเอง “เพราะนั่นคือ ความต้องการที่แท้จริงของคนในชุมชน"
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter