playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2549 ตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชน 7 ภาค ทั่วประเทศจำนวน 200 คน เข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ตึกสันติไมตรี เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาของภาคประชาชนในการดำเนินงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง พร้อม ทั้งรับฟังนโยบายของรัฐบาล โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
 
ข้อเสนอภาคประชาชน
1. ขอให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเคียงคู่ไปกับรัฐบาลอย่างอิสระ และมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน โดยรัฐบาลเข้ามาร่วมเรียนรู้และสนับสนุนการทำงานในด้านต่าง ๆ

2. รัฐบาลควรสนับสนุนให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็งในการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยสนับสนุนให้มี “สภาองค์กรชุมชนท้องถิ่น” เพื่อเป็นองค์กรประชาชนที่ได้รับการยอมรับ และทำงานควบคู่ไปกับรัฐบาลในทุกๆ ด้าน

3. การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจพอเพียงของภาคประชาชน มีแนวทางสำคัญที่ควรได้รับการสนับสนุน คือ ให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดและสร้างตัวชี้วัดความสุขด้วยตนเอง ชุมชนมีบทบาทในการจัดการตนเองอย่างบูรณาการ โดยใช้แผนชุมชนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน  และสนับสนุนให้มี “สภาองค์กรชุมชนท้องถิ่น” เป็นองค์กรหลักในการดำเนินงาน สนับสนุนให้มีกฎหมายที่เอื้อต่อการทำงาน รวมทั้งให้การสนับสนุนด้านนโยบายและงบประมาณ โดยที่ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ของนโยบายทุกระดับ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่สำคัญคือ “การอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก”

4. สนับสนุนให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนาประเด็นต่างๆ ได้แก่ การจัดการ ทรัพยากร เกษตรกรรมยั่งยืน การจัดการที่ดิน ที่อยู่อาศัย สวัสดิการ และองค์กรการเงิน โดยภาครัฐเป็นผู้หนุนเสริม และให้มีโครงสร้างรองรับการทำงานของภาคประชาชนทุกระดับ ผลักดันกฎหมายที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหา และผ่อนปรนกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณอย่างเหมาะสมต่อเนื่อง

5. ขอให้รัฐบาลสนับสนุน “โครงการบ้านมั่นคง” ให้เป็นนโยบายหลักของรัฐต่อไป โดยสนับสนุนงบประมาณดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และผ่อนปรนกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน

6. การแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยพิบัติต่างๆ ทุกพื้นที่ ที่ภาคประชาชนดำเนินการอยู่ ขอให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้ และจัดตั้ง “กองทุนสาธารณะภัย” ที่ชุมชนสามารถบริหารจัดการเอง ได้

7. คืนสัญชาติให้ “คนไทยพลัดถิ่น” โดยตั้งคณะกรรมการร่วม นำร่องใน จ.ระนอง ชุมพร ประจวบฯ ที่มีองค์ประกอบมาจากหลายภาคส่วน มีอำนาจหน้าที่ในตรวจสอบสัญชาติและการคืนสัญชาติให้คนไทยที่ผลัดถิ่น โดยในระหว่างการตรวจสอบสิทธิ ขอให้ระงับการจับกุมคนไทยผลัดถิ่นและให้รับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของคนเหล่านั้น เช่น การรักษาพยาบาล การศึกษาเล่าเรียน เป็นต้น

8. การแก้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ขอให้จัดการพัฒนาโดยคนในพื้นที่มีส่วนร่วม และแยกภารกิจของหน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคงออกจากงานด้านการพัฒนา โดยเรื่องความมั่นคงอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานด้านการปกครอง ส่วนด้านการพัฒนาและแก้ปัญหาขอให้มีโครงการในลักษณะที่ชุมชนเป็นผู้กำหนด เช่น โครงการบ้านมั่นคง (ที่สนับสนุนโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน) เข้าไปดำเนินการ รวมทั้ง สนับสนุนให้มีสถาบันศึกษาไทยที่มีลักษณะเป็นองค์กรอิสระ

9. การปฏิรูปสังคมและการเมือง ขอให้ดำเนินการสองระยะ คือ ในระยะเฉพาะหน้า ควรมีการจัดตั้ง “สภาองค์กรชุมชนท้องถิ่น” ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบหน่วยงานท้องถิ่น เสนอปัญหาต่อสภานิติบัญญัติและคณะร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนในด้านการกระจายอำนาจ ขอให้กระจายงบประมาณลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถึง 35% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนในระยะยาวรัฐบาลควรผลักดันให้ออกเป็นกฎหมายมารองรับสภาองค์การชุมชนท้องถิ่นและพัฒนาชุมชนโดยเน้นเศรษฐกิจพอเพียง

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับผู้นำชุมชน โดยมีสาระสำคัญหลายประการคือ
1. รัฐบาลเชื่อมั่นว่าภาคประชาชนจะเป็นผู้จัดการ และแก้ไขปัญหาของตนเองได้ แต่ทั้งนี้ต้องมีการจัดการที่เชื่อมต่อแนวความคิดของภาคประชาชน และการจัดการของภาครัฐให้สามารถประสานกันได้ ทั้งในเรื่องของ “สภาองค์กรชุมชนท้องถิ่น” ซึ่งเป็นแนวคิดของภาคประชาชน และเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งมีอยู่ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 อยู่แล้ว

2. ในด้านการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ทั้งในด้านงบประมาณ ด้านการเมือง ตามข้อเสนอ ของภาคประชาชนนั้น กลุ่มองค์กรที่มีอยู่ในชุมชนท้องถิ่นรวมทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีระบบการตรวจสอบและการถ่วงดุลที่อยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ ซื่อตรงและเป็นธรรม สร้างระบบการตรวจสอบที่เข้มแข็งของชุมชน ถ้าชุมชนมีความเข้มแข็งรัฐก็พร้อมจะสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่และสบายใจ

3. ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทำหน้าที่ในการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนและประมวลเป็นข้อเสนอต่อรัฐบาล  และขอให้ภาคประชาชนได้จัดลำดับความสำคัญของข้อเสนอต่างๆ อย่างรอบคอบและนำเสนอขึ้นมา โดยอยู่บนพื้นฐานความพอเพียงและเป็นธรรม ทั้งระยะเบื้องต้น และ ระยะยาว  ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการจัดทำแผนงบประมาณปี 50 และ 51 ถ้าสามารถสนับสนุนได้ก็จะผลักดันให้เป็นแนวทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง 2 ปี

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter